วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 15, 2569

ข่าวนี้ครบ 7 วัน ข่าวนี้จะไม่มีผลทั่วไปกับโหวตเตอร์ เพราะ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแทบทุกคนตัดสินใจกันไปแล้ว แต่ภาพข่าวชุดนี้น่าจะมีผลกับองคาพยพของระบบราชการ ? ผลการเลือกตั้งเลยออกมาเป็นเช่นนี้ ??



Thanapol Eawsakul
7 hours ago
·
อีก 1 ชั่วโมง

ข่าวนี้จะครบ 7 วันบริบูรณ์เผยแพร่ตอน 20.38 น. ของวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เลยเวลาของการยุติการหาเสียง ไปแล้ว
( 18:00 น ของวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์)

ย้อนกลับไป

ข่าวนี้จะไม่มีผลทั่วไปกับโหวตเตอร์ เพราะ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแทบทุกคนตัดสินใจกันไปแล้ว

แต่ภาพข่าวชุดนี้น่าจะมีผลกับองคาพยพของระบบราชการ

ผลการเลือกตั้งเลยออกมาเป็นเช่นนี้

......

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ.
https://www.matichon.co.th/royal/news_5585982
....
เศร้าเนอะประเทศไทย ทำไมนะ เราเช่าเขาอยู่เหรอ
ความเห็นหนึ่ง

https://www.facebook.com/photo/?fbid=26175025095470982&set=a.640340859366090




พรรคประชาชน เตรียมฟ้อง ม.157 ดำเนินคดี กกต. ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับเปิดช่องทุจริต - ‘ไทยสร้างไทย’ ก็จ่อฟ้อง กกต. พบหลักฐานเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม


พรรคประชาชน - People's Party
6 hours ago
·
[ ฟ้อง ม.157 ดำเนินคดี กกต. ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับเปิดช่องทุจริต ]
.
วันนี้ (14 ก.พ.) ที่อาคารอนาคตใหม่ กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
.
โดยเจตนาของพรรคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาเพื่อมุ่งเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง
.
แต่เราจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะกาให้กับพรรคการเมืองไหน รวมถึงต้องการให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือจงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้เรามีการเลือกตั้งในอนาคตที่ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้
.
สำหรับกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) มีข้อสรุปว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าว ในทางทฤษฎีสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเราเห็นว่ามีปัญหา 3 เรื่องหลัก
.
ปัญหาแรก ทำให้การลงคะแนนเสียงไม่เป็นไปโดยลับ ตามหลักการที่สังคมเข้าใจโดยทั่วไปมาโดยตลอด
.
การลงคะแนนที่ "ลับ" หมายถึงเมื่อลงคะแนนไปแล้วจะต้องไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้เลย แต่ การแถลงของ กกต. เมื่อวานเป็นการยืนยันว่าสามารถทำได้ในเชิงทฤษฎีหากมีการเข้าถึงข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลบนบัตร, รหัสตรงต้นขั้ว และชื่อผู้ลงคะแนนของรหัสนั้นๆ ดังนั้นเราเห็นว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ความยากหรือง่ายในการเข้าถึงข้อมูล แต่ประเด็นอยู่ที่หากเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ จะสามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ไม่ว่าใครจะเข้าถึงข้อมูลส่วนใด ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร
.
ปัญหาที่สอง เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร
.
แม้ กกต. จะชี้แจงว่ามีการเก็บรักษาบัตรและต้นขั้วไว้ในที่ปลอดภัย แต่หากมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อน อาจเปิดช่องให้สามารถออกแบบกระบวนการในการตรวจสอบได้ว่าใครโหวตอย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรหรือต้นขั้วที่ กกต. เก็บไว้หลังปิดหีบ เช่น ตัวแทนพรรคอาจใช้อิทธิพลข่มขู่ให้ประชาชนแจ้งรหัสต้นขั้วก่อนลงคะแนน และจากนั้นมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทุกใบขณะนับคะแนน เพื่อนำมาสแกนตรวจสอบภายหลังว่าลงคะแนนตามที่ตกลงหรือไม่ หรือหากกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจแอบถ่ายภาพต้นขั้วบัตรเพื่อส่งให้ตัวแทนพรรคที่กระทำการดังกล่าวได้
.
ดังนั้น แม้ กกต. ชี้แจงว่าทั้งหมดที่ทำเป็นไปเพื่อ “รักษาความปลอดภัย” และแม้เรายอมเชื่อไว้ก่อนว่า กกต. มีเจตนาดีเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจริง การดำเนินการของ กกต. ได้เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่สุจริตเที่ยงธรรม และกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิ
.
ปัญหาที่สาม ความเสียหายระยะยาวต่อการเลือกตั้งในอนาคต
.
เมื่อมีการเก็บบัตรและต้นขั้วไว้ หากข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลหรือมีบุคคลใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จะเกิดปัญหาสำหรับอนาคต เพราะข้อมูลการเลือกพรรคการเมืองของประชาชน ถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว และจะกลายเป็นข้อมูลที่ผู้มีอำนาจสามารถนำไปใช้จัดเก็บสถิติแยกตามเพศ อายุ และพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเตรียมการเลือกตั้งครั้งถัดไปได้
.
ล่าสุด พรรคได้มอบหมายให้ วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำร้องเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
.
ประเด็นต่อมาคือข้อสังเกตต่อบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีจำนวนไม่เท่ากันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน โดยพบปัญหานี้ในหลายเขตเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ กกต. ระบุว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากระบบรายงานผลบนเว็บไซต์ของ กกต. แต่เราต้องยืนยันว่าข้อสังเกตของพรรคประชาชน ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลเว็บไซต์ของ กกต. แต่อ้างอิงจากข้อมูลที่อยู่ในบอร์ดรายงานผลในแต่ละเขตเลือกตั้ง
.
ดังนั้นไม่ว่ากระบวนการในการรายงานตัวเลขผ่านเว็บไซต์ของ กกต. จะมีปัญหาแค่ไหน แต่เป็นคนละเรื่องกับหลักฐานที่เราเอามากางก่อนหน้านี้และในวันนี้
.
ยกตัวอย่างความผิดปกติที่ชัดเจนในพื้นที่สงขลา เขต 3 และ ศรีสะเกษ เขต 2 ที่ได้มีการเปิดข้อมูลไปก่อนหน้านี้ รวมถึงอีกหลายเขตที่มีการเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ ซึ่งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว มีทั้งเขตที่พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งเป็นอันดับ 3 และเขตที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเราไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อหวังจะทำให้พรรคประชาชนมี สส. มากขึ้น แต่เราต้องการตรวจสอบประเด็นนี้เพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนแลทำให้เรื่องนี้สิ้นข้อสงสัย
.
ท้ายสุดนี้มีข้อเรียกร้องต่อ กกต. คือ
.
(1) ขอให้ชี้แจงว่าทำไมจำนวนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ที่ปรากฏในบอร์ดรายงานผลการลงคะแนนสำหรับบางเขตเลือกตั้ง จึงคลาดเคลื่อนและต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
(2) เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายหน่วยเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบโดยสะดวกมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยเอกสารสองอย่าง คือ กกต. ต้องเร่งเผยแพร่รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) รายหน่วย ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด และควรเปิดเผยใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) รายหน่วย แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้เปิดเผย แต่ควรเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีข้อสงสัย
.
ส่วนภาพรวมของเรื่องร้องเรียนที่ผู้สมัคร สส. ของพรรค และประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น
o ในส่วนผู้สมัคร สส. ของพรรค รับเรื่องร้องเรียนมาทั้งหมด 57 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ทำเรื่องไปยัง กกต. ขอให้มีการตรวจสอบแล้ว 37 เรื่อง
o ส่วนการร้องเรียนของประชาชนผ่านเว็บไซต์ report69 ยอดทั้งหมดกว่า 4,000 เรื่อง ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบและส่งให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคร้องคัดค้านการประกาศผลต่อไป
.
นอกจากนี้ มีเรื่องร้องเรียนใหม่ที่สมุทรปราการ เขต 6 ประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่ามีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) ที่บ่อขยะแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเอกสารดังกล่าวระบุวันที่ 8 กุมภาพันธ์และระบุหน่วยเลือกตั้งด้วย จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบหรือจุดยุบหีบเหมือนกรณีชลบุรีเขต 1 อย่างแน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าเป็นบ่อขยะ และจุดรวมหีบของสมุทรปราการเขต 6 เองอยู่ห่างจากจุดของบ่อขยะนี้ถึง 8 กิโลเมตร
.
ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งนำมาทิ้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องขอให้ กกต. และ กกต. สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเร็วว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร โดยประชาชนที่ส่งหลักฐานเข้ามาได้ลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจไว้แล้ว
.
ในวันจันทร์นี้ (16 ก.พ.) วีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 ของพรรคประชาชน จะนำหลักฐานนี้ไปร้องต่อ กกต. ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามา เราจะรวบรวมและดำเนินการในการร้องต่อ กกต. ต่อไป
https://www.facebook.com/photo?fbid=122187563858480817&set=a.122093105408480817








 https://x.com/DailynewsTwit/status/2022597192037613631


 

ก้อยเลือกพิธาได้พิธา แต่ทำไมคนนับล้านเลือกพิธา ได้คนอื่นอื่น.... ?








 

เนื่องในวันแห่งความรัก ❤️ ชวนรับฟังเรื่องราวของ “นุ๊ก” ผู้รอคอยเสรีภาพของคนรัก ซึ่งถูกคุมขังจากการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก วันนี้ยังครบรอบ 2 ปีที่ประชาชนยื่นร่างกฎหมาย แม้ร่างจะตกไปในสภา แต่ความหวังยังไม่หายไป






https://x.com/AmnestyThailand/status/2022657169108132014


 

อ่านเกม กกต. ถ้าจะโกงคะแนนต้องทำยังไง?





