วันอังคาร, มีนาคม 10, 2569

รู้จัก ‘Claude’ แชตบอตมาแรง ยอดดาวน์โหลดพุ่งพรวด หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบน เพราะ Claude เป็น AI มีจริยธรรม ไม่ใช่เปิดใช้งานทุกอย่างตามที่ (มนุษย์) ต้องการ - มีคลิปสอนใช้ Claude AI จบใน 15นาที


BrandThink
March 7
·
BIZ: รู้จัก ‘Claude’
แชตบอตมาแรง
ยอดดาวน์โหลดพุ่งพรวด
หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบน
.
ก่อนหน้านี้ชื่อของแชตบอตอย่าง ‘Claude’ อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก หากไม่ใช่ผู้ใช้งาน AI สายลึก ทว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แอปนอกสายตาที่ไม่เคยติด TOP 100 บนยอดการดาวน์โหลดกลับพุ่งทะยานแซงหน้า ChatGPT ขึ้นมาเป็น AI ยอดฮิตอันดับ 1 บน Apple App Store เสียดื้อๆ แอปนี้มันดีอย่างไร เขาทำการตลาดแบบไหน ชวนมาทำความรู้จัก Claude ไปพร้อมๆ กัน
.
Claude คือแชตบอต AI ที่พัฒนาโดยบริษัทสหรัฐอเมริกา ‘Anthropic’ ที่ก่อตั้งโดยอดีตนักวิจัยระดับสูงด้าน AI และวางตัวเองชัดเจนว่าเป็นองค์กรที่เน้น “AI ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ”
.
จุดเด่นของ Claude คือความสามารถในการประมวลผลข้อความยาวๆ วิเคราะห์เอกสารจำนวนมาก เขียนบทความ โค้ด และตอบคำถามเชิงซับซ้อนได้อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันก็ออกแบบให้มีระบบรักษาความปลอดภัย หรือข้อจำกัดด้านจริยธรรมชัดเจน
.
ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นกระแส Claude เติบโตแบบเงียบๆ มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้เป็นดาวเด่นของตลาด กระทั่งเกิดแรงเร่งสำคัญ ที่ไม่ได้เกิดเพราะฟีเจอร์ใหม่ หรือการตลาดแต่อย่างใด หากแต่มาจากความขัดแย้ง
.
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ Anthropic เกิดข้อขัดแย้งกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เกี่ยวกับการใช้ AI โดยบริบัทไม่ยอมให้ Pentagon ใช้ AI ในการสอดแนมประชาชนหรือระบบอาวุธอัตโนมัติ แต่ต้องใช้โมเดล AI ได้โดยไม่มีข้อจำกัดที่แนบมากับบริษัทผู้พัฒนา
.
เมื่อการเจรจาไม่ลงตัว เรื่องราวเลยบานปลายไปสู่การเมืองระดับชาติ โดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางหยุดใช้เทคโนโลยีของ Anthropic และพิจารณาให้บริษัทเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ส่วนทาง Anthropic ได้ออกแถลงการณ์ว่า บริษัทเตรียมต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการกำหนดสถานะความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานในชั้นศาลต่อ
.
จากเหตุการณ์นี้เองทำให้ชื่อ ‘Claude’ ถูกพูดถึงในวงกว้างโดยเฉพาะฟากสื่อมวลชน
.
จากข่าวความขัดแย้ง ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่เคยรู้จัก Claude เริ่มค้นหาว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และทำไมบริษัทถึงยอมเสี่ยงเสียสัญญารัฐมูลค่ามหาศาลเพื่อรักษาจุดยืน ผลลัพธ์คือยอดดาวน์โหลดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแอปไต่จากนอก Top 100 ขึ้นสู่อันดับ 1 ของ App Store และติด Top 5 ใน Google Play Store
.
และนี่ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์เทคโนโลยี แต่คือ Brand Positioning ที่ชัดเจนอย่างยิ่ง เพราะ Anthropic วางตัวเองเป็น AI ที่มีหลักการ ต่างจาก AI ตัวอื่นๆ ที่มักขายกันที่ประสิทธิภาพและความเร็ว แต่ Claude กลายเป็นตัวแทนของแนวคิดว่า AI ควรถูกใช้อย่างมีจริยธรรม ไม่ใช่เปิดใช้งานทุกอย่างตามที่ (มนุษย์) ต้องการ
.
สตอรี่การยืนหยัดของ Anthropic จึงกลายเป็นจุดขายแบบจับพลัดจับผลู สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ได้ในทันที และในยุคที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยตัดสินใจจากค่านิยม ไม่ใช่แค่ฟังก์ชัน มันจึงกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้ Claude ขึ้นอันดับ 1 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ มีการลงชื่อเข้าใช้ต่อวันพุ่งสูงสุดหลายวันติดต่อกัน และจำนวนลูกค้าที่จ่ายเงินเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวแล้วในตอนนี้
.
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น แม้มีคำสั่งห้ามใช้ไปแล้ว มีรายงานว่าระบบของ Claude ยังคงถูกใช้เพราะมีโครงสร้างโปรแกรมเดิมที่ฝังอยู่ในระบบ ยังไม่สามารถถอดออกได้ทันที โดยรายงานข่าวอ้างว่าโปรแกรมยังถูกใช้ในปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับระบบเฉพาะที่ใช้ในเหตุการณ์คราวนี้
.
การถูกแบน แต่ยังถูกใช้จึงยิ่งทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้น ในเชิงภาพลักษณ์ มันตอกย้ำสองสิ่งพร้อมกัน หนึ่งคือ เทคโนโลยีของ Anthropic มีความสำคัญและฝังลึกในระบบมากพอจนไม่สามารถยุติการทำงานได้ทันที และความตึงเครียดระหว่างหลักการของบริษัทกับความต้องการของรัฐคงมีต่อไปเรื่อยๆ
.
แต่ถ้ามองผ่านมุมการตลาด นี่อาจเป็นกรณีศึกษาของการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนแรงเสียดทานเป็นแรงส่ง Claude เติบโตเพราะจุดยืนที่ชัดเจน โดยไม่ต้องอาศัยงบการตลาดแม้แต่น้อย ผู้ใช้จำนวนหนึ่งดาวน์โหลดเพราะอยากทดลอง AI ตัวใหม่ แต่คนอีกไม่น้อยดาวน์โหลดเพราะเห็นด้วยกับจุดยืนของบริษัท
.
และเป็นบทเรียนว่า แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่ยึดมั่นในจริยธรรมและผลกระทบทางสังคม ย่อมมีคนอยากยืนเคียงข้างเสมอ
...

