วันศุกร์, ตุลาคม 09, 2569

กรณีนี้การปล่อยตัว 'ดร.วิน-ผอ.พิชิต' คดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลัง ป.ป.ช. สรุปสำนวนฟ้องอัยการสูงสุดไม่ทันกรอบกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องของการ "ยกฟ้อง" หรือ "พ้นผิด" แต่อย่างใด ผู้ต้องหายังคงมีสถานะเป็น "ผู้ต้องหา" ในคดีทุจริตตามกฎหมาย ป.ป.ช. เช่นเดิม


https://x.com/thestandardth/status/2108126460447801751

THE STANDARD
@thestandardth

พ้นเรือนจำปล่อยตัว 'ดร.วิน-ผอ.พิชิต' คดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลัง ป.ป.ช. สรุปสำนวนฟ้องอัยการสูงสุดไม่ทันกรอบกฎหมาย

วันนี้ (8 ตุลาคม) มีรายงานความคืบหน้ากรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครดำเนินการปล่อยตัว จ.ส.ต. ดร.พิชิต ทั้งพรม (จ่าพิชิต) อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, วิน ธนพชรโภคิน (ดร.วิน) และ ศตพร ธนพชรโภคิน ผู้ต้องหาในคดีทุจริตการสอบบรรจุเข้ารับราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.)

ล่าสุด แหล่งข่าวจากกรมราชทัณฑ์ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เรือนจำมีหน้าที่ปฏิบัติตามอำนาจศาลในการควบคุมตัวผู้ต้องหาในชั้นฝากขัง ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ต้องหาทั้งสามรายได้ถูกควบคุมตัวจนครบกำหนดฝากขัง 7 ผัด หรือรวมระยะเวลา 84 วันแล้ว แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลได้ทันตามกรอบเวลา

จากกรณีดังกล่าว ส่งผลให้ทางเรือนจำต้องดำเนินการปล่อยตัว ดร.วิน, จ่าพิชิต และ ศตพร ออกจากเรือนจำทันที โดยเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 เนื่องจากเรือนจำสิ้นสุดอำนาจทางกฎหมายในการควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อไป ทั้งนี้ หลักการดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับกรณีการขอปล่อยตัวชั่วคราว หากศาลพิจารณาเห็นควรให้ปล่อยตัว ทางเรือนจำก็ไม่มีอำนาจในการคุมขังผู้ต้องหาไว้ได้เช่นกัน

แฟ้มภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

#โกงสอบท้องถิ่น
.....

กรณีนี้คือการปล่อยตัวเพราะ "พ้นขีดจำกัดเวลาควบคุมตัวชั้นฝากขัง" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) มาตรา 87 ไม่ใช่เรื่องของการ "ยกฟ้อง" หรือ "พ้นผิด" แต่อย่างใด

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้และขั้นตอนทางกฎหมายถัดไป มีดังนี้:

1. สถานะของผู้ต้องหา

รับอิสรภาพชั่วคราว: ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ และไม่ต้องถูกควบคุมตัวระหว่างรอการสั่งฟ้อง

คดียังไม่จบ: ผู้ต้องหายังคงมีสถานะเป็น "ผู้ต้องหา" ในคดีทุจริตตามกฎหมาย ป.ป.ช. เช่นเดิม

2. ขั้นตอนการดำเนินคดีของ ป.ป.ช. และ อัยการสูงสุด

สรุปสำนวนต่อ: ป.ป.ช. ยังคงมีอำนาจในการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และทำสรุปสำนวนคดีต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น

ส่งสำนวนให้อัยการ: เมื่อ ป.ป.ช. สรุปสำนวนเสร็จแล้ว จะส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง

การเรียกตัวมาฟ้องศาล: หากอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีคำสั่ง "สั่งฟ้อง" จะแจ้งให้ ป.ป.ช. หรือพนักงานสอบสวนเรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมารายงานตัว เพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตและประผิดมิชอบต่อไป

หากไม่มารายงานตัว: หากถูกเรียกตัวแล้วไม่มาตามนัด ป.ป.ช. หรือพนักงานสอบสวนจะขออำนาจศาลออก "หมายจับ" เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

3. ประเด็นที่สังคมและหน่วยงานต้องจับตา

อายุความ: คดีทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มีอายุความยาวนาน (และหากผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างดำเนินคดี อายุความจะถูกสะดุดหยุดลงตามกฎหมายใหม่) ดังนั้น การปล่อยตัวนี้ไม่ได้ทำให้คดีหมดอายุความ

การตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.: สาเหตุที่ทำสำนวนไม่ทันกรอบเวลา 84 วัน (7 ผัด) อาจมาจากความซับซ้อนของพยานหลักฐาน หรือภาระงานที่ล้นมือ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. มักถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงความล่าช้าในการทำสำนวนในคดีสำคัญลักษณะนี้