(https://www.youtube.com/watch?v=Yowh6SzTsl8)

https://x.com/asunclewishes/status/2022471542215709185

 



เกิดอะไรขึ้นกับ #เลือกตั้ง69 ในมุมมองของ #ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เขาเชื่อว่าเกิดเหตุสำคัญ 2 เรื่องคือ 1)บัตรเลือกตั้งหายไป ใครเอาไป? 2)ไม่เชื่อว่าคนออกมาเลือกตั้งน้อยลง 10%






https://x.com/Citizen2600/status/2022193354407391700


 

การดี รอง หน.ปชป. ชี้ กกต.ทำความเชื่อใจพัง นาทีนี้ “ข้อผิดพลาด” ไม่ใช่สิ่งที่อันตรายและทำให้เราผิดหวังที่สุดนะคะ แต่คือ “กลไกการตรวจสอบ” ที่มี Conflict of Interest อย่างชัดเจน 3 ประเด็น



รองหน.ปชป. ชี้กกต.ทำความเชื่อใจพัง มองไม่นับใหม่ตัดโอกาสเข้าถึงหลักฐาน ใครชนะก็ขาดความชอบธรรม

14.02.26
มติชนออนไลน์

การดี รอง หน.ปชป. ชี้ กกต.ทำความเชื่อใจพัง มองไม่นับใหม่ตัดโอกาสเข้าถึงหลักฐาน ใครชนะก็ขาดความชอบธรรม

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิเสธการนับใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี ว่า เมื่อคำตอบคือ ไม่นับใหม่ “ความเชื่อใจ คือ ต้นทุนที่แพงที่สุด”

นาทีนี้ “ข้อผิดพลาด” ไม่ใช่สิ่งที่อันตรายและทำให้เราผิดหวังที่สุดนะคะ แต่คือ “กลไกการตรวจสอบ” ที่มี Conflict of Interest อย่างชัดเจน 3 ประเด็นค่ะ

1. ผู้เล่น กับ กรรมการ เป็นคนเดียวกันไม่ได้ เอาง่ายๆ จากโลกเทค คนเขียนโค้ด จะไม่เป็นคน audit ระบบตัวเอง ฉันใดฉันนั้นค่ะ การที่ กกต.ใช้ดุลพินิจตัดสินเองว่า ไม่ผิดปกติ ทั้งที่ตัวเองถูกตั้งคำถามหนักที่สุดในประวัติศาสตร์

การตรวจสอบแบบ self audit โดยไม่มีคนนอก เช่น ภาคประชาชน หรือ องค์กรกลางเลย กระบวนการนับคะแนนตอนนี้เข้าข่ายเป็น “กล่องดำ” จึงไม่ตอบโจทย์ความโปร่งใส และสังคมรับไม่ได้

2. ตรรกะพังพินาศ เมื่อบอกว่า หลักฐานไม่พอที่จะนับใหม่ แนวคิดด้านจัดการข้อมูล เราจะพูดถึง “Single Source of Truth” ค่ะ มันอยู่ตรงไหน ก็ไปเริ่มใหม่ที่จุดนั้น การปฏิเสธในการนับใหม่ คือ การตัดโอกาสการเข้าถึงหลักฐานชั้นดีที่สุด

3. หายนะจากการตัดสินใจส่วนบุคคล ลามไปถึงความเชื่อมั่นองค์กร ซะแล้ว เมื่อกระบวนการไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ ผลที่ออกมา ไม่ว่าใครจะชนะ ก็จะขาดความชอบธรรม (Legitimacy)

เสียดายโอกาสเดินหน้าของประเทศนะคะ และอ้อว่า นี่คือต้นทุนทางสังคม ที่แพงกว่างบประมาณการนับใหม่ หรือแม้แต่การเลือกตั้งใหม่อีกหลายเท่าค่ะ นี่ยังไม่รวมเรื่องบาร์โค้ดและ traceability อยากจะไฮเทคผิดเรื่องผิดเวลาจริงๆ ฝากนะคะ

https://www.matichon.co.th/politics/news_5596238






3 อาจารย์กฎหมายรธน. นิติศาสตร์ จุฬาฯ ประสานเสียง บัตรเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัด รธน.







https://x.com/lawcunotslave/status/2022545614622593419











 

หลักการสำคัญของการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ต้องเป็น "ความลับ" Secret Ballot - Thai PBS @ThaiPBS · 5h ย้อนรอยเหตุการณ์ #เลือกตั้งโมฆะ 2 ครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย






https://x.com/ThaiPBS/status/2022662319478837288



#เรื่องเล่าเช้านี้ อาศัยช่วงชุลมุน! "ไอซ์ รักชนก" แฉมีคนยิงบอทใส่ประชาพิจารณ์ ล้มระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม วันเดียวพุ่ง 1.5 แสน เผยมีขบวนการยื้อเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม






https://x.com/MorningNewsTV3/status/2022545896093933994



 

อ.ปริญญาสาธิตสแกนบัตรเลือกตั้ง ชัดบาร์โค้ดตรงเลขบัตร ความลับไม่มีจริง! แล้วถ้าบาร์โคดบัตรเลือกตั้ง ชี้ตัวคนกาได้อะไรจะเกิดขึ้น

🔴LIVE : #ไล่ให้จน | เรื่องใหญ่! ถ้าบาร์โคดบัตรเลือกตั้ง ชี้ตัวคนกาได้อะไรจะเกิดขึ้น | 14 ก.พ. 69

Thairath News

Streamed live 3 hours ago 
ไล่ให้จน : Thairath Podcast
รายการ “ไล่ให้จน”จะพาคุณเจาะลึกเบื้องหลังทุกความเคลื่อนไหวของการเมืองไทย 
โดย 3 เซียน ป๋าต๋อย - ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ - ผศ.ดร.ปริญญา 
ที่จะมาวิเคราะห์เกมการเมือง เพื่อให้คุณเข้าใจการเมืองไทยมากขึ้น 
  • เจาะลึกปมพิรุธ บิดเบือนผลเลือกตั้ง 69
  • พิรุธเลือกตั้งบานปลาย มวลชนเดือดไม่หยุด
  • ซื้อเสียงแบบสับ! กลยุทธ์ “ซื้อยกหน่วย”
  • ทฤษฏีซื้อเสียง “กาเบอร์เดียว 2 ใบ”
  • ความแตก?! ปริศนาบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง
  • หีบยังหาซื้อได้ ต่อไปคงขาย “บัตรเลือกตั้ง”
  • บัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ กกต. เข้าคุก?
  • บัตรเขย่งมโหฬาร! “3 แสนใบ”
  • ลุ้นโฉมหน้ารัฐบาลคาดเสียงทะลุ 300
  • “ยศชนัน พบ อุนทิน” แดง-น้ำเงินคัมแบ็ก!
https://www.youtube.com/watch?v=LpDyouAYHkY








 

เปิด TOR จ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ไร้ "คิวอาร์-บาร์โค้ด" แต่วันจริงมี ! ใครสั่ง ??

https://www.facebook.com/reel/1475026637546381


ธงชัย วินิจจะกูล ชวนมองสภาพสังคมไทยหลังการเลือกตั้ง เมื่อชนชั้นนำปิดประตูการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการสกัดพรรคประชาชน (ปชน.) ด้วยรัฐราชการและการลงดาบซ้ำโดย ป.ป.ช.



อย่าปิดประตูการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติค่อยเป็นค่อยไป

เรื่อง: ธงชัย วินิจจะกูล
ภาพประกอบ: ณัฐพล อุปฮาด
11 Feb 2026
101 World

ในขณะที่หลายคนชี้ให้เห็นแล้วว่าประเทศไทยมาถึงจุดใกล้วิกฤตเต็มที ทั้งความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำเกินเยียวยา และมีการใช้อำนาจฉ้อฉลทุจริตในแทบทุกระบบ แถมกระบวนการยุติธรรมก็อ่อนแอจนไม่สามารถช่วยกำกับหรือยับยั้งความเสื่อมถอยได้

วิกฤตขนาดนั้นเกิดขึ้นเพราะการเมืองเละเทะเป็นปัจจัยหนึ่ง เราจึงต้องการการเมืองที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการแก้วิกฤต

แต่ชนชั้นนำเหนือการเมืองกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ถ้าหากกลัวการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก อย่างน้อยที่สุดก็ควรให้โอกาสแก่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติค่อยเป็นค่อยไป แต่ชนชั้นนำกลับปิดประตูการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติค่อยเป็นค่อยไปซ้ำอีกด้วย

ประการแรก สกัดพรรคประชาชน (ปชน.)