BrandThink
อ้างอิง:
Anthropic's Claude Tops App Store After Pentagon Dispute Spurs ChatGPT Backlash https://pureai.com/.../claude-jumps-to-no-1-after...
Hours after Trump announced ban on Claude AI, US military used it in Iran strikes — reports https://www.timesofisrael.com/hours-after-trump.../


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1499217321766599&set=a.811136580574680


สอนใช้ Claude AI จบใน 15นาที

หมาก ดิจิทัล - Mark Digital

Aug 4, 2025 #ai #chat #chatgpt

สอนใช้ Claude AI ที่เก่งภาษาไทยที่สุด จบใน 15นาที ในวิดีโอนี้ เราจะมาดูวิธีการใช้ Claude AIซึ่งเป็น #ai agent ที่ช่วยปรับปรุงการใช้งาน #chat gpt โดยเน้นการใช้งานภาษาไทยและความสามารถของ #agentic ai ในการช่วยงานต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีการอธิบาย #ai agents และการใช้งาน #chatgpt explained

https://www.youtube.com/watch?v=WFGZQsyfRYw



9 มีนาคม วันเกิด ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ความหวังของอาจารย์ป๋วย คืออะไร


https://www.facebook.com/suchart.sawadsri/posts/4530195893923553

Suchart Sawadsri 
17 hours ago
·
9 มีนาคม วันเกิด ป๋วย อึ๊งภากรณ์
------
ปฎิทินแห่งความรื่นรมย์ :
ชีวิตทางวัฒนธรรมของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ปาฐกถา "100 ปี ป๋วย อึ๊งภากรณ์"
โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
บทส่งท้าย
-- ผมอยากขอปิดท้ายด้วยภาพถ่ายอีกภาพหนึ่ง เมื่อผมเห็นครั้งใดก็ให้รู้สึกสะเทือนใจและอดคิดไปถึงเรื่องราวในสังคมไทยที่ผ่านมาไม่ได้ ภาพที่ว่านี้คือภาพ “อาจารย์ป๋วย” กับ “อาจารย์ปรีดี” นั่งกันอยู่เงียบๆบนม้านั่งเหงาๆที่เหมือนจะโดดเดี่ยว ไม่แน่ใจว่าม้านั่งที่เห็นในภาพถ่ายตัวนี้อยู่ที่อังกฤษ หรือที่ฝรั่งเศส ไม่มีใครทราบว่า ในชั่วขณะที่คนทั้งสองมานั่งอยู่บนม้านั่งตัวเดียวกันนั้น ท่านทั้งสองกำลังคิดอะไรในใจ คนหนึ่งเป็นอาจารย์ คนหนึ่งเป็นศิษย์ ทั้งศิษย์และอาจารย์ต่างก็มีความใฝ่ฝันแสนงาม หวังอยากเห็นแผ่นดินบ้านเกิดมีความสุขสมบูรณ์ มีเสรีภาพ มีประชาธิปไตย มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ มีความงอกงามทางความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาก้าวไกลอย่างทัดเทียมไปพร้อมๆกับอารยประเทศทั้งหลาย ทั้งอาจารย์และศิษย์ที่นั่งอยู่ด้วยกันบนม้านั่งตัวนี้ ดูแล้วก็เหมือนเป็นครึ่งหนึ่งของกันและกัน มีอุดมคติและอุดมการณ์ที่ใกล้เคียงกัน กล่าวคือต้องการสร้างดุลยภาพและภราดรภาพให้กับ “บ้านเกิดเมืองนอน”ของตน แต่แล้ววิบากกรรมอันเกิดจากความโง่เขลาเบาปัญญาของกลุ่มคนไร้สติบางกลุ่ม ได้ทำให้คนทั้งสองต้องไปตายในบ้านเมืองของคนอื่น
เกิดอะไรขึ้น ทำไมโชคชะตาจึงเล่นตลกเช่นนั้น หรือว่าไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่เป็นเรื่องที่คนทั้งสอง “รักในสัจจะ” อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ดังนั้นท่านจึงต้องพบกับเรื่องที่ต้องปวดร้าว บทเรียนจากประวัติศาสตร์คงจะเล่าความเป็นมาในหลายสิ่งหลายอย่างให้ทราบได้ ไม่ในชั่วคนรุ่นนี้ก็คงจะต้องเป็นในชั่วคนรุ่นต่อไป เอาเฉพาะ "เหตุการณ์ 6 ตุลา 19” ปีหน้าก็จะครบวาระ “40 ปี 6 ตุลา” แล้ว 40 ปีผ่านไป มีอะไรเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ใครจะตอบบ้างอย่างตรงไปตรงมา บรรดาศิษย์ทุกรุ่นทั้งเก่าและใหม่มีความเข้าใจใน “จิตวิญญาณแห่งความเป็นป๋วย อึ๊งภากรณ์” มากน้อยแค่ไหน หรือเห็นเป็นเพียงแค่ชื่ออีกชื่อหนึ่งที่ไม่มีความหมายอะไร ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ครั้งหนึ่ง ภายหลัง "เหตุการณ์ 14 ตุลา 16” อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์เคยพูดไว้ว่า “ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกกระเบียดนิ้ว” ซึ่งเป็นความจริง ธรรมศาสตร์เมื่อครั้ง “14 ตุลา” นั้นเป็นเหมือน “พื้นที่ปลดปล่อย” ที่ให้บรรดากรรมกร-ชาวนา ได้เข้ามาปรับทุกข์ผูกมิตรกับนักศึกษา-ปัญญาชน และก็เพราะเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ผมได้พบสาวโรงงานคนหนึ่งในเวลาช่วงเดียวกัน แต่ทว่าในปัจจุบันนี้ ถามจริงๆเถอะ ธรรมศาสตร์ยังเป็นธรรมศาสตร์เช่นนั้นหรือเปล่า ทำไมธรรมศาสตร์ต้องรื้อฟื้นเอา"ระบบโซตัส"มาให้ความสำคัญ ธรรมศาสตร์ไม่เคยมีระบบนี้ ธรรมศาสตร์เคยเป็นแต่ “ตลาดวิชา” และ “พื้นที่แห่งภราดรภาพนิยม” ตามอุดมการณ์เริ่มต้นที่มาจากความคิดของผู้ก่อตั้ง "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง" คือท่านผู้ประสาสน์การคนแรก - นายปรีดี พนมยงค์ ธรรมศาสตร์ในเชิงสัญลักษณ์จึงเป็นเหมือน "เขตปลดปล่อยแห่งเสรีภาพ" มาแต่ดั้งเดิม ธรรมศาตร์คือภราดรภาพนิยม ธรรมศาสตร์ชิงชังเผด็จการทุกรูปแบบเนื้อหา ธรรมศาสตร์ไม่ใช่ค่ายทหาร
ผมไม่ขอโทษหน้าไหนทั้งนั้นที่พูดเช่นนี้ เพราะทุกวันนี้ไม่ว่ามหาวิทยาลัยในชื่อไหนก็ตาม ทำไมมันจึงคล้ายเป็น “คุกจำลองขนาดใหญ่” ที่เหมือนๆกันไปหมด คือแทบไม่มีบรรยากาศของคำว่า Academic Freedom หรือเสรีภาพทางวิชาการ อันเป็นอุดมคติสูงสุดของมหาวิทยาลัย อาจารย์ป๋วยเองก็เคยกล่าวไว้เช่นนั้น และผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ธรรมศาสตร์จะ “ปลดปล่อยตัวเอง” ได้สำเร็จเมื่อไร เพื่อนพ้องน้องพี่คนไหนจะตอบเรื่องนี้ให้ “อาจารย์ปรีดี” และ “อาจารย์ป๋วย” ทราบอย่างเป็นรูปธรรมบ้าง
