
ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ กับหนังสือเล่มล่าสุดที่ถูกห้ามไม่ให้มีการสั่งเข้าหรือนำเข้ามาในประเทศไทย
จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
Published เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์ต่างประเทศที่ชื่อว่า Routledge Handbook of Contemporary Thailand Second Edition (อาจแปลไทยได้ว่า คู่มือว่าด้วยประเทศไทยร่วมสมัย โดยสำนักพิมพ์เราต์เลดจ์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2) ซึ่งมี ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และผู้ลี้ภัยทางการเมืองเป็นบรรณาธิการ
เนื้อหาในคำสั่งระบุว่า หนังสือดังกล่าวมีบทความที่มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงและอาจก่อความเดือดร้อน หรือสร้างแรงจูงใจให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยโดยรวมของประเทศ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
อาศัยอำนาจตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 จึงห้ามสั่งเข้าหนังสือเล่มดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลายสิ่งพิมพ์ดังกล่าว
คำสั่งที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาลงนามโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผานมา
ถือว่าได้หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งพิมพ์ฉบับที่ 2 ของ ศ.ดร.ปวิน ที่กลายเป็นหนังสือต้องห้ามของไทย
ในปี 2566 หนังสือชื่อว่า Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn (หรือแปลเป็นไทยได้ว่า รัชกาลที่ 10: สถาบันกษัตริย์ไทยในรัชสมัยของกษัตริย์วชิราลงกรณ์) ซึ่งมี ศ.ดร.ปวิน เป็นผู้เขียน ถูกห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรไทยด้วยเช่นกัน และถูกสั่งแบนก่อนหนังสือเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
ในคำสั่งดังกล่าวระบุว่า หนังสือเล่มนี้มีภาพปกและบทความที่นำเสนอสื่อถึงทัศนคติของผู้เขียนที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยแห่งราชอาณาจักร หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หากมีผู้นำหนังสือมาเผยแพร่ในราชอาณาจักรถือว่ามีความผิดเช่นกัน
ทั้งนี้ หนังสือ Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn มีเนื้อหาวิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรัชสมัยช่วงหลังปี 2559 ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเผชิญความท้าทายหลายด้านด้วยกัน
หนังสือต้องห้ามเล่มล่าสุดมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์เราต์เลดจ์ สำนักพิมพ์วิชาการชั้นนำของสหราชอาณาจักร ระบุว่า Routledge Handbook of Contemporary Thailand ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 รวบรวมบทความจากนักวิชาการด้านไทยศึกษาชั้นนำจำนวน 37 บท แบ่งออกเป็น 4 ภาคหลัก ครอบคลุมประเด็นประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยร่วมสมัย โดยมีนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศเป็นผู้เขียนบทความเรื่องต่าง ๆ
ในช่วงแรกของเนื้อหาเริ่มต้นจากรากฐานประวัติศาสตร์ของไทย พัฒนาการรัฐไทย การเขียนประวัติศาสตร์ของไทย และการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงที่สองของหนังสือมุ่งวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประชาธิปไตย รัฐประหาร บทบาทของกองทัพ สถาบันกษัตริย์ ระบบตุลาการ ตำรวจ การเมืองมวลชน การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ รวมถึงสำรวจปัญหากับดักรายได้ปานกลาง การค้