ความพ่ายแพ้ของ ปชน. สะท้อนเสียงคนส่วนใหญ่ก็จริง คงไม่มีใครประณามหรือหาว่าประชาชนที่ตัดสินใจเช่นนั้นเป็นคนโง่หรือเห็นแก่เงิน โหวตเตอร์ตัดสินใจจากสิ่งที่เขารับรู้ เข้าใจ แล้วใช้เหตุผลของตนตัดสินว่าการเมืองควรจะเดินต่อไปอย่างไร จึงจะดีที่สุดสำหรับชีวิตของตน

แต่ดูเหมือนเราคิดว่าการเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองล้วนๆ กลไกของพลังที่อยู่เหนือการเมือง (ที่เรียกกันว่ารัฐพันลึกหรือรัฐราชการ) นั่งดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไร

แทบไม่มีกูรูการเมืองออกมาพูดถึงอีกพรรคการเมืองใหญ่ที่ไม่ปรากฏตัวบนบัตรเลือกตั้ง แต่มีกลไกพร้อมสุดที่จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประชาชนไม่ว่าจะอยู่เขตเมือง นอกเมือง ชนบท รวย จน หรือชนชั้นไหน

นั่นคือ พรรครัฐราชการ

คงไม่ต้องทบทวนว่าพรรครัฐราชการทำอะไรขนาดไหนเพื่อขัดขวาง ปชน. ไม่ให้จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 2566 ที่ ‘เซอร์ไพรส์’ ผู้คนทั่วทั้งชุมชนการเมือง แม้จะสกัด ปชน. ได้ด้วยวุฒิสภาตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 เตรียมไว้ให้เป็นอาวุธสุดท้ายของรัฐราชการ แต่กลับยิ่งเพิ่มความชอบธรรมแก่ ปชน. เพิ่มความไม่พอใจให้ผู้คนทั่วไป ในขณะที่กระทบความชอบธรรมของรัฐบาลที่พรรครัฐราชการอยู่เบื้องหลังแต่ต้น

พรรครัฐราชการได้บทเรียนว่าการสกัดไม่ให้ ปชน. ชนะการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะต้องดำเนินการแต่เนิ่นๆ

‘เซอร์ไพรส์ 2569’ จึงจะทำลายความชอบธรรมของ ปชน. และทำให้พรรคที่รัฐราชการสนับสนุนชนะแบบโต้แย้งไม่ได้

คำอธิบายทั้งหลายว่าทำไมจึงเกิด ‘เซอร์ไพรส์ 2569’ ไม่ว่า ปชน.ไม่สำเร็จนอกเขตเมือง, พึ่งกระแสมากไป, ใกล้ชิดประชาชนไม่พอ, ประชาชนยังต้องพึงพิงระบบอุปถัมภ์ ฯลฯ ทำให้ยุทธศาสตร์กาส้มสองใบไม่สำเร็จ ในขณะที่ภูมิใจไทยและกล้าธรรมไม่สนใจกระแส ไม่ดีเบต ทุ่มลงไปที่การชิงคะแนนเขต เพราะคะแนนของบัตรสีเขียว แปรเป็นจำนวน สส. ได้มากกว่าคะแนนของโหวตบัตรสีชมพู ฯลฯ …คำอธิบายทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนถูกต้องทั้งนั้น

คำอธิบายอื่นๆ อีกมากถึงยุทธวิธี เทคนิคอีกสารพัด ก็มีส่วนถูกต้องทั้งนั้นเช่นกัน

แต่การสกัดยุทธศาสตร์กาส้มสองใบเป็นอย่างเดียวกับยุทธศาสตร์เน้นคะแนนบัตรสีเขียว (โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งได้คะแนนจากประชาชนรวมหมดเป็นสัดส่วนไม่สูงนัก แต่แปรเป็นจำนวน สส. มากเกินสัดส่วน) จะทำเช่นนั้นได้ ต้องมีปัจจัยสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งจึงจะสำเร็จได้

นั่นคือ การประสานกันระหว่างพรรคการเมืองซึ่งมีอำนาจครองกระทรวงที่จำเป็น เช่น มหาดไทย เกษตร สาธารณสุข แทบตลอดสองปีกว่านับจากการเลือกตั้ง 2566 กับกลไกรัฐราชการที่ลงลึกทุกหัวระแหงมานานแล้วยิ่งกว่าพรรคการเมืองใดๆ

การเตรียมการนี้เริ่มมานานสองปีกว่าแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่มเมื่อภูมิใจไทยได้ตั้งรัฐบาล 3-4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง 2569

ไม่รู้ว่าพรรคการเมืองได้รับการหนุนช่วยจากกลไกรัฐราชการ หรือรัฐราชการเป็นตัวการแท้จริงโดยมีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนเป็นผู้แสดงนำ

ปชน. จึงไม่ได้ต่อสู้แค่กับพรรคภูมิใจไทยหรืออื่นๆ แต่ต่อสู้กับพรรครัฐราชการ

50 ปีก่อนเคยเกิดเซอร์ไพรส์ทำนองนี้มาแล้ว กล่าวคือหลังจาก ‘เซอร์ไพรส์ 2518’ ส่งพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยเข้าสู่สภา 15 ที่นั่งอย่างเกินความคาดหมาย การเลือกตั้งในปีถัดมามีความคาดหวังกันมากว่าพรรคสังคมนิยมฯ จะได้ สส. เพิ่มขึ้น เพราะกระแสสนับสนุนสูงมากยิ่งกว่าครั้งก่อน

แต่กลับกลายเป็น ‘เซอร์ไพรส์ 2519’ พรรคสังคมนิยมฯ พ่ายแพ้ยับเยินเหลือ สส. เพียงสามคน

ในครั้งนั้น รัฐราชการรณรงค์ตลอดนับตั้งแต่หลังการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าว่า สังคมนิยมทุกชนิดคือคอมมิวนิสต์นั่นเอง กลไกรัฐทั้งข่มขู่ทั้งจูงใจก่อนและระหว่างการหาเสียง กระชับการสอดส่องกำกับผู้ลงคะแนนถึงระดับล่างๆ โดย กอ.รมน.มีบทบาทสำคัญ กลไกสำคัญคือหน่วยจัดตั้งระดับชาวบ้านทุกหนแห่งของประเทศไทย โดยมีหน้าฉากเป็นพรรคการเมืองต่างๆ ของฝ่ายขวา

เช่นนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยถ้าหาก 50 ปีให้หลัง ‘เซอร์ไพรส์ 2569’ จะเป็นผลงานของพรรครัฐราชการเพื่อสกัด ปชน. แถมทำได้อย่างแนบเนียน ไม่โจ่งแจ้ง ให้ดูเหมือนเป็นผลการเลือกตั้งตามปกติที่อำนาจเหนือการเมืองไม่เกี่ยวข้อง

ประการที่สอง ป.ป.ช. ปิดประตูหนทางรัฐสภาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติค่อยเป็นค่อยไป

การที่ ป.ป.ช. เสนอให้ศาลลงดาบประหารชีวิตทางการเมืองของ 44 คนสำคัญของ ปชน. ไม่ใช่เพียงแค่การตัดกำลังของ ปชน. ให้อ่อนแอลงเท่านั้น แต่เป็นการจำกัดหนทางรัฐสภาว่าจะเสนอกฎหมายอะไรได้และไม่ได้

แทบไม่ต่างกับการปิดประตูเปลี่ยนแปลงผ่านระบบรัฐสภานั่นเอง

ศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้เอา 112 เป็นนโยบาย ไม่ให้รณรงค์สาธารณะ แต่ยังไม่ปิดประตูการเสนอกฎหมายตามกระบวนการในสภา

ป.ป.ช. เสนอให้ศาลอาญาฯ วินิจฉัยว่าแม้แต่การเสนอกฎหมายที่อนุญาตให้ทำได้ในระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ก็สามารถเป็นความผิดเช่นกัน

การบิดเบือนว่าการแก้ไขกฎหมาย 112 เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น เป็นความผิดพลาดที่ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มไว้ แต่ ป.ป.ช. กำลังลงล็อกกุญแจอีกชั้น

หมายความว่านับจากนี้ไป ม.112 แตะต้องไม่ได้ แม้แต่ด้วยระบบรัฐสภาตามกระบวนการปกติ จะเป็นมาตราที่แก้ยากยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญใดๆ หรือกระทั่งเป็นกฎหมายพิเศษที่ห้ามแก้ไปตลอดกาล

หากศาลตัดสินตามที่ ป.ป.ช. เสนอ ย่อมเป็นการปิดประตูการเปลี่ยนแปลงอย่างสันติค่อยเป็นค่อยไปลงสนิท นี่เป็นการกระทำที่ฝืนธรรมชาติและจะทำร้ายระบบกฎหมาย การเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์ในวันข้างหน้า

การลงดาบซ้ำโดย ป.ป.ช. เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเตรียมการมาก่อนการเลือกตั้ง ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร แสดงให้เห็นว่า ชนชั้นนำเหนือระบบการเมืองมิได้ต้องการแค่เพียงสกัด ปชน. ไม่ให้เข้าสู่อำนาจผ่านการเลือกตั้งเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการปิดประตูการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มากกว่าลูบหน้าปะจมูกอีกด้วย

ปชน. พยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไปในตามกระบวนการรัฐสภา ถึงแม้ว่าเขาต้องการเปลี่ยนระดับโครงสร้าง แต่ทุกนโยบายเป็นไปตามระบบรัฐสภา มิใช่เปลี่ยนระบอบการปกครองหรือล้มล้างสถาบันอะไรทั้งสิ้น

แต่ชนชั้นนำรัฐพันลึกของไทยสุดโต่งไปทางขวา จึงมองให้ผู้ที่พยายามเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไปตามระบอบรัฐสภาเป็นอันตราย และต้องลงโทษอย่างแรง


ผลของการกระทำที่ผิดพลาดเช่นนี้ของชนชั้นนำผู้ครองอำนาจเดิมคืออะไร

กรณีที่ชลบุรีดูเผินๆ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับที่ผมกล่าวมา ดูเผินๆ อาจสะท้อนความผิดหวังอย่างแรงก็แค่นั้น

แต่การไม่รักษาคำพูดของสุจินดากลับบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์พฤษภา 2535 ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ผู้มีอำนาจและนักการเมืองกลับคำพูดยิ่งกว่านั้นหลายร้อยเท่า

การลุกฮือของคนที่โกรธต่อความอยุติธรรมของอำนาจรัฐอาจดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลในตัวมันเองหรอก เพราะความสมเหตุสมผลอยู่นอกกรณีหรือตัวเหตุการณ์นั้นๆ