ภาพถ่ายบนม้านั่งเหงาๆของทั้งศิษย์และอาจารย์ภาพนี้ คือบทเพลงแห่งความเงียบ ความหวัง และความล้มเหลวของทั้งอาจารย์และศิษย์ และสิ่งที่คนทั้งสองล้มเหลว ก็คือความล้มเหลวของเราทุกคนในประเทศนี้ด้วย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะหมายถึงเสรีภาพ ประชาธิปไตย ศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ความยุติธรรม ความเป็นพี่น้อง การมีส่วนร่วมในความหลากหลายทางความคิดที่ก้าวหน้า ความยุติธรรม และความเป็นธรรมในสังคม ที่ต้องมีทั้งดุลยภาพ สมรรถภาพ และ “ความรับผิดชอบทางจริยธรรม” [ คำของอาจารย์ป๋วย ]
และนี่คือความหวัง และความฝัน ครั้งสุดท้าย ของคนทั้งสอง
ดังที่เล่ามา ผมได้พบอาจารย์ป๋วยในช่วงก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์ “6 ตุลา 19” ไม่กี่เดือน หลังจากเสร็จการประชุมร่วมกันครั้งหนึ่ง ท่านได้ขับรถคันเก่าๆของท่านมาส่งผมครึ่งทางที่สะพานควาย เพราะเห็นว่ากลับบ้านทางเดียวกัน หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พบกันอีก เมื่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญเลือดนองแผ่นดินผ่านไป ผมเข้าใจว่าท่านเองคงรู้สึกบอกไม่ถูกกับสังคมไทยที่สวิงกลับไปหา “ขวาจัด” ที่ “โง่ๆ บ้าๆ” อย่างไร้สาระมากขึ้นเรื่อยๆ [ แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้ ] เมื่อท่านกลับมาเยี่ยมเมืองไทย 2 หรือ 3 ครั้ง ท่านพูดไม่ได้แล้ว ผมรู้สึกสะเทือนใจเกินกว่าที่จะเข้าไปพบท่าน ผมมองดูท่านอยู่ห่างๆ แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ และก็ไม่ได้เขียนบทกวีให้ท่านเหมือนเช่นใครต่อใครอีกหลายคนที่ต่อมาขึ้นไป ”เป่านกหวีด” อยู่บนเวที กปปส. และเวทีพันธมิตรฯ และต่อมามีบางคนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการทำรัฐประหารของ คสช.ในปัจจุบัน
ในวาระ 100 ปีชาตกาลของอาจารย์ป๋วยที่ใกล้จะมาถึงในปีหน้า สิ่งที่ท่านต้องต้องการ ผมว่าไม่น่าจะใช่การสร้างอนุสาวรีย์ให้นกมาขี้รด หรือให้นักศึกษาเอาธูปมาปัก สิ่งที่ท่านต้องการคืออะไร สิ่งที่ต้องการคือสัจจะ – ความจริง ความงาม ความหวัง และความรื่นรมย์
สิ่งที่อาจารย์ป๋วยต้องการคือท่านอยากให้เราพูดถึงความล้มเหลวของท่านในสังคมนี้ เพราะความล้มเหลวของท่านก็เหมือนความล้มเหลวของเราทุกคนในปัจจุบันด้วย
ความรื่นรมย์ของอาจารย์ป๋วย [ ถ้าจะมีในทางโครงสร้าง ] ก็คือความหวังที่ต้องการเห็นบ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเสรีภาพ ประชาธิปไตย และมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ท่านยํ้านักยํ้าหนาหลายครั้งหลายหนในวามเป็นอิสรชน และมนุษยชน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นความรื่นรมย์ครั้งแรก หรือครั้งสุดท้าย มันก็ย่อมต้องมีความหวังเสมอ สำหรับเราทุกคนที่ยังเชื่อมั่นและเข้าใจในจิตวิญญาณของคนชื่อ "ปรีดี" และ "ป๋วย"
สำหรับอาจารย์ป๋วย ความหวังของท่านก็คือ ท่านต้องการเห็นแผ่นดินเกิดมีความงอกงามสมบูรณ์ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ราษฎรทุกระดับ ทุกพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างเสมอหน้า ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม
โดยสรุปก็คืออาจารย์ป๋วยไม่ต้องการการปกครองแบบ “คณาธิปไตย” ท่านเห็นว่าการทำรัฐประหารเป็นหนทางแห่งหายนะ และ “ประชาธิป
ไตยที่สมบูรณ์” ( คำของนายปรีดี พนมยงค์ ) อันหมายถึงโครงสร้างทั้ง 4 เสา – การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มันจักต้องมีความสมบูรณ์ไปพร้อมกัน และทัดเทียมกัน
“ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” คือทางออกทางเดียวเท่านั้น แต่บัดนี้ท่านเองก็ไม่รู้เสียแล้วว่า มีลูกศิษย์ลูกหาของท่านหลายคนเปลี่ยนไปในแบบนาฬิกาที่หมุนเข็มย้อนกลับ
ความหวังของอาจารย์ป๋วยคืออะไร คือ “สันติประชาธรรม” และท่านเคยบอกว่าอยากจะใช้คำนี้แทนคำว่า “ประชาธิปไตย” ด้วยซ้ำ
ความหวังของอาจารย์ป๋วย คืออะไร คือ “ความจริงและความงาม” ส่วนความดีนั้นจะตามมาเอง เมื่อใครก็ตามมีสองอย่างที่มาก่อนหน้า
ความหวังของอาจารย์ป๋วย คืออะไร คือ “สังคมเปิดที่มีเสรีภาพ” สังคมเปิดที่เป็นทั้ง "วิถี" และมี วิธีปฏิบัติ ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ไม่หน้าไหว้หลังหลอก
ความหวังของอาจารย์ป๋วย คืออะไร คือการออกไปให้พ้นจาก “อำนาจนิยม” ทั้งความคิดแบบ “ขวาจัด” และ “ซ้ายจัด” โดยมีกติกาของคำว่า "ประชาธิปไตยสมบูรณ์” ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มาเป็นตัวกำหนดโครงสร้างของการก้าวไปข้างหน้าอย่างเสมอบ่าเสมอไหล่กับอารยะประเทศ
ภาพถ่ายบนม้านั่งของศิษย์และอาจารย์ที่มาพบกันในครั้งนั้น มันให้ความเย็นยะเยือกเข้าไปถึงหัวใจของผม เพราะมันเป็นเหมือนความหวัง และความกลัวของสังคมไทยในปัจจุบัน ที่ก็ยังไม่รู้ความชัดเจนแน่นอนว่าจะตกนรก หรือขึ้นสวรรค์
ถ้าเราทุกคนรักอาจารย์ป๋วยจริง ก็จงรักอย่าง “คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” ไม่ใช่รักแบบเห็นอาจารย์ป๋วยเป็นเทวดา
------------
บางตอนจากปาฐกถา " 100 ปี ชาตกาล ป๋วย อึ๊งภากรณ์ "
ห้องประชุมชั้น 5 คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
19 ตุลาคม พ.ศ.2550


