วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 08, 2569

ปราจีนบุรี แหล่งโรงงานสำคัญของประเทศโดยเฉพาะยานยนต์ และซัพพลายเออร์ รวมทั้งศูนย์รวมโรงงานอิเล็กทรอนิกส์นิคมฯ 304 ซึ่งบางบริษัทเคยย้ายหนีน้ำท่วมจากอยุธยาปี 54 มาที่นี่ แต่ปีนี้ไม่รอด โดยเศรษฐกิจปราจีนคิดเป็น 2% ของ GDP ไทย บัดนี้น้ำท่วมทั้งจังหวัดครบ 7 อำเภอกระทบผู้ประกอบการ 405 ราย รองจาก กทม. แม้น้ำไม่เข้าโรงงาน แต่ความเสียหายหลักเกิดจากห่วงโซ่อุปทานที่ต้องหยุดทั้งหมด เหตุขนส่งไปผลิตไม่ได้ แค่โตโยต้าโรงงานเดียวเสียหายแล้วพันล้าน


Reporter Journey
AI content ·11 hours ago ·

#EDITORAL ปราจีนบุรี แหล่งโรงงานสำคัญของประเทศโดยเฉพาะยานยนต์ และซัพพลายเออร์ รวมทั้งศูนย์รวมโรงงานอิเล็กทรอนิกส์นิคมฯ 304 ซึ่งบางบริษัทเคยย้ายหนีน้ำท่วมจากอยุธยาปี 54 มาที่นี่ แต่ปีนี้ไม่รอด โดยเศรษฐกิจปราจีนคิดเป็น 2% ของ GDP ไทย บัดนี้น้ำท่วมทั้งจังหวัดครบ 7 อำเภอกระทบผู้ประกอบการ 405 ราย รองจาก กทม. แม้น้ำไม่เข้าโรงงาน แต่ความเสียหายหลักเกิดจากห่วงโซ่อุปทานที่ต้องหยุดทั้งหมด เหตุขนส่งไปผลิตไม่ได้ แค่โตโยต้าโรงงานเดียวเสียหายแล้วพันล้าน
.
ปราจีนบุรีเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภาคตะวันออก ขนาดเศรษฐกิจจังหวัด (GPP) อยู่ที่ 318,977 ล้านบาท (ปี 2567) ซึ่ง 95% อยู่ในภาคอุตสาหกรรมและบริการพาณิชย์ ขณะที่ภาคเกษตรคิดเป็นสัดส่วนราว 2% ของ GDP ประเทศ
.
จุดแข็งของปราจีนบุรีคือทำเลและนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม 304 ก่อตั้งปี 2537 ปัจจุบัน พัฒนาพื้นที่รวม 12,500 ไร่ ภายใต้แนวคิด Eco Industrial Town ผู้พัฒนาระบุว่าตั้งอยู่ ท่ามกลางคลัสเตอร์ผู้ผลิตยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ อีกแห่งคือโรจนะ ปราจีนบุรี ซึ่งระบุว่ามี มากกว่า 50 บริษัท ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ แปรรูปโลหะ และโลจิสติกส์ เช่น Honda Automobile (Thailand) เงินลงทุน 17,200 ล้านบาท ผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก
.
นอกจากนี้ปราจีนบุรียังอยู่บนเส้นทางหลวง 304 และ 33 ที่เชื่อมสู่อีสานและชายแดนสระแก้ว นิคมใหม่ก็กำลังเกิดขึ้น เมื่อเดือนกรกฎาคม กนอ. ลงนามร่วมกับเอกชนตั้งนิคมอุตสาหกรรม 304 ที่ อ.กบินทร์บุรี คาดดึงลงทุน 15,000 ล้านบาท
.
ข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นและหอการค้าจังหวัดฯ ระบุว่าน้ำท่วม ครบ 7 อำเภอ รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน กระทบ 55,286 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย โดยรอบนี้รุนแรงกว่าปี 2554 แม้บางพื้นที่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง เช่น อ.นาดีเริ่มที่เริ่มฟื้นฟูสภาพบ้านเรือน แต่ในบางพื้นที่ยังคงประสบกับน้ำท่วมหนักอย่าง อ.บ้านสร้าง ซึ่งระดับน้ำที่ท่วมบางพื้นที่สูงมากกว่า 1.50-2 เมตร โดยสาเหตุเชิงภูมิศาสตร์คือจังหวัดมีลักษณะ เป็นแอ่งคล้ายเกือกม้า มีแม่น้ำปราจีนบุรีเป็นทางระบายหลักเพียงสายเดียว ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน ประกอบกับน้ำทะเลหนุนดันไม่ให้น้ำที่ไหลงลงสู่แม่น้ำบางปะกงไหลออกได้สะดวก
.
ภาพรวมทั้งประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม ว่าได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด 4,523 ราย เป็นโรงงาน 316 ราย SMEs 4,113 ราย เสียหายเบื้องต้นกว่า 2,137 ล้านบาท และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าโรงงานในนิคมฯ เสียหาย 180–190 แห่ง มูลค่า 1,700–1,800 ล้านบาท ซึ่งยังต้องสำรวจเพิ่ม
.
ส่วนปราจีนบุรีติดอันดับต้นของจังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบ โดยตัวเลขรายงานช่วงต้นเดือนคือ 405 ราย รองจาก กทม. และสมุทรปราการ หอการค้าปราจีนบุรีประเมินความเสียหายภาคเกษตร เศรษฐกิจ และการค้าอย่างน้อย 200–300 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ระหว่างสำรวจ
.
ความเสียหายหลักไม่ได้มาจากน้ำเข้าโรงงาน แต่มาจากห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักโดยเฉพาะโรงงานประกอบรถยนต์ โดย Honda ประกาศหยุดสายการผลิตที่ปราจีนบุรีและอยุธยา 2–6 ต.ค. เพราะ ซัพพลายเออร์ในชลบุรีและระยองส่งชิ้นส่วนไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วม สอดคล้องกับรายงานที่ว่าการหยุดครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะโรงงานถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่เป็นผลจากซัพพลายเชน Honda วางแผนเริ่มผลิตใหม่ 7 ต.ค. พร้อมเพิ่มกะล่วงเวลาชดเชย ส่วน Toyota หยุด 3 โรงงานในสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา รวมถึงโรงงานของ Toyota Auto Works ซึ่ง FTI ประเมินความเสียหายจากซัพพลายเชนที่ ราว 1,018 ล้านบาท และมีรายงานว่าสมาชิก FTI ในพื้นที่น้ำท่วมราว 40% ประสบปัญหาต่อการผลิตหรือธุรกิจ
.
นอกจากนี้ยังพบสารเคมีและกากอุตสาหกรรมรั่วจากโรงงาน จนอุตสาหกรรมจังหวัดต้องเร่งเก็บกู้การปนเปื้อนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งนี่จะเป็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะตามมาที่ต้องตามแก้กันอีกหลังน้ำลด และจะกระทบไปถึงประชาชนโดยตรง หากสารเคมีปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำและดิน
.
เรียกได้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้รัฐบาลไม่สามารถรับมือใดๆ ได้ ที่สำคัญรัฐบาลดูจะพยายามหาแพะรับบาปอยู่อีกตามเคย

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1666472184835590&set=a.226668178816005