อยู่ในบริบท อยู่ที่ระบบโครงสร้าง อยู่ในกรณีที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนหน้านั้นแล้วไม่มีการปรับตัวหรือตอบสนองจากชนชั้นนำเลย มีแต่การช่วยกันปกปิดปกป้องการกระทำผิดๆ และลงโทษผู้ที่พยายามบอกเตือน

การปะทุของกรณีเล็กๆ เช่นนั้นเป็นตัวแทนของความล้มเหลวที่ใหญ่กว่านั้น เป็นปลายยอดของภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนภูเขาเบ้อเริ่มข้างใต้น้ำ

ในกรณีนี้คือ การที่รัฐราชการแทรกแซงบงการการเลือกตั้ง ซึ่งซับซ้อนเกินกว่าใครจะจับได้คาหนังคาเขา คนปกติพยายามเข้าใจหรือหาหลักฐานรูปธรรมยังยากเลย แต่มันจะสะท้อนออกมาผ่านกรณีเล็กๆ ที่บ่งบอกความผิดปกติของการเลือกตั้ง ไม่ว่า กกต. จะผิดจริงหรือไม่ ไม่ว่าจะดูเสมือนเป็นกรณีการนับคะแนนผิดเฉพาะไม่กี่หน่วยก็ตาม

ถ้าใครบอกว่าไม่มีเหตุผลพอ ต่อสู้กรณีนี้ผิด คนพูดแบบนั้นต่างหากที่ไม่เข้าใจเลยว่ากรณีแบบนี้สะท้อนสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นที่เกิดขึ้นใต้น้ำและเรามองไม่เห็นหรือจับไม่ได้

อย่าคิดว่าความโกรธของมวลชนต้องมีคนยุยงอยู่ข้างหลัง ไม่มีใครอยากเห็นกรณีแบบนี้บานปลายหรอก เพราะไม่มีใครควบคุมได้ ไม่มีใครสั่งซ้ายหันขวาหันได้

แต่กรณีแบบนี้แหละที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด เพราะสาเหตุและความสมเหตุสมผลของมันที่เป็นเชื้อมูลของการปะทุอยู่รอบตัวเราและสั่งสมมานานมากแล้ว

ใครพยายามฉุดรั้งหรือด้อยค่าการปะทุของมวลชนก็ลองดู แต่ผมอยากให้หันมามองดูว่าเชื้อมูลของความโกรธจนปะทุนั้นที่อยู่รอบตัวเราและสั่งสมมานานมากแล้วมากกว่า

การปิดประตูช่องทางเปลี่ยนแปลงสันติค่อยเป็นค่อยไปเพื่อรักษาสถานะเดิมของชนชั้นนำ จึงเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชนชั้นนำไทย

https://www.the101.world/dont-close-the-door-to-peaceful-change/



วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 14, 2569

"อย่ามาแหวง" เพลง หีบหาย

https://www.facebook.com/reel/25141578805516727


หากย้อนไปดูคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเรื่องการจัดการเลือกตั้ง 2549 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ประเด็นที่น่าสนใจและสอดคล้องกับการเลือกตั้งในปี 2569 คือ ถ้ามีการใส่เลขรหัสเฉพาะตัวของผู้ลงคะแนนในบัตรเบือกตั้ง ที่ตรวจสอบได้ว่าบัตรเลือกตั้งใบไหนเป็นของใคร จะถือว่า "ไม่เป็นความลับ"


Matichon TV - มติชน ทีวี
8 hours ago
·
หากย้อนไปดูคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเรื่องการที่ กกต.จัดการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และให้เพิกถอนการเลือกตั้งพร้อมกับจัดให้มีการเลือกตั้ง สส.ทั่วไปใหม่
.
ผลการลงมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในตอนนั้น 8 ต่อ 6 วินิจฉัยว่าการดำเนินการของ กกต.มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเสียงข้างมาก 6 คนเห็นว่า มีปัญหาทั้ง เรื่องการจัดการเลือกตั้ง และ การจัดคูหาเลือกตั้งให้ผู้เลือกตั้งหันหน้าเข้าหาคูหาลงคะแนนและหันหลังให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งละเมิดหลักออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ส่วนอีก 2 คนเห็นว่า ไม่ชอบเฉพาะการจัดคูหาเลือกตั้ง
.
ส่วน ตุลาการเสียงข้างน้อย 6 คน เห็นว่าไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ตุลาการ เสียงข้างมากมีมติ 9 ต่อ 5 ให้เพิกถอนการเลือกตั้งและจัดการเลือกตั้งใหม่
.
ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา มานิต วิทยาเต็ม 1 ในตุลาการเสียงข้างน้อย ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตน โดยมีใจความสำคัญ เรื่องการจัดคูหาว่า "การที่มีผู้ละเมิดแอบดูหรือใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ หรือส่องดูการทำกากบาทของผู้ที่ใช้สิทธิ์บางราย เพราะผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนไม่ระมัดระวังเช่นตัวอย่างในคำร้อง และคำร้องเรียนเช่นนี้เห็นว่าเป็นปัญหาพฤติกรรมเฉพาะบุคคลมิใช่ปัญหาวิธีการลงคะแนนเสียงไม่เป็นไปโดยลับ"
.
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจและสอดคล้องกับการเลือกตั้งในปี 2569 ที่กำลังมีประเด็นถกเถียงเรื่องการพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง คือ ประเด็นที่ มานิต ยกตัวอย่าง รูปแบบที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ คือ "ถ้ามีการใส่ชื่อหรือเลขรหัสเฉพาะตัวของผู้ลงคะแนนเสียงในบัตรเลือกตั้ง หรือกระทำการวิธีอื่นใดให้ตรวจสอบได้ว่าบัตรเลือกตั้งฉบับใดเป็นของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งใด เช่นนี้ไม่เป็นความลับ"
.
ภาพ : กรมธนารักษ์
ข้อมูล : ศูนย์ข้อมูลมติชน
.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=930498019491895&set=a.270897822118588






https://x.com/wirojlak/status/2022254405740122291

.....


นรเศรษฐ์ นาหนองตูม
15 hours ago
·

จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ได้วางบรรทัดฐานที่น่าสนใจไว้ดังนี้ครับ

1. การลงคะแนนโดยลับ คือ ต้องลับสำหรับทุกคน (ไม่เว้นแม้แต่กรรมการ)

การลงคะแนนที่เป็นความลับ จะอ้างว่า "คนอื่นไม่เห็น เห็นแค่กรรมการเลือกตั้ง" แบบนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะตามหลักสากลแล้ว คำว่าลับหมายถึงต้องไม่มีใครทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร หากกรรมการสามารถมองเห็นหรือตรวจสอบได้ ก็ถือว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนลับทันที

2. ศาลวินิจฉัยว่าการจะดูว่าลับหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีคนเห็นจริงหรือไม่ หากลักษณะบัตรเลือกตั้งอยู่ใน "วิสัย" ที่ผู้อื่นอาจจะมองเห็นการลงคะแนนได้ ก็ไม่ถือเป็นการลงคะแนนเสียงโดยลับ

หลักการที่กำหนดให้การลงคะแนนเป็นความลับก็เพื่อให้เจตจำนงของประชาชน เป็นอิสระจากการกดดันหรือเกรงใจต่อบุคคลใดนั่นเอง



ตอบมาแค่ “Yes or No” ..กกต.อ้ำอึ้ง! หน้าถอดสี หลังโดนจี้ถาม ‘บาร์โค้ด-QR Code’ บัตรเลือกตั้ง สามารถสแกนระบุได้ถึงเลขที่บัตรเลือกตั้ง






 https://x.com/Thairath_News/status/2022232496524722239




ผลพลอยได้จากบาร์โค้ด สอนหัวคะแนน วิธีเช็คชื่อเช็คบิลคนที่รับเงินไปแล้ว ไม่ยอมกาตามที่รับปากไว้ 😁


Jessada Denduangboripant
11 hours ago
·
"สอนหัวคะแนน วิธีเช็คชื่อคนรับเงินซื้อเสียง จากการสแกนบาร์โค้ด"

จากข่าวล่าสุด ที่ กกต. ยอมรับแล้วว่า บัตรเลือกตั้งแต่ละใบ ไม่ว่าจะเป็นแบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส. เขต ที่มีโค้ดอยู่นั้น สามารถสแกนเพื่อเป็นเลขประจำของบัตรแต่ละใบ

และสามารถย้อนกลับไปถึงสมุดต้นขั้ว ทำให้ระบุได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของบุคคลรายได้ (ซึ่งสุ่มเสี่ยงจะผิดรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องเป็นไป โยฝดยทางตรงและลับ)

แต่ กกต. ก็อ้างว่า ถ้าความลับนี้จะเปิดเผยได้ ก็ต้องมีคนลักลอบเอาสมุดต้นขั้ว มาเปิดสแกนเทียบกับบัตรเลือกตั้ง และ กกต. ยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย ในการเก็บเอกสารการเลือกตั้ง อันนี้เข้มงวดแน่นอน (จริงหรือครับ ? หึๆๆ)

ก็เลยมาคิดหาวิธีการที่จะตรวจเช็คว่าใครจะเลือกอย่างไร โดยไม่ต้องใช้สมุดต้นขั้วก็ได้ .. ซึ่งก็มีวิธีอยู่นะครับ เผื่อท่านหัวคะแนน จะเอาไปลองใช้ในการเช็คชื่อเช็คบิล คนที่รับเงินไปแล้ว

1. ตั้งแต่ตอนตั้งแถวเพื่อเข้าไปรับบัตรและกาบัตรเลือกตั้งในคูหา ก็ให้คนไปตั้งกล้องบันทึกเอาไว้ ว่าลำดับของคนที่เข้าไปนั้น มีใครบ้าง ซึ่งในหน่วยเลือกตั้งเล็กๆ ก็น่าจะพอรู้จักกันถ้วนหน้า ทั้งหมู่บ้าน