ปาฐกถา ป๋วย อึ๊งภากรณ์: อ.เกษียร เตชะพีระ ชวนตั้งคำถาม ถึงความหมาย ‘ระบบประชาธิปไตย’ และความเป็นไทยในการเมือง


The MATTER

9 hours ago
·
BRIEF: 'สรุปปาฐกถา ป๋วย อึ๊งภากรณ์' อ.เกษียร เตชะพีระ ชวนตั้งคำถามถึงความหมาย ‘ระบบประชาธิปไตย’ และความเป็นไทยในการเมือง
.
วันนี้ (9 มีนาคม 2569) ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวปาฐกถา ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 20 หัวข้อ “ประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็นไปได้: ปมปริศนาบนเส้นทางแสวงหาของสังคมไทย”
.
ปาฐกถาครั้งนี้ เกษียรได้พาไปสำรวจความยอกย้อนของ “ประชาธิปไตย” ในสังคมไทย ผ่านการเดินทางแสวงหา “ประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็นไปได้” จากการอภิวัฒน์สยาม 2475 จนถึงปัจจุบัน
.
“ประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็นไปได้” มาจากไหน?
.
ประชาธิปไตยที่ประเสริฐสุดที่เป็นไปได้ มีแรงบันดาลใจจากหนังสือประกอบการสอนเรื่อง การิทัตผจญภัย นิยายปรัชญาการเมือง ที่ตัวเอกต้องเดินทางไปสำรวจเพื่อแสวงหาคำตอบว่า “โลกที่ประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้อยู่ที่ไหน?” หากเจอโลกที่คนคิดว่าคำถามนี้ไม่เป็นที่พึงถามอีกต่อไปแล้ว ก็ย่อมมิอาจปรับปรุงโลกให้ดีขึ้นได้กว่านี้อีก
.
โดยเกษียรหาคำตอบผ่านแนวคิด ‘อภิสัญญะ’ ซึ่ง “ประชาธิปไตย” ถูกหยิบใช้จากหลายฝ่าย และการนิยามความหมายเชิงนิเสธ จากยุคสมัยได้มีการนิยาม “ประชาธิปไตย” ในแบบที่ต่างกัน
.
โดยวันนี้ เกษียรจะอธิบายในประเด็นที่ว่า “ประชาธิปไตยไม่ใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ สาธารณรัฐ หรือสังคมนิยม” ตามหลักฐานที่สะท้อนถึงการช่วงชิงความหมายทางประวัติศาสตร์ในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
.
ประชาธิปไตยประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้
.
สุดท้ายเกษียรได้เสนอคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “ประชาธิปไตยที่ประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้อยู่ที่ไหน?” โดยยกคำตอบของ ปกป้อง จันวิทย์ ประธานกรรมการบริหารของวันโอวัน เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาในรายวิชาของเขาว่า
.
“โลกที่ประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้ คือ โลกที่เปิดโอกาสให้คนแสวงหาโลกที่ประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุด”
.
กล่าวคือ เพื่อที่จะทำให้ผู้คนสามารถดำเนินชีวิตทางการเมืองและแสวงหาประชาธิปไตยที่ประเสิรฐที่สุดได้ ก็มีสิ่งหนึ่งที่ควรต้องมี ตั้งแต่สิทธิเสรีภาพทางการเมืองและภูมิปัญญาในการแสวงหาและสร้างสรรค์ประชาธิปไตยประเสริฐที่สุดที่เป็นไปได้โดยสันติ สังคมต้องมีความเสมอภาคกัน โดยความเสมอภาคนี้ควรร่วมยกระดับสูงได้เรื่อยๆ ซึ่งแต่ละคนควรมีมาตรฐานการครองชีพขั้นต่ำที่ดีตามสมควร และต้องมีพหุนิยมทางวัฒนธรรม
.
นอกจากนั้น สังคมยังควรเปิดพื้นที่คู่ขนาน (Heterotopia) ในการปฏิบัติทดลองยูโทเปียประชาธิปไตยต่างๆ ซึ่งแม้ใครจะมองว่าโลกยูโทเปียเป็นเพียงเรื่องอุดมคติ ไม่มีอยู่จริง แต่อย่างน้อยก็เป็นพื้นที่ให้ประชาชนได้ทดลองฝันหรือมีความหวังต่อสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ขณะที่สังคมต้องเปิดให้พวกเขามีทางเลือกที่จะปลีกย้ายออกจากระบบได้ โดยไม่ขังประชาชนไว้ในคุกในนามของความเป็นไทย
.
“สังคมที่ไม่มียูโทเปียถือเป็นวิกฤตจินตนาการของสังคมที่ฝันไม่เป็น ดังนั้น เพื่อจะเปลี่ยนโลก เราต้องสามารถจินตนาการถึงเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงปัจจุบันอย่างถึงรากได้ ถ้าฝันไม่ได้ ก็อย่าเสียเวลาเปลี่ยน เพราะคุณก็จะได้แบบเก่า” เกษียร กล่าว
.
ทั้งนี้ การปฏิบัติทดลองยูโทเปียไม่ใช่เพื่อว่าต้องยึดอำนาจรัฐหรือยึดครองสังคมก่อนจึงทำได้ แต่ทุกคนสามารถทำคู่ขนานกับสังคมที่กำลังเป็นไปในปัจจุบันได้เลย แล้วสักวันการเปลี่ยนแปลงจะมาถึง ยกตัวอย่างเมื่อ 2500 ปีที่แล้วที่คนเลือกห่มผ้าสามผืนเดินตามหาสัจจธรรมของชีวิต, การเปิดพื้นที่เสรีภาพในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2516-2519, การรวมตัวกันของสมัชชาคนจน หรือคนที่ยังมีความหวังว่านักโทษมาตรา 112 จะได้รับการปล่อยตัว
.
สุดท้ายนี้เกษียรขอจบปาฐกถาด้วยวาทะของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ชวนแลไปข้างหน้าถึงประชาธิปไตยในวันสุกดิบก่อนการสังหารหมู่กับรัฐประการ 6 ตุลาคม 2519 คือ
.
“ประชาธิปไตย ถ้ารอไม่ได้ก็รอไม่ได้ จะมีรัฐประหารก็มีไป แต่ที่แน่ที่สุดคือ เมื่อไม่ได้ผลในคราวนี้ คราวหน้าก็เอาใหม่ ถ้าวันหน้ามีรัฐประหารมีเผด็จการ ก็มี 14 ตุลาได้อีก คนเรานั้นต้องตั้งต้นกันใหม่ ในชั่วชีวิตผมอาจจะไม่ได้เห็น ในชั่ชีวิตท่านทั้งหลาอาจจะไม่ได้เห็น…สำหรับผมแล้ว วิถีทางสันตินั้นมีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือต้องใช้ประชาธิปไตย ซึ่งจะต้องมีกฎหมู่ จะต้องใช้วิธีอหิงสา และจะต้องเชื่อมั่นมวลชนเพื่อเป็นพลังสำหรับนำไปสู่สังคมที่เราต้องการ”
.
อ่านบทความเต็มที่ https://thematter.co/brief/257849/257849

.https://www.facebook.com/photo/?fbid=1494611662223529&set=a.813354760349226
.....


