
Norasate Prachyakorn - นรเศรษฐ์ ปรัชญากร
14 hours ago ·
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 “สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน” หรือ บจธ. ถูกยุบอย่างเป็นทางการ หลังจากทำหน้าที่มานานกว่าสิบปี
หลายคนอาจไม่รู้จักองค์กรนี้ และอาจสงสัยว่า ธนาคารที่ดินคืออะไร สำคัญอย่างไร และทำไมการยุบองค์กรเล็ก ๆ แห่งหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่เราควรตั้งคำถามกับรัฐบาล
ผมอยากอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ครับ
ธนาคารที่ดินไม่ได้เป็นธนาคารที่ปล่อยกู้เหมือนธนาคารพาณิชย์ แต่เป็นกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาว่า “คนที่ต้องใช้ที่ดินทำกิน กลับไม่มีที่ดิน ขณะที่ที่ดินจำนวนมากในประเทศนี้กลับกระจุกตัวอยู่ในมือคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น”
หน้าที่สำคัญของกลไกนี้ คือช่วยให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่ดิน ป้องกันไม่ให้คนที่กำลังประสบปัญหาหนี้สินต้องสูญเสียที่ดิน และนำที่ดินมาบริหารจัดการเพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมั่นคง
หน้าที่ขององค์กรนี้จึงแตกต่างจากการ “จัดสรรที่ดินมาให้คนจน”
แต่คือการสร้างกลไกเพื่อ กระจายการถือครองที่ดิน ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้คนตัวเล็กมีโอกาสรักษาที่ทำกินซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต
ภารกิจเหล่านี้คือเหตุผลที่ “สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน” หรือ บจธ. ถูกตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ในฐานะองค์กรชั่วคราว เพื่อเตรียมการไปสู่การจัดตั้ง “ธนาคารที่ดิน” ตัวจริง ที่มีกฎหมายรองรับอย่างถาวร
ปัญหาคือ ผ่านมากว่าสิบปี ธนาคารที่ดินตัวจริงก็ยังไม่เกิด
ไม่ใช่เพราะประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องที่ดิน
ไม่ใช่เพราะประชาชนไม่ต้องการกลไกนี้
แต่ส่วนสำคัญเป็นเพราะกระบวนการผลักดันกฎหมายไม่เคยไปถึงปลายทาง ท่ามกลางการเปลี่ยนรัฐบาล ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย และความไม่แน่นอนทางการเมือง
รัฐจึงต้องต่ออายุ บจธ. ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศระหว่างที่ธนาคารที่ดินตัวจริงยังจัดตั้งไม่สำเร็จ
เมื่อปี 2568 คณะรัฐมนตรียังมีมติขยายเวลาการทำงานของ บจธ. ออกไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยเหตุผลสำคัญก็คือ การจัดตั้งธนาคารที่ดินหรือองค์กรที่ทำหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน ยังไม่แล้วเสร็จ และจำเป็นต้องให้ภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนดำเนินต่อไป
ตรงนี้จึงเกิดคำถามสำคัญขึ้นครับ
ถ้าธนาคารที่ดินตัวจริงยังเกิดไม่ได้เพราะรัฐไม่สามารถผลักดันกลไกถาวรให้สำเร็จ แล้วเหตุใดความล้มเหลวในการสร้างกลไกถาวรของรัฐ จึงกลายมาเป็นเหตุผลในการยุบกลไกชั่วคราวที่กำลังช่วยประชาชนอยู่?
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ภาคประชาชนได้เจรจากับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง มีการเสนอให้ต่ออายุ บจธ. ชั่วคราวออกไปอีกระยะหนึ่งประมาณ 3–6 เดือนหรือหนึ่งปี เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างการเปลี่ยนผ่าน พร้อมกับใช้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาว่า กลไกใดควรเข้ามารับช่วงภารกิจต่อไป โดยฝ่ายรัฐบาลเองก็เคยสื่อสารว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
คณะอนุกรรมการ ผมเดาว่าคงไม่ได้เป็นเพียงแค่ลมปากของรัฐบาล เพราะจนถึงต้นเดือนกันยายนก็ยังมีการประชุมเพื่อพิจารณาทางเลือกในการถ่ายโอนภารกิจของ บจธ. กันอยู่เลย
แต่สุดท้าย วันที่ 28 กันยายน นายกรัฐมนตรีกลับลงนามประกาศยุบ บจธ. และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม
คำถามของสังคมในวันนี้คือ แล้วกระบวนการที่รัฐบาลเจรจากับประชาชนก่อนหน้านี้คืออะไร?
หากรัฐบาลเห็นว่าข้อเสนอของประชาชนทำไม่ได้ รัฐบาลก็ควรอธิบายให้เคลียร์ว่าเพราะอะไร
หากรัฐบาลเห็นว่ามีหน่วยงานอื่นทำหน้าที่แทนได้ ก็ควรตอบให้ชัดว่า ใครจะทำ ทำอย่างไร มีอำนาจ เครื่องมือ งบประมาณ และกลไกช่วยเหลือประชาชนเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิมอย่างไร
ไม่ใช่ยุบองค์กรเดิมก่อน แล้วค่อยบอกประชาชนว่าเดี๋ยวจะหาคนมารับงานต่อ
วันนี้ บจธ. ระบุว่าได้ส่งมอบข้อมูลโครงการต่าง ๆ ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. รับผิดชอบในช่วงเปลี่ยนผ่านแล้ว
แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียง “หน่วยงานรับแฟ้มต่อ”
สิ่งที่ต้องการคือ กลไกที่มีอำนาจ มีงบประมาณ และมีภารกิจชัดเจนในการกระจายการถือครองที่ดิน ป้องกันการสูญเสียที่ดิน และทำให้เกษตรกรกับผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่ดินได้จริง
เพราะปัญหาที่ดินไม่ใช่งานธุรการที่จะเอาไปฝากไว้กับหน่วยงานไหนก็ได้…
สำหรับคนมีเงิน ที่ดินอาจเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
แต่สำหรับเกษตรกรและคนจน ที่ดินคือบ้าน คือที่ทำกิน คือรายได้ และคือความมั่นคงของทั้งครอบครัว
การจะยุบองค์กรหนึ่งจึงทำได้ไม่ยาก เพียงมีประกาศไม่กี่บรรทัด นายกลงลายเซ็นอย่างที่เราเห็น
แต่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ก่อนว่า หลังจากยุบแล้ว ใครจะทำหน้าที่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินแทน และทำได้ดีกว่าเดิมอย่างไร
ผมจึงอยากถามรัฐบาลแทนพี่น้องประชาชนนะครับ ว่า
รัฐบาลยังเห็นความสำคัญของ “ธนาคารที่ดิน” อย่างที่ประชาชนจำนวนมากเห็นอยู่หรือไม่?
เหตุใดข้อเสนอเรื่องการต่อเวลาในช่วงเปลี่ยนผ่านและการศึกษากลไกใหม่ร่วมกับภาคประชาชน จึงไม่กลายเป็นทางออกก่อนที่จะตัดสินใจยุบ?
และที่สำคัญที่สุด…
รัฐบาลมองปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐมีหน้าที่ต้องแก้จริง ๆ หรือเปล่า?
เพราะถ้ารัฐบาลมองเห็นปัญหานี้จริง การตัดสินใจไม่ควรจบเพียงคำว่า “ยุบ”
แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า
แล้วประชาชนที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน จะไปพึ่งใครครับ?
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122159050574422911&set=a.122099181380422911