2. ปล่อยให้ใช้สิทธิ์กันไปให้เสร็จ แต่พอมานับคะแนน ก็ไปตั้งกล้องถ่ายผลการนับคะแนนทีละใบ

3. เอาภาพของบัตรแต่ละใบ มาสแกนโค้ดดู ก็จะได้ตัวเลขออกมา เรียงลำดับไปเรื่อยๆ ตั้งแต่คนแรกถึงคนสุดท้ายได้

4. เอาลำดับที่ได้ทั้งหมดนั้น กลับไปเช็คเทียบกับภาพของคนที่มาต่อคิวเลือกตั้ง ก็จะรู้แล้วว่าใครเลือกเบอร์อะไรครับ

5. สามารถใช้หลักการที่บอกว่า สมุดเล่ม 1 จะมี 20 ใบ มาใช้ในการตรวจทานเช็คได้ด้วย ว่าเป็นไปตามลำดับที่ควรจะเป็นหรือเปล่า

6. ยิ่งถ้าเกิดมีเส้นมีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ง ก็แอบขอเอาเลขจากสมุดต้นขั้ว ที่เริ่มต้นของแต่ละเล่ม มาเช็คเทียบได้ด้วยครับ ให้ชัวร์ว่าไม่ผิดพลาด

7. จากนั้นก็ไปไล่เก็บได้เลยครับ ใครที่รับเงินไปแล้ว แล้วไม่ยอมกาตามที่รับปากไว้ ฮะๆๆ

ใครมีไอเดียวิธีอื่นๆ ก็มาแชร์กันได้นะครับ
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3740082119455728&set=a.348119915318649




“เลือกตั้งแล้ว แต่คดีทางการเมืองยังไปต่อ” ThumbRights ชวน “บังเอิญ-ป้านิด-สมยศ” เปิดใจก่อนฟังคำพิพากษาเดือน ก.พ.69 นี้

https://www.facebook.com/eggcatcheese/posts/1218891890392364

ไข่แมวชีส added 30 new photos.
6 hours ago
·
“เลือกตั้งแล้ว แต่คดีทางการเมืองยังไปต่อ” ThumbRights ชวน “บังเอิญ-ป้านิด-สมยศ” เปิดใจก่อนฟังคำพิพากษาเดือน ก.พ.69 นี้
13 ก.พ. 2569 เวลา 17.30 – 20.00 น. ที่อาคาร All Rise (iLaw) มีงาน Stand Together EP.16 ‘หลังเลือกตั้ง คดียังไม่หยุดเดิน’ โดยเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง หรือ ThumbRights แม้การเลือกตั้งจะผ่านไป แต่คดีการเมืองยังคงดำเนินต่อ ผู้ถูกดำเนินคดียังต้องขึ้นศาล บางคนกำลังรอฟังคำพิพากษา พร้อมชวนพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ ก่อนพูดคุยกับ “ป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ “บังเอิญ” ศุทธวีร์ สร้อยคำ ที่จะมีคำพิพากษาในเดือน ก.พ. 2569 นี้
.
โดยกิจกรรมเริ่มจาก “ทนายแจม” ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ว่าที่ สส.พรรคประชาชน ร่วมพูดคุยถึงแนวโน้มและทิศทางการแก้ไขคดีทางการเมือง ต่อด้วยการวิเคราะห์ทิศทางคดีความ และการ “นิรโทษกรรม” หลังการเลือกตั้ง โดย พูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และบุศรินทร์ แปแนะ จาก iLaw
.
พูนสุขกล่าวโดยสรุปว่า คดีกระบวนการยุติธรรมก็ยังคงดำเนินต่อไป แนวโน้มที่ศาลสูงไม่ให้ประกันตัวก็ยังอยู่ในระดับที่สูง หลังการเลือกตั้งก็คาดว่ามีการใช้กฎหมายมาฟ้องปิดปากประชาชนเหมือนเดิม และไม่ได้มีปัจจัยททางการเมืองมาแก้ไขสถานการณ์ใด ๆ การไปต่อของนิรโทษกรรมและรัฐธรรมนูญนั้นก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก
.
ด้านบุษรินทร์กล่าวโดยสรุปว่า หากสถานการณ์การเมืองยังเป็นเช่นนี้อาจมีผู้ต้องขังคดี ม.112 เพิ่มขึ้นอีก อาจยังไม่ค่อยดีนักกับเรื่องสิทธิเสรีภาพสักเท่าใด และเกี่ยวกับโครงการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ที่ชาวบ้านไม่เห็นด้วยและออกมาเรียกร้อง ก็อาจไปในทิศทางที่ไม่ดีเช่นกัน
.
จากนั้นจึงเริ่มวงพูดคุย Stand Together EP.16 กับ “ป้านิด” จิราภรณ์ บุษปะเกศ, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, “บังเอิญ” ศุทธวีร์ สร้อยคำ สามจำเลยคดีทางการเมืองที่ศาลมีนัดคำพิพากษาในเดือนนี้ มาฟังเรื่องราวในคดีความ รวมไปถึงชีวิตและผลกระทบจากการถูกดำเนินคดี
.
โดยคดีของ “ป้านิด” ถูกกล่าวหา ม.112 ซึ่งมีเหตุมาจากการปราศรัยในการชุมนุม THE RETURN OF THAMMASAT #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2566 โดยศาลจังหวัดธัญบุรีมีนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 18 ก.พ. 2569
.
คดีของสมยศ ถูกกล่าวหา ม.112 จากการปราศรัย “ปลดอาวุธศักดินาไทย” หน้าราบ 11 ในการชุมนุม #ม็อบ29พฤศจิกา63 ซึ่งสมยศเป็นหนึ่งในจำเลยของคดีนี้ที่มีจำเลยทั้งสิ้น 7 คน โดยศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา 20 ก.พ. 2569
.
และคดีของ “บังเอิญ” ถูกกล่าวหา พ.ร.บ.โบราณสถานฯ และพ.ร.บ.ความสะอาดฯ จากการพ่นสีสเปรย์ข้อความยกเลิก 112 และเครื่องหมายอนาคิสต์ บนกำแพงพระบรมมหาราชวัง โดยศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 25 ก.พ. 2569
.
และในช่วงท้ายของงาน มีการติดสติกเกอร์รูปหัวใจ ชอคโกแลต และดอกกุหลาบ เพื่อส่งพลังและกำลังใจให้ผู้ที่กำลังจะไปฟังคำพิพากษาทั้งสามคน


หลังเลือกตั้ง คดียังไม่หยุดเดิน แล้วความยุติธรรมจะเดินไปทางไหน? | Stand Together EP.16

Prachatai

Streamed live 10 hours ago

ThumbRights จัดงาน Stand Together EP.16: หลังเลือกตั้ง คดียังไม่หยุดเดิน 
จัดที่ อาคาร All Rise เวลา 17.30 - 20.00 น.

กิจกรรมภายในงาน 
แนวโน้มและทิศทางการแก้ไขคดีการเมือง จากว่าที่ สส. 
• ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ (พรรคประชาชน) 
⚖️ วิเคราะห์ทิศทาง “นิรโทษกรรม” หลังการเลือกตั้ง 
โดย พูนสุข พูนสุขเจริญ (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน) 
และ บุศรินทร์ แปแนะ (iLaw) 

วงพูดคุย Stand Together EP.16 
• จิราภรณ์ บุษปะเกศ 
• สมยศ พฤกษาเกษมสุข
• ศุทธวีร์ สร้อยคำ

https://www.youtube.com/watch?v=AMpL-BMefH0





นักกิจกรรมเชียงใหม่ ทำกิจกรรม ‘กกต.หค.’ หน้า กกต.เชียงใหม่ ประท้วงการทำงานไม่โปร่งใสเลือกตั้ง 69

https://www.facebook.com/lanner2022/posts/930060913111986

Lanner 
10 hours ago
·
‘กกต.หค.’ นักกิจกรรมเชียงใหม่ ‘กินก๋วยเตี๋ยวหกคน’ หน้า กกต.เชียงใหม่ สะท้อนความไม่โปร่งใสเลือกตั้ง 69

13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.40 น. นักกิจกรรม นักวิชาการ และศิลปินเชียงใหม่ 6 คน รวมตัว ‘กินก๋วยเตี๋ยวหกคน’ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อความไม่โปร่งใสในการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการประท้วงการทำงานของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งปี 2569 โดยใช้สัญลักษณ์คำว่า ‘กกต. หค.’ หรือ ‘กินก๋วยเตี๋ยว.หกคน.’ ซึ่งเป็นถ้อยคำล้อเลียนที่แพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสะท้อนการวิพากษ์ต่อการทำงานขององค์กรจัดการเลือกตั้ง

ระหว่างการจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานไม่ได้เข้าห้ามปรามหรือสั่งให้ยุติการเคลื่อนไหว แต่เชิญผู้ร่วมกิจกรรมทั้ง 6 คนเข้าไปภายในอาคาร เพื่อพูดคุยและสอบถามข้อสงสัยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์

ในระหว่างการพูดคุย ผู้ร่วมกิจกรรมรายหนึ่งได้ตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่ว่า “เมื่อไหร่ กกต. จะลาออก” โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ชี้แจงเพียงว่าให้ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางเพจของ กกต. ต่อไป

อ่านในรูปแบบเว็บไซตที่
https://www.lannernews.com/13022569-02/




เลือกพรรคประชาชน ได้อนุทินเป็นรัฐบาล 4 เดือน เลือกพรรคเพื่อไทย ได้อนุทินเป็นรัฐบาล 4 ปี 😅 (ไอหยา ! เตรียมเจอได้เลยจ้า นางแบก+ !! )