ปาฐกถา “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ครั้งที่ 20

EconTU Official

Streamed live 15 hours ago 
#EconTU #เศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ #ปาฐกถาป๋วย

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญทุกท่านรับชมงานปาฐกถา “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ครั้งที่ 20 หัวข้อ "ประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็นไปได้: ปมปริศนาบนเส้นทางแสวงหาของสังคมไทย" (The Best Possible Democracy: The Perplexing Journey of Thai Society) .
วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้อง 101 ชั้น 1 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
.
ร่วมสำรวจความยอกย้อนของ "ประชาธิปไตย" ในสังคมไทย ผ่านการเดินทางแสวงหา "ประชาธิปไตยประเสริฐสุดที่เป็นไปได้" จากการอภิวัฒน์สยาม 2475 จนถึงปัจจุบัน 
.
โดย ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

(ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับหนังสือปาฐกถาป๋วยครั้งที่ 20 ฟรี หนังสือมีจำนวนจำกัด)

https://www.youtube.com/live/yb2XOghNVr8





https://www.facebook.com/puey100th/posts/pfbid0cC6vXihqc86AcapMFPPtjKv5VgzD1QvbqKyKgJ9brtP5BTd1o7mE6ZUivnxdLuyzl



วันนี้ สส. พรรคประชาชน มารายงานตัวที่สภา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน พูดถึงแนวทางการผลักดันกฎหมายของพรรคว่า ประเด็นสำคัญที่เตรียมเสนอในสภาผู้แทนราษฎร คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาและกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ พร้อมกับกล่าวว่า การแก้ไขประเด็นดังกล่าวน่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

https://www.facebook.com/watch/?v=1245426587090222

TP Online - สื่อรัฐสภาเพื่อประชาชน
11 hours ago
·
วันนี้ (6 มี.ค. 2569) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ “ก้าวสู่สภา” ถึงแนวทางการผลักดันกฎหมายของพรรคว่า ประเด็นสำคัญที่เตรียมเสนอในสภาผู้แทนราษฎร คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาและกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ โดยเฉพาะกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งถูกตั้งคำถามจากสังคมภายหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา
นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า การแก้ไขประเด็นดังกล่าวน่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เนื่องจากมีข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสและความเป็นธรรมของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกฎหมายที่ค้างการพิจารณาจากสภาชุดก่อน ซึ่งบางฉบับพิจารณาไม่แล้วเสร็จเพราะมีการยุบสภา หรืออยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา โดยเห็นว่าคณะรัฐมนตรีควรรับรองร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อไม่ให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่ต้น
นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ตามกฎหมาย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรับรองร่างกฎหมายภายใน 60 วันหลังเปิดประชุมสภาครั้งแรก จึงต้องติดตามว่าจะดำเนินการได้ทันเวลาหรือไม่ โดยกฎหมายที่อยู่ในกระบวนการดังกล่าวมีหลายฉบับที่มีความสำคัญ เช่น ร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า รวมถึงกฎหมายด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน กฎหมายข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน




วันสตรีสากล 2569 'ผู้ต้องขังหญิงไทย' ในเรือนจำ ยังสูงเป็นอันดับต้นของโลก ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา...สถานการณ์ทั่วโลกสะท้อนชัด ว่าจำนวน "ผู้ต้องขังหญิง" เพิ่มขึ้นเร็วกว่าผู้ต้องขังชาย จนปัจจุบันทั่วโลกมีผู้หญิงกว่า 733,000 คน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่หลังลูกกรง


The Active
March 7
·
วันสตรีสากล 2569 : สถานการณ์ 'ผู้ต้องขังหญิงไทย' ในเรือนจำ ยังสูงเป็นอันดับต้นของโลก
.
.
ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา...สถานการณ์ทั่วโลกสะท้อนชัด ว่าจำนวน "ผู้ต้องขังหญิง" เพิ่มขึ้นเร็วกว่าผู้ต้องขังชาย จนปัจจุบันทั่วโลกมีผู้หญิงกว่า 733,000 คน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่หลังลูกกรง
.
ประเทศไทย แม้แนวโน้มจำนวนผู้ต้องขังหญิงจะลดลงในช่วงหลัง แต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก ไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีผู้ต้องขังหญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ
.
ต้อนรับ "วันสตรีสากล" 8 มีนาคมปีนี้ The Active ชวนสำรวจสถานการณ์ผู้ต้องขังหญิงไทยให้ลึกกว่า "ตัวเลข" ไปให้ถึงคำถามสำคัญว่า อะไร ? คือปัจจัยที่ทำให้ชีวิตของผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ต้องลงเอยด้วยการไร้ซึ่งอิสรภาพ
.
.
อ่านเนื้อหาเพิ่มในhttps://theactive.thaipbs.or.th/data/female-prisoner

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1345270634294948&set=a.647529064069112




มีข่าวออกมาแล้วว่า ทรัมป์ไม่พอใจการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังน้ำมันอิหร่านโดยอิสราเอล เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีเมื่อวันเสาร์นั้นเกินกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้มาก (30 แห่ง) “ประธานาธิบดีไม่ชอบการโจมตีนี้ เขาต้องการรักษาน้ำมันไว้ เขาไม่อยากให้มันถูกทำลาย และมันทำให้ผู้คนนึกถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น”






OSINTdefender
@sentdefender

The Trump Administration was dismayed by the scale and wide-spread destruction caused by Saturday’s strike campaign by Israel against oil infrastructure in and around the Iranian capital of Tehran, which reportedly targeting 30 oil and fuel depots sparking massive fires across the city that continue to burn into Sunday, according to a U.S. official, Israeli official and a source with knowledge who spoke to Axios.

U.S. officials state that Saturday’s strikes went far beyond what the United States expected when Israel notified it in advance, created large fires in Tehran, igniting flames visible for miles and blanketing the capital in heavy smoke. Senior officials in the Trump Administration are concerned Israeli strikes on infrastructure that serves ordinary Iranians could backfire strategically, rallying Iranian society to support the regime and further driving up oil prices throughout the World.

“The President doesn't like the attack. He wants to save the oil. He doesn't want to burn it. And it reminds people of higher gas prices,” a Trump adviser told Axios. An Israeli official said the U.S. message to Israel was “WTF.” A U.S. official says the disagreement and what the U.S. expects in the war is expected to be addressed soon at senior political levels between Israel and the United States.

https://x.com/sentdefender/status/2030798124323840353







 

สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ได้ก่อให้เกิด Oil Disruption ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์






https://x.com/BlueCrewViking/status/2031060031609672014

สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มากกว่าสองเท่าของสถิติเดิมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตตะวันออกกลางในทศวรรษ 1950 ตามการวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษา Rapidan Energy

ประมาณ 20% ของน้ำมันทั่วโลกหยุดชะงักมาเป็นเวลาเก้าวันแล้ว เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดนิ่ง ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การหยุดชะงักครั้งใหญ่ที่สุดก่อนสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์คลองสุเอซในปี 1956 เมื่ออังกฤษ ฝรั่งเศส และอิสราเอลรุกรานคาบสมุทรไซนายของอียิปต์ บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานแจ้งลูกค้าในบันทึกวันอาทิตย์ว่า ในวิกฤตการณ์นั้น ประมาณ 10% ของน้ำมันทั่วโลกในขณะนั้นหยุดชะงัก




วิดีโอที่เพิ่งเผยแพร่แสดงให้เห็นว่าขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ น่าจะเป็นขีปนาวุธที่โจมตีโรงเรียนประถมหญิง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 175 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว





 

ใครคือ “โมจตาบา คาเมเนอี ” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน วัย 56 ปี เอกสารทางการทูตของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเผยแพร่โดย WikiLeaks ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ระบุว่า เขาเป็น “อำนาจที่อยู่เบื้องหลังเสื้อคลุมของนักบวช” และถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่ “มีความสามารถและเด็ดขาด” ภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน ตามรายงานของสำนักข่าว AP


Nippon Online
18 hours ago
·
รู้จัก “โมจตาบา คาเมเนอี ” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

ต่างจากบิดาของเขา ชายวัย 56 ปีผู้นี้ใช้ชีวิตค่อนข้างเงียบและไม่ค่อยเปิดเผยตัวต่อสาธารณะ เขาไม่เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาล ไม่เคยกล่าวสุนทรพจน์หรือให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะ และมีเพียงภาพถ่ายและวิดีโอของเขาเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่เคยถูกเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม เป็นเวลาหลายปีที่มีข่าวลือว่าเขามีอิทธิพลอย่างมากอยู่เบื้องหลังฉากการเมืองของอิหร่าน

เอกสารทางการทูตของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเผยแพร่โดย WikiLeaks ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ระบุว่า เขาเป็น “อำนาจที่อยู่เบื้องหลังเสื้อคลุมของนักบวช” และถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่ “มีความสามารถและเด็ดขาด” ภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน ตามรายงานของสำนักข่าว AP

อย่างไรก็ตาม การที่เขาได้รับเลือกก็อาจยังเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ สาธารณรัฐอิสลามก่อตั้งขึ้นในปี 1979 หลังจากระบอบกษัตริย์ถูกโค่นล้ม และอุดมการณ์ของรัฐตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า ผู้นำสูงสุดควรถูกเลือกจากสถานะทางศาสนาและความเป็นผู้นำที่พิสูจน์แล้ว ไม่ใช่จากการสืบทอดทางสายเลือด

ในช่วงที่ปกครองประเทศ อาลี คาเมเนอี มักกล่าวถึงอนาคตของผู้นำสาธารณรัฐอิสลามเพียงในลักษณะกว้าง ๆ เท่านั้น

สมาชิกคนหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นคณะนักบวชที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด เคยกล่าวเมื่อสองปีก่อนว่า อาลี คาเมเนอีไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ให้บุตรชายของเขาเป็นผู้สมัครผู้นำในอนาคต แต่เขาไม่เคยออกมาพูดถึงข่าวลือนี้ต่อสาธารณะโดยตรง

โมจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1969 ที่เมืองมาชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เขาเป็นบุตรคนที่สองจากลูกทั้งหมดหกคนของอาลี คาเมเนอี และได้รับการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนศาสนา Alavi ในกรุงเตหะราน

เมื่ออายุ 17 ปี โมจตาบาเข้ารับราชการทหารในช่วงเวลาสั้น ๆ หลายครั้งระหว่างสงครามอิหร่าน–อิรัก ตามรายงานของสื่ออิหร่าน สงครามนองเลือดที่ยาวนานแปดปีนั้นทำให้ระบอบการปกครองอิหร่านยิ่งระแวงสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกมากขึ้น เนื่องจากประเทศเหล่านั้นสนับสนุนอิรัก

ในปี 1999 โมจตาบาเดินทางไปยังเมืองกอม ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของเทววิทยานิกายชีอะห์ เพื่อศึกษาศาสนาต่อ เป็นที่น่าสังเกตว่าเขาไม่ได้สวมชุดนักบวชจนกระทั่งถึงช่วงเวลานี้ และยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดเขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนในสำนักศาสนาเมื่ออายุ 30 ปี เนื่องจากโดยปกติแล้วผู้คนมักจะเริ่มศึกษาในระบบนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยกว่า

โมจตาบายังคงเป็นนักบวชระดับกลาง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สื่อบางแห่งและเจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจในอิหร่านเริ่มเรียกโมจตาบา คาเมเนอีว่า “อยาตอลเลาะห์” ซึ่งเป็นตำแหน่งนักบวชระดับสูง การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองโดยผู้สังเกตการณ์บางคนว่าเป็นความพยายามที่จะยกระดับสถานะทางศาสนาของเขาและทำให้เขาดูมีความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำ

ในระบบการศึกษาของสำนักศาสนา การได้รับตำแหน่ง “อยาตอลเลาะห์” และการสอนชั้นเรียนระดับสูง ถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับความรู้ทางวิชาการและความเชี่ยวชาญของบุคคล และยังถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญสำหรับการคัดเลือกผู้นำสูงสุดในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เคยมีแบบอย่างมาก่อนแล้ว กล่าวคือ อาลี คาเมเนอี ถูกเลื่อนตำแหน่งเป็น “อยาตอลเลาะห์” อย่างรวดเร็วหลังจากที่เขาได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนที่สองในปี 1989

ขณะนี้ ในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน หลายคนคาดว่าโมจตาบาจะสานต่อนโยบายสายแข็งแบบเดียวกับบิดาของเขา

บางคนยังเชื่อว่า ชายที่สูญเสียพ่อ แม่ และภรรยาไปจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่น่าจะยอมอ่อนข้อให้กับแรงกดดันจากตะวันตก

อย่างไรก็ตาม เขายังต้องเผชิญกับภารกิจอันหนักหน่วงในการทำให้สาธารณรัฐอิสลามยังคงอยู่รอด และต้องโน้มน้าวประชาชนว่าเขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมในการนำประเทศออกจากความเสียหายทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ประวัติการเป็นผู้นำของเขายังแทบไม่ได้รับการพิสูจน์ และความรู้สึกว่าระบอบสาธารณรัฐกำลังกลายเป็นระบบสืบทอดอำนาจทางสายเลือด อาจยิ่งทำให้ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน โมจตาบาก็กลายเป็นบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายอย่างชัดเจนแล้ว รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอลกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ผู้ใดก็ตามที่ถูกเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จะเป็น “เป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการกำจัด”