บีบีซีไทย - BBC Thai
9 hours ago
·
ภายหลังแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางเข้าหารือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดแถลงข่าวว่าพรรคเพื่อไทยเดินทางมาหารือเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ถ้าดูจากคะแนนของการเลือกตั้ง แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ต้องการให้มีช่วงสุญญากาศเป็นระยะเวลานานและได้มีการหารือกันในระดับหนึ่งซึ่งได้ข้อสรุปว่าพรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุนให้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยนี่เป็นการดำเนินการตามแนวทางที่วางไทม์ไลน์เอาไว้ในการเชิญพรรคแต่ละพรรคตามลำดับที่นั่ง สส. เข้ามาหารือ
.
"พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเรามองไปข้างหน้าและเห็นว่าบุคลากรคุณภาพของทั้งสองพรรคน่าจะมีความสามารถมากเพียงพอที่จะผลักดันและนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงแข็งแกร่งและยั่งยืนเป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนได้" นายอนุทินกล่าว
.
ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวสั้น ๆ ว่า ในฐานะผู้นำพรรคเคยรับปากว่าในการเจรจาตนจะอยู่ด้วยตลอดและในวันนี้ก็เดินทางมาด้วยตัวเอง
.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าวันนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนภูมิใจไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเรื่องต่าง ๆ จะมีการพูดคุยในภายหลัง วันนี้เป็นการมาแสดงความยินดีที่ภูมิใจไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
.
นายอนุทินยังถูกถามเรื่องการหารือการแบ่งกระทรวง โดยเขาตอบว่า "จะมีเวลาพูดคุยกันอีกหลายครั้ง" ส่วนการกลับมาทำงานร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ได้หารือกัน โดยทั้งสองพรรคมั่นใจซึ่งกันและกันถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของบุคลากรที่มุ่งมั่นทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ขอให้ลบเรื่องที่เคยไม่เข้าใจกันในอดีตและเดินไปข้างหน้า
.
"ได้เรียนทุกท่าน (เพื่อไทย) ว่าขอให้เรากลับมาทำงานด้วยกัน นึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก เรื่องอะไรที่ไม่เข้าใจกันในอดีตที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ต้องลบออกไปให้หมด เดินไปข้างหน้าและขอความร่วมมือให้ทำงานร่วมกัน ทำงานแบบร่วมกันจริง ๆ ไม่มีการแบ่งเส้นแบ่งเขต ถือว่าเป็นการร่วมกันในฐานะที่เป็นรัฐบาลด้วยกัน" นายอนุทินระบุ
.
ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงการเชิญพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลอย่างเช่น พรรคกล้าธรรม (กธ.) โดยนายอนุทินตอบว่าจะทยอยเชิญเป็นพรรค ๆ โดยต้องให้เกียรติกับพรรคที่มีจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ตามลำดับไปhttps://www.facebook.com/photo?fbid=1480562507437242&set=a.627743042719197









 




 




เห็นภาพ... นึกถึงหนังเรื่องนี้


Kasian Tejapira
7 hours ago
·
The Godfathers
%%%%%
กลืนน้ำลายคล่องแล้ว............ล้างคอ
กลืนเลือดปนกอฮอล์..............ฆ่าเชื้อ
โอกาสโล่งเปิดรอ..................เข้าร่วม
อำนาจตำแหน่งเอื้อ................อัดอั้นรีบฉวย
แดงเจือน้ำออกเนื้อ................ชมพู
เทาฟอกขาวพอดู...................ผ่านได้
น้ำเงินเคลือบแดงตรู..............ตราม่วง
พิศเพ่งอำนาจไซร้..................สุดท้ายบอดสี

https://www.facebook.com/kasian.tejapira/posts/10241171150798763







 

มาดูกันอีกที เข้าคูหาวันจริงเหมือนในคลิปนี้เลย (เลขลำดับที่รับจากเจ้าหน้าที่คนแรก ซึ่งเลขตรงกับเลขลำดับรายชื่อที่กกตกำหนด มีชื่อสกุลที่อยู่ทั้งหมด… แล้วเลขลำดับนี้ไปอยู่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งซึ่งมีQR CODE ตรงกับปลายขั้ว OMGGGG)





https://x.com/SkarndaH/status/2021978175119798411


 

เลือกตั้ง 8 ก.พ. รักษาความลับผู้ออกเสียงหรือไม่ รวมข้อสังเกต-คำชี้แจงจาก กกต. ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง พรรคการเมืองจ่อร้อง บัตรเลือกตั้งมีรหัสเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ



เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
บีบีซีไทย

ประเด็นเรื่องการเข้ารหัสบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อ 8 ก.พ. กลายเป็นที่ถกเถียงในโซเชียลมีเดีย หลังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่สามารถสแกนออกมาเป็นรหัสเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษได้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ยอมรับว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถสแกนย้อนกลับไปยัง "เลขที่" บัตรเลือกตั้งได้ แต่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยและเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ได้เพื่อใช้ระบุตัวตนคนกาบัตรเลือกตั้ง

การเข้ารหัสบนบัตรเลือกตั้งทำให้เกิดกระแสความกังวลว่าจะทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ และจะส่งผลถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นโมฆะได้หรือไม่ บีบีซีไทยรวบรวมรายละเอียดไว้ในรายงานนี้

ข้อสังเกตรหัสบนบัตรเลือกตั้ง
  • บัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ


ในบรรดาการตั้งข้อสังเกตที่มีผู้เผยแพร่ต่ออย่างแพร่หลายคือโพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan ของนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีโอโอของ บจก.โดมคลาวด์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 ก.พ.) ตั้งข้อสังเกตว่าที่บัตรเลือกตั้งบัตรสีชมพูซึ่งใช้เลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ดที่เมื่อสแกนแล้วได้ตัวเลขสอดคล้องกับเลขต้นขั้วของบัตรลงคะแนน

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุ๊กเช่นกัน ว่าบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ตรงกับเลขที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ซึ่งบัตรแต่ละใบมีเลขที่ไม่ซ้ำกัน โดยตัวอย่างบัตรจากภาพที่เขาโพสต์นั้น ปรากฏเลขที่บัตร ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตามด้วยตัวเลข 8 หลักคือ A03398985



จากภาพปกหน้าของบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อที่ทีมช่างภาพข่าวสำนักไทย นิว พิกซ์ (Thai News Pix) บันทึกไว้ใบนี้ จะเห็นได้ว่ามีการระบุจำนวนบัตร 20 ใบ และมีรหัสเล่มที่และเลขที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A ตามด้วยตัวเลข โดยรหัสเล่มที่ มีตัวเลข 7 หลักรหัสเดียว ส่วนรหัสเลขที่มีตัวเลข 8 หลักที่เรียงลำดับไปตามบัตรเลือกตั้งทั้ง 20 ใบ
  • บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต


ส่วนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่มีบาร์โค้ด แต่มีคิวอาร์โค้ดอยู่บริเวณมุมซ้ายล่างของบัตร ซึ่งบีบีซีไทยลองสแกนคิวอาร์โค้ดบนบัตรจากภาพข้างต้น พบว่าปรากฏรหัสตัวอักษร 5 ตัว คือ "MLUJQ"

อย่างไรก็ดี เท่าที่บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลการสแกนคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต จำนวนหนึ่งที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย พบว่าบางรหัสก็มีตัวเลขเข้ามาแทรกกับตัวอักษรด้วย แต่ยังคงลักษณะเป็นรหัส 5 หลักเช่นเดียวกัน โดยมีข้อถกเถียงและข้อสงสัยว่ารหัสเช่นนี้จะสามารถแปลงสภาพและติดตามย้อนกลับไปยังเลขที่บัตรตามต้นขั้วได้หรือไม่

  • บัตรออกเสียงประชามติ


อย่างไรก็ดี บัตรออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญที่มีการลงคะแนนในวันเดียวกัน จากภาพถ่ายด้านบนไม่พบการเข้ารหัสในรูปแบบบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดใด ๆ

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบบัตรจริงกับตัวอย่างบัตรที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์ก่อนวันเลือกตั้ง ภาพตัวอย่างบัตร 3 ใบ ทั้งบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต, บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ ไม่ปรากฏบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดใด ๆ



เทียบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งปี 66 ก็เคยมีคิวอาร์โค้ด

บีบีซีไทยเทียบเคียงกับภาพบัตรเลือกตั้งในปี 2566 พบว่ามีคิวอาร์โค้ดอยู่ที่มุมบนขวาของบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต แต่ไม่พบการเข้ารหัสแบบเดียวกันกับบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ


บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ในการเลือกตั้งปี 2566 ใบนี้ เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณมุมบนขวาของตัวบัตรเลือกตั้ง จะปรากฏรหัส TNHDFOPR


บัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2566 ใบนี้ ไม่พบการเข้ารหัสในลักษณะคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดใด ๆ

พรรคการเมืองจ่อร้อง บัตรเลือกตั้งมีรหัสเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ

การปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 85 ที่ระบุว่า "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ" หรือไม่ และจะทำให้การเลือกตั้ง สส. ในครั้งนี้ถือเป็นโมฆะหรือไม่

สำนักข่าวไทยพีบีเอส รายงานการให้สัมภาษณ์ของ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในวันนี้ (13 ก.พ.) ว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหากการลงคะแนนไม่เป็นความลับก็เป็นเรื่องที่ต้องร้องต่อว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ขณะที่พรรคประชาชน เรียกร้องผ่านเพจเฟซบุ๊ก ขอให้ กกต. ชี้แจงและพิสูจน์ให้เห็นว่าคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ ซึ่ง "อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" พร้อมบอกว่านายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมไปยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้มีการเปิดเผยต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งของหน่วยที่ปรากฏตามกระแสข่าว