BBC

https://www.facebook.com/photo/?fbid=896553860029239&set=a.102772086074091




มารู้จัก The Law of Asymmetry - The Law that Can Make Superpowers lose Wars


Game Theory #10: The Law of Asymmetry

Predictive History

Mar 4, 2026
In this Thursday, March 5, 2026 lecture to his Beijing high school students, Professor Jiang explains that for Iran to triumph asymmetrically the people to become energetic, open, and cohesive.

https://www.youtube.com/watch?v=t5oisJiorsU



วันจันทร์, มีนาคม 09, 2569

การเมืองแบบบ้านใหญ่ (ของคนกันเอง) ไม่ใช่การกุศล ไม่มีใครจ่ายโดยไม่ถอนทุน แต่คือการพนันเข้าสู่อำนาจรัฐ


Thanapol Eawsakul 
Yesterday
·
การเมืองแบบบ้านใหญ่
ไม่ใช่การกุศล ไม่มีใครจ่ายโดยไม่ถอนทุน
แต่คือการพนันเข้าสู่อำนาจรัฐ
.......
ขุมทรัพย์สิงห์เมืองอุทัย! เปิดฐานธุรกิจ 2 ลูกเขย “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รับงานรัฐต่อเนื่องปี 64–68 รวมมูลค่าทะลุ 4,380 ล้านบาท
https://www.facebook.com/siammouth/posts/pfbid0HaT5pSUaE3fThzw2G4JwfgdLudNW3cE312LEwmSghWJcjUgMTqt3Gm3iou239grEl
หจก.ญาติ‘สิริพงศ์’โฆษก กวาด423โครงการ14,412.7ล./บริจาคภูมิใจไทย 5 ล.... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.nextnewsth.com/.../69aa70e20f7d20100321c3b6...


https://www.facebook.com/thanapol.eawsakul/posts/26374254995547990






https://x.com/Prasong_lert/status/2030557084769767710


 

New High and Higher: เปิดสถิติผู้ต้องขังการเมืองปี 69 พุ่งทะลุ 61 ราย สูงสุดในรอบ 4 ปี และไม่มีทีท่าว่าจะลด - Freedom Bridge ขอแรงสนับสนุนช่วยนักโทษการเมือง


ThumbRights
Yesterday
·
New High and Higher: เปิดสถิติผู้ต้องขังการเมืองปี 69 พุ่งทะลุ 61 ราย สูงสุดในรอบ 4 ปี และไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

จากสถิติล่าสุดในปี 2569 เผยให้เห็นว่าจำนวน "นักโทษทางความคิด" ในไทยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง แม้จะผ่านการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลมาแล้วหลายรัฐบาลแล้วก็ตาม

หาพิจารณาจะพบว่าสถานการณ์การคุมขังประชาชนจากการแสดงออกทางการเมืองในช่วงปี 2566-2569 มีลักษณะเป็นกราฟที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่ามีผู้ต้องขังคดีการเมืองในเรือนจำและสถานพินิจฯ อย่างน้อย 61 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบกว่า 4 ปี

(1) เจาะลึกสถานการณ์ปี 2569: เมื่อ 112 ยังเป็นอาวุธหลัก

ในบรรดาผู้ต้องขัง 61 รายในปี 2569 มากกว่าครึ่ง (34 คน) คือผู้ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 และอีก 5 คนถูกคุมขังในคดีมาตรา 110 (ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ) โดยสามารถจำแนกสถานะได้ดังนี้

กลุ่มที่ยังต่อสู้คดี (ไม่ได้รับประกันตัว) 27 คน กลุ่มนี้คือผู้ที่ยังถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่กลับต้องสูญเสียอิสรภาพระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีถึง 15 คนที่เป็นคดี ม.112 และ 5 คนในคดี ม.110

กลุ่มนักโทษเด็ดขาด (คดีถึงที่สุด) 33 คนในจำนวนนี้ 19 คนเป็นคดี ม.112 ซึ่งหลายรายถูกพิพากษาจำคุกเป็นระยะเวลานานหลายสิบปี อีกทั้งยังมีคดีอื่น ๆ เช่น ถูกกล่าวหาปาระเบิดศาลอาญา หรือ คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แฮ็กเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ

(2) ย้อนรอยเส้นทางสถิติ: จากหลักสิบสู่ New High
หากพิจารณาตัวเลขย้อนหลัง จะเห็นได้ว่าปี 2567 คือปีแห่งความผันผวน ขณะที่ปี 2568-2569 คือปีแห่งการ "ขังลึกและขังเพิ่ม"

ในปี 2566 (ปลายปี) มีผู้ถูกคุมขัง 37 ราย (ม.112 จำนวน 22 ราย) ก่อนที่ปี 2567 ตัวเลขพุ่งไปแตะ 46 รายในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นยอดสูงสุดในรอบ 4 ปี ณ ขณะนั้น ก่อนจะลดลงเหลือ 33 รายในช่วงปลายปี เนื่องจากผลของการอภัยโทษและการพ้นโทษตามคำพิพากษา แต่การลดลงนี้เป็นเพียงชั่วคราว เพราะมีผู้ต้องขังรายใหม่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในปี 2568 ตัวเลขพุ่งขึ้นอีกครั้งเป็น 55 ราย โดยรวมถึงผู้ต้องขังในคดีที่มีมูลเหตุทางการเมืองในช่วงก่อนปี 2563 เข้ามาด้วย

และในปี 2569 เพียงแค่ 2 เดือนแรกของปี ยอดผู้ถูกคุมขังพุ่งทะยานสู่ 61 ราย สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของทุกปีที่ผ่านมา

(3) จำนวนยอดผู้ต้องขังที่ถึงที่สิ้นสุดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

หากพิจารณาจากสถิติจะพบว่า จำนวนผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดแล้ว (นักโทษเด็ดขาด) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี ซึ่งสะท้อนถึงการสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลสูงที่มักจบลงด้วยการจำคุก โดยมีลำดับการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ปี 2565: มีจำนวน 8 คน

ปี 2566: เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 13 คน

ปี 2567: ลดลงเล็กน้อยเหลืออย่างน้อย 10 คน

ปี 2568: พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นอย่างน้อย 26 คน (ในจำนวนนี้เป็นคดีมาตรา 112 ถึง 16 คน)

ปี 2569 (ข้อมูลถึง 24 ก.พ.): ทำสถิติใหม่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 33 คน (ในจำนวนนี้เป็นคดีมาตรา 112 ถึง 19 คน)

(4) ทำไมยอดผู้ต้องขังถึง 'Higher' ขึ้นเรื่อย ๆ?