รวมคำชี้แจง กกต. ปมรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง
  • ชี้แจงบัตรเลือกตั้งถูกเก็บอย่างปลอดภัย แยกที่เก็บกับต้นขั้วบัตร
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต., ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต., นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผอ.สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง แถลงข่าวชี้แจงประเด็นนี้เมื่อ 14.00 น. ที่ผ่านมา

ก่อนจะตอบคำถามสื่อถึงที่มาของบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าเหตุใด กกต. เห็นว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปในทางลับ

เขาอธิบายเมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปยังคูหา ก็ต้องแสดงตัวและลงชื่อในบัญชีรายชื่อพร้อมกับลงรายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง

"ถามว่าในการไปใช้สิทธิในคูหา ใครเห็นท่านบ้างครับ" ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ถามกลับ และยืนยันว่าไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับใคร

"เราเองจะรู้คนเดียวว่าลงคะแนนให้ใคร หรือไม่ลงคะแนนให้ใครอย่างไร ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ เพราะเป็นคูหา" เขากล่าวย้ำ

รองเลขาธิการ กกต. รายนี้ยังหยิบยกกฎหมายขึ้นมาอ้างว่าโหวตเตอร์ไม่มีสิทธิแสดงบัตรเลือกตั้งที่ถูกลงเสียงแล้วให้ผู้อื่นดู เพื่อยืนยันว่าลงเสียงให้กับใคร อย่างไร

นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามไม่ให้ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่กากบาทเลือกพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต หากใครก็ตามที่กระทำตามข้อห้ามทั้งสอง จะถือว่าต้องโทษทางอาญาและอาจถูกเพิกสิทธิถอนเลือกตั้งได้

หลังจากนั้น โหวตเตอร์ก็หย่อนบัตรที่ลงเสียงแล้วลงกล่องด้วยตัวเอง และเมื่อปิดคูหาในเวลา 17.00 น. กระบวนการนับคะแนนเริ่มขึ้น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มีหน้าที่เพียงหยิบบัตรมาขานคะแนน ไม่สามารถรู้ได้ว่าบัตรดังกล่าวเป็นของผู้ใด โดยเขาอ้างว่าเป็นเพราะ "ต้นขั้วบัตรมันไปคนละที่แล้ว"

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อไปว่าบัตรที่นับคะแนนเสร็จแล้วจะถูกนำไปบรรจุรวมกันในถุงพลาสติกใส แยกออกเป็นถุงบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนให้กับผู้ใด ซึ่งแต่ละถุงถูกผนึกด้วยสายรัดหรือเคเบิลไทร์ของ กกต. ไม่มีใครสามารถเปิดได้

ถุงที่บรรจุบัตรต่าง ๆ จะถูกนำใส่ไว้ในหีบบัตรอีกครั้ง ปิดผนึกอีกรอบ พร้อมรัดเคเบิลไทร์ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับไว้ ก่อนถูกส่งไปรวมยังศูนย์รวมคะแนนหรือศูนย์ประสานงานของแต่ละเขตเพื่อนำไปยุบรวมหีบบัตร

"ไม่มีใครสามารถไปเปิดดู กกต. บอกขอดูหน่อยว่ามันมีบัตรของใคร ทำไม่ได้นะครับ ต่อให้เป็น กกต. เองก็ไม่มีอำนาจ จะเปิดได้ในกรณีเดียว คือมีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่เท่านั้นเอง" ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

รองเลขาธิการ กกต. ยังเน้นย้ำด้วยว่า หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรจะถูกแยกเก็บรักษากันคนละที่ ส่วนบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกส่งต่อไปยังนายทะเบียนท้องถิ่นเพื่อจัดทำประกาศผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง

"ท่านอาจจะตั้งข้อสงสัยว่า แบบนี้เราก็สามารถมารีเช็คได้สิว่าทำไมบัตรนี้มาจากตรงไหน เหมือนที่เป็นข่าว ผมบอกท่านเลย ต่อให้ท่านสแกนออกมา แต่องค์ประกอบที่จะเอามาพิจารณาร่วมกันมันต้องอยู่สามส่วน" เขาอธิบายโดยบอกว่าการจะรู้ที่มาที่ไปของบัตรเลือกตั้งที่กาแล้ว ไม่ได้รู้ได้จากการสแกนจากบัตรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเทียบเคียงกับต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย


ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. เห็นว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมายัง "เป็นไปในทางลับ"
  • บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด มีได้ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย
ด้านนายวรพงษ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กกต. ชี้แจงสาเหตุของการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. ว่าสามารถทำได้ตามระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งให้อำนาจ กกต. ในการกำหนดให้มีรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง อันเป็นไปเพื่อการรักษาความปลอดภัย

เขายืนยันว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง ซึ่งทาง กกต. มีหลายมาตรการสำหรับเรื่องนี้ แต่เป็นความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้

นอกจากเหตุผลนี้ สิ่งนี้ยังเป็น "เครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมและบริหารควบคุมโดยเฉพาะในบัตรเลือกตั้งต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม"

เขาชี้แจงต่อว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดใช้สำหรับติดตาม (tracking) จำนวนบัตรที่ถูกจัดพิมพ์ "ไว้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามีการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินกว่าจำนวนที่กำหนดหรือไม่"

ในขั้นตอนของการเข้าเล่มหรือจัดรูปเล่ม (packing) บัตรเลือกตั้งต่างๆ "ก็มีการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดเหล่านี้ สำหรับการตรวจสอบก่อนเข้าเล่ม" โดยบัตรเลือกตั้ง 1 เล่ม มีบัตร 20 ใบ

ดังนั้นคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดจะช่วยให้ กกต. ติดตามได้ว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละเล่มมีบัตรหมายเลขอะไรบ้าง ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นไปเพื่อ "ความครบถ้วนถูกต้อง" เวลานำไปใช้ในหน่วยเลือกตั้ง "จะได้ไม่มีปัญหาบัตรเขย่ง"

นายวรพงษ์ยังบอกด้วยว่าคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดช่วยให้ตรวจสอบได้ว่ามีบัตรเลือกตั้งหลุดเล็ดลอดออกไปภายนอกหรือไม่ และหลุดออกไปจากหน่วยเลือกตั้งไหน หลังทางสำนักงาน กกต. แจกจ่ายบัตรเลือกตั้งดังกล่าวให้กับ กปน.

นอกจากนี้มันยังมีประโยชน์ในเรื่องการป้องกันการทุจริต หากมีการนำบัตรเลือกตั้งปลอมมาใช้ หรือนำบัตรไปใช้ข้ามเขตข้ามหน่วย "เราก็สามารถใช้บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดตัวนี้ที่กำหนดไว้ในการตรวจสอบได้เช่นกัน"

เขายอมรับด้วยว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เมื่อสแกนไปแล้ว "จะสามารถระบุได้ถึงตัว 'เลขที่' ที่อยู่บนบัตรเลือกตั้ง" ดังนั้นรูปบัตรเลือกตั้งที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ แล้วปรากฏว่าสแกนตัวเลขตรงกับต้นขั้วบัตรที่ยังไม่ถูกฉีกออก ก็ทำให้ทาง กกต. สามารถติดตามย้อนกลับได้เช่นกันว่าใครน่าจะเป็นผู้เผยแพร่ภาพดังกล่าว

จ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. สาธิตวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งในช่วงหนึ่งระหว่างการแถลงข่าว
  • บัตรประชามติไม่มีโค้ดเพราะแยกโรงพิมพ์
ช่วงหนึ่งเขาถูกผู้สื่อข่าวในห้องแถลงของ กกต. ถามว่า ในเมื่อบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย แล้วเหตุใดบัตรออกเสียงประชามติจึงไม่มีการเข้ารหัสในแบบเดียวกัน ซึ่งนายวรพงษ์ ตอบว่าเป็นเพราะใช้เทคโนโลยีในการพิมพ์ที่แตกต่างกัน โดยทั้งบัตรเลือก สส.แบบแบ่งเขต, แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ ใช้โรงพิมพ์คนละแห่งกันทั้งหมด

ทว่าเขายืนยันว่าบัตรออกเสียงประชามติสามารถถูก "ติดตาม (tracking) ได้" เช่นกัน แต่ไม่อาจเปิดเผยว่าเป็นลักษณะไหน ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย
  • ไม่ตอบชัด ติดตามย้อนกลับไปหาคนตัวคนกาได้หรือไม่
จากนั้นผู้สื่อข่าวในห้องแถลงของ กกต. สอบถามว่าในเมื่อตัวเลขที่สแกนได้จากบัตรสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นขั้วที่ผู้มีสิทธิออกเสียงลงชื่อไว้ได้ แล้วจะถือว่าเป็นการลงเสียงในทางลับได้อย่างไร

นายวรพงษ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่ยืนยันว่า "ถึงแม้สแกนแล้วขึ้นเป็นเลขที่บัตร อย่างที่นำเรียนนะครับว่า แต่ในขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้ [ว่าเป็นใคร] การนับคะแนนก็ไม่รู้" โดยเขายืนยันตามคำชี้แจงของว่าที่ ร.ต.ภาสกร ที่ยืนยันว่ามีการเก็บหลักฐานต่าง ๆ อย่างแน่นหนาและมีผู้รับผิดชอบชัดเจน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสแกนบัตรเลือกตั้งแล้วนำมาเทียบกับต้นขั้ว