การไม่ได้รับสิทธิประกันตัวระหว่างสู้คดี เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขผู้ต้องขังคงที่และเพิ่มขึ้น ผู้พิพากษามักอ้างเหตุผลเรื่อง "เกรงว่าจะหลบหนี" หรือ "คดีมีอัตราโทษสูง" แม้จำเลยจะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็ตาม

นอกจากนี้ในปี 2568-2569 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เริ่มทยอยมีคำพิพากษาถึงที่สิ้นสุด ในคดีที่ค้างมาจากช่วงปี 2564-2565 มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ในคดี ม.112 มักจบลงที่การจำคุก

ตัวเลข 61 ราย ในปี 2569 ไม่ใช่เพียงแค่สถิติ แต่คือดัชนีชี้วัดความล้มเหลวของการแสวงหาทางออกทางการเมืองด้วยวิถีทางประชาธิปไตย ตราบใดที่กฎหมายยังถูกใช้เป็นเครื่องมือจำกัดเสรีภาพ และสิทธิในการประกันตัวยังถูกปฏิเสธ กราฟของ "New High" นี้ก็คงจะสูงขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://tlhr2014.com/archives/44804
https://tlhr2014.com/archives/52351
https://tlhr2014.com/archives/72044
https://tlhr2014.com/archives/72122
https://tlhr2014.com/archives/80978

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122257438568184830&set=a.122110046162184830
.....


Freedom Bridge
10 hours ago
·
เนื่องในวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งเป็นวันสตรีสากล หรือ international women’s day (IWD) กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและสิทธิของผู้หญิงทั่วโลก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผู้หญิงได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

Freedom Bridge ขอส่งกำลังใจให้ 4 นักโทษการเมืองหญิง ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำจังหวัดนราธิวาส

กัลยา (นามสมติ) ถูกคุมขังมาแล้ว 871 วัน โทษจำคุก 6 ปี
มานี ถูกคุมขังมาแล้ว 599 วัน และยังคงต่อสู้คดี ด้วยโทษจำคุก 3.6 ปี
กันต์ฤทัย ถูกคุมขังมาแล้ว 559 วัน และยังคงต่อสู้คดี ด้วยโทษจำคุก 12 ปี
จินนี่ ถูกคุมขังมาแล้ว 418 วัน โทษจำคุก 2 ปี

บางคนกำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิในการได้รับการประกันตัว บางคนกำลังต่อสู้กับการถูกคุมขังไกลบ้านยาวนาน ทุกๆคนล้วนต้องต่อสู้กับคุณภาพชีวิตในเรือนจำ และต่างก็เป็นผู้ต้องขังหญิงที่คอยเรียกร้องสิทธิที่ผู้ต้องขังหญิงควรได้รับ

เราขอระลึกถึงเพื่อนๆทั้ง 4 คนและจะร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของทุกคนเท่าที่จะสามารถทำได้ จนกว่าทุกๆคนจะได้รับการปล่อยตัว

---------------------
ร่วมกับ Freedom Bridge เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องทางการเมืองรวมกว่า 61 คนให้อยู่ในเรือนจำได้อย่างมีศักดิ์ศรี
---------------------
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เลขบัญชี 800-9-71446-2
ชื่อบัญชี มูลนิธิสิทธิเพื่อความยุติธรรม
.
ผู้ที่สะดวกสนับสนุนผ่านบัตรเครดิตสามารถสนับสนุนได้ที่เว็บไซต์ engagethailand (เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในสหรัฐอเมริกาสามารถลดหย่อนภาษีได้)
https://www.engagethailand.org/supportpoliticalprisoners

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122191261826383831&set=a.122096401838383831




"ก็ประเทศไทยอ่ะนะ(เสียงแบบปาล์มมี่)" "ไม่ต้องซื่อสัตย์อะไรหรอก จัดการ บริหาร กากๆ ก็ได้ ไม่ได้สำคัญอะไรนักหนาหรอก


เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล
19 hours ago
·
หลังสอบเสร็จแล้ว

มีการประกาศคะแนนสอบออกมาแล้ว

เผอิญมีคนตาดีไปเห็นว่า
วันสอบนั้น เด็กชาย กกต แอบพกเงิน
เป็นธนบัตรเข้าไปในห้องสอบ

นอกจากนี้ ยังพบว่า
บนธนบัตรนั้นมีตัวเลขเรียงกันเป็นโค้ดด้วย

เด็กชาย กกต.บอกว่า ไม่มีอะไร
เป็นตัวเลขที่เขียนไว้จะได้รู้ว่าเป็นของตนเท่านั้นเอง

คนสมองดี อีกหลายคน
จึงทำการพิสูจน์ว่า ตัวเลขที่ว่านั้น
สามารถถอดรหัสไปถึงคำตอบได้

เด็กชาย กกต. อ้ำอึ้ง ก่อนจะบอกว่า

มันยากนะที่จะเอามาดู ไม่มีใครดู
ผมเองจะดูยังไม่ได้เลย
ไหน จะคนคุมสอบ
ไหน จะคนที่เข้าสอบด้วยกัน
ไหน จะกล้องวงจรปิด
ไม่ได้เปิดดูเลย

ไม่ได้ดู มันก็เป็นความลับอยู่อย่างนั้นแหละ
ไม่ต้องห่วงหรอก

:

ไม่แปลกหรอก ที่คนทำผิด
จะมาอธิบายอะไรข้างๆ คูๆ

แต่ที่แปลกคือ ถามคนร้อยคนว่ามันผิดไหม
ทำแบบนี้มันผิดไหม 100% รู้ว่ามันผิด
แต่อาจจะยอมรับแค่ 90%

ยัง ยัง ไม่แปลกตรงนั้น แปลกตรงที่
ถ้าถามต่อว่า เด็กชาย กกต. จะโดนลงโทษอะไรไหม
100% จะตอบว่า ไม่โดนอะไรหรอก

ปรากฏการณ์ ทิ้งเงินลงถังขยะเมื่อวานนี้
มีคนแสดงความเห็นมากมาย

ส่วนผมได้แต่ปลงอนิจจัง

เราเก่งกันมากในการควบคุม คาดหวัง
กับเด็ก กับประชาชนทั่วไป
ต้องบริหารเวลาให้ดีสิ ต้องรู้กติกาอย่างดี
เราเก่งกันมาก กับการทำอะไรๆ ให้บริสุทธิ์
ให้โปร่งใส มากๆ กับเรื่องแบบนี้
เราเก่งกันมาก ที่จะวิจารณ์ รร. ต้องจัดการ
และบริหารสถานการณ์ได้ดีเลิศเพอร์เฟค

แต่ขอโทษทีเถอะ
สุดท้าย ทุกคนรู้ว่า
อะไรที่สำคัญจริงๆ ในประเทศนี้

ไม่ต้องซื่อสัตย์อะไรหรอก
จัดการ บริหาร กากๆ ก็ได้
ไม่ได้สำคัญอะไรนักหนาหรอก

เด็กมันก็รู้ เข้มงวดกับกูจริงจริ๊ง
โรงเรียนก็คงรู้สึก เก่งจังเล้ย เก่งแต่กับกูนี่แหละ

ก็ประเทศไทยอ่ะนะ (เสียงแบบปาล์มมี่)
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1243435617988249&set=a.415379120793907ง