จากนั้นนายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ ผู้สื่อข่าวจากไทยรัฐออนไลน์ ขอให้ผู้ชี้แจงจาก กกต. ตอบเพียงว่า yes or no (ใช่หรือไม่) เท่านั้น โดยถามว่าไม่ว่าเหตุอะไรก็ตามแต่ หากมีผู้สามารถนำต้นขั้วออกมาได้ และสามารถหาบัตรลงคะแนนมาสแกนแล้วตัวเลขตรงกัน

"เราสามารถบอกได้ว่าคน ๆ นั้น เลือกใคร ใช่หรือไม่ใช่ครับ" ผู้สื่อข่าวถาม

นายวรพงษ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามตรง ๆ แต่เล่าย้อนไปว่ากระบวนการเก็บรักษาหีบบัตรหรือต้นขั้วบัตรต่าง ๆ ถูกเก็บไว้รวมกันทั้งเขตเลือกตั้ง หรือถูกเก็บรวมไว้ทั้งจังหวัด ซึ่งมีอยู่หลายร้อยหรือหลายพันหน่วยเลือกตั้ง

"ผมว่าเป็นไปได้ยากมากในการที่จะไปสืบค้น ไปค้นหา ด้วยปริมาณอย่างที่ผมนำเรียน" เขากล่าว

เมื่อถามต่อว่า "เป็นไปได้ยากไม่เท่ากับเป็นไปไม่ได้ ใช่หรือไม่"

นายวรพงษ์พยักหน้าและตอบว่า "เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าคนกระทำก็คือมีเจตนาทุจริตแล้ว" เนื่องจากการเข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ถูกจัดเก็บแล้ว ถือว่ามีความผิดในทางกฎหมาย

กกต. ถูกถามต่อด้วยว่าถ้าเจอก็หมายถึงสามารถจับคู่ต้นขั้วกับบัตรเลือกตั้งได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ กกต. ชี้แจงว่าสรุปแบบนั้นไม่ได้และเน้นย้ำว่าทางสำนักงาน กกต. มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

บัตร 3 ใบจัดพิมพ์แยกบริษัท - ค่าพิมพ์แพงกว่าเลือกตั้งปี 66

เมื่อสืบค้นข้อมูลการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. และบัตรออกเสียงประชามติ สำหรับการลงคะแนนในปี 2569 จากเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. บีบีซีไทยพบว่ามีการจัดจ้าง 3 บริษัทแยกพิมพ์บัตรคนละประเภท ซึ่งสำนักงาน กกต. จ้างจัดพิมพ์บัตรประเภทละ 56.1 ล้านฉบับ

โดยบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีการจัดจ้างบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พรินท์ติ้ง จำกัด ซึ่งบริษัทเสนอราคารับจ้างอยู่ที่ 81.3 ล้านบาท



ส่วนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีการจัดจ้างบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทเสนอราคาที่ 67.3 ล้านบาท


ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ ผู้ที่รับจัดพิมพ์คือโรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง เสนอราคาจัดพิมพ์บัตร 56.1 ล้านบาท



บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า'บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พรินท์ติ้ง จำกัด ยังเคยเป็นผู้ชนะการเสนอราคาจ้างพิมพ์บัตร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เมื่อปี 2566 ด้วย โดยขณะนั้นมีการเสนอราคาที่ 37.7 ล้านบาท สำหรับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 57.2 ล้านฉบับ ต่ำกว่าราคากลางกว่าเท่าตัว

ส่วนการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในปี 2566 ผู้ชนะการเสนอราคาคือ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด โดยเสนอราคา 68.6 ล้านบาท สำหรับการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 57.2 ล้านฉบับ

เมื่อคำนวณรวมค่าจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เฉพาะสำหรับบัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งสองปีเปรียบเทียบกัน จะพบว่าในปี 2569 มีการใช้เงินงบประมาณจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 40 ล้านบาท

กลุ่มวีวอทช์ (We Watch) ชี้หลายประเทศมีรหัสบนบัตรเลือกตั้ง

พงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการเครือข่ายสังเกตการณ์การเลือกตั้งวีวอทช์ (We Watch) ชี้ว่าการใช้บาร์โค้ดหรือรหัสเฉพาะบนบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องที่หลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสหราชอาณาจักร ต่างก็ใช้ระบบคล้ายกัน และยังคงเป็นข้อถกเถียงสำหรับการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

เขายกตัวอย่างของประเทศที่เลือกใช้ระบบนี้ อย่างเช่นในสหราชอาณาจักร จะมีระบบการคุ้มครองความลับของบัตรเลือกตั้งอย่างเข้มงวดมาก โดยบัตรที่มีรหัสตัวเลขจะถูกเก็บอย่างเป็นความลับในถุงที่ปิดผนึกแน่นหนา และจะเปิดเพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างบัตรและต้นขั้วได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งจากศาลเท่านั้น โดยเคยมีคดีตัวอย่างที่ศาลมีคำสั่งให้เปิดเพื่อพิสูจน์การทุจริต แต่ยังคงรักษากระบวนการลับอย่างเคร่งครัด

แม้ไทยจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่าต้องเก็บเป็นเวลา 2 ปีก่อนทำลาย แต่ผู้อำนวยการเครือข่ายสังเกตการณ์การเลือกตั้ง We Watch ระบุว่า ระบบการกำกับการเข้าถึงข้อมูลยังเป็นเรื่องที่ขึ้นกับอำนาจของ กกต. มากกว่าที่จะกำหนดในกฎหมายชัดเจนเหมือนกับในต่างประเทศ ทำให้ประเด็นความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการความลับยังเป็นข้อกังวลสำคัญ

"ของเรา (ไทย) เก็บบัตรไว้ 2 ปี มันมีระเบียบที่เขียนเรื่องนี้ไว้ แต่ว่ากลไกของมันเป็น (การตัดสินใจ) ภายในของ กกต… แต่ประเทศอื่นมันใส่ไปเลย เป็นกฎหมายเลย แล้วก็บอกว่าต้องศาลสั่ง"

"(กรณีของไทย) หลังจากการเลือกตั้งนะมันเก็บไว้ที่ไหน… มั่นใจยังไงว่าจะไม่มีอะไรไปเอาข้อมูลสองอย่างมาเชื่อมกันภายหลัง"

แม้จะมีเทคโนโลยีการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งพร้อมกับการรักษาความลับขึ้นมาในประเทศอื่น ๆ แต่พงษ์ศักดิ์ชี้ว่า บริบทความเชื่อมั่นในสถาบันการจัดการการเลือกตั้งของแต่ละประเทศ ยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่ารูปแบบใดจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้สิทธิมากที่สุด

"ท้ายที่สุดแล้ว แล้วมัน (เหตุผลด้านการป้องกันการโกง) จะอยู่เหนือความศักดิ์สิทธิ์ของคำว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับหรือเปล่า... เขาจะอ้างเรื่องไหนก็ตามนะ เรื่องความปลอดภัย… แต่มันต้องไม่อยู่เหนือการลงคะแนนโดยลับ"

https://www.bbc.com/thai/articles/c5yv771e9wzo



ด่วน!! ศาลปกครองออกเลขรับคดี ขอให้ระงับการรับรองผลเลือกตั้ง ปมบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดแล้ว


ข่าวช่อง8 
4 hours ago
·
ด่วน!! ศาลปกครองออกเลขรับคดี ขอให้ระงับการรับรองผลเลือกตั้ง ปมบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดแล้ว
หลังจากนายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเกี่ยวกับ กรณีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถ Track ถึงตัวบุคคลที่จะลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งใบนั้นๆ ได้ จึงขอให้ระงับการรับรองผลเลือกตั้ง
ล่าสุดทนายธนู โพสต์ข้อความ ระบุว่า Update ล่าสุด ศาลปกครองกลางออกหมายเลขคดีดำที่ 304/2569
จากกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและ QR code ที่ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปหาต้นขั้ว จนสามารถติดตามได้ว่าบัตรใบไหนลงคะแนนโดยใคร
จนทำให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาสูญเสียความเป็นความลับในการลงคะแนนไป
ผมได้ยื่นฟ้องกกต. ต่อศาลปกครองกลาง ผ่านทางe-fling
ขอให้
1. จัดเลือกตั้งใหม่ โดยพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ไม่สามารถtrackกลับได้ และเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิมที่ได้ลงคะแนนไว้แล้วเสียทั้งหมด
2. ขอให้พิพากษาตามข้อ 1. เป็นการเร่งด่วนตามข้อ ๔๙/๒ ของระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง เนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปนั้นเป็นเรื่องที่กระทบประโยชน์สาธารณะเป็นอย่างสูง เป็นกลไกกำหนดทิศทางของประเทศ ในส่วนของการเผาทำลายบัตรเลือกตั้งที่ผ่านการลงคะแนนมาแล้ว หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปอาจมีการสืบย้อนกลับว่าผู้ลงคะแนนแต่ละคนลงคะแนนให้ผู้สมัครผู้ใดหรือพรรคการเมืองใดได้
3. ขอให้ระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้งไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
4. ขอให้ศาลมีคำสั่งตามข้อ 3. โดยเร่งด่วนตามข้อ ๗๖/๑ ของระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง เพราะผู้ถูกฟ้องคดีอาจประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อใดก็ได้ ซึ่งเมื่อรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว ย่อมเกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยา

https://www.facebook.com/thaich8news/posts/1381864433967445


ด่วน! กกต.งานเข้า "ศาลปกครอง" รับคดีปมบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด | ลุยชนข่าว | 13 ก.พ. 69

Feb 13, 2026 

ด่วน! กกต.งานเข้า "ศาลปกครอง" รับคดีปมบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด

https://www.youtube.com/watch?v=H5y3pj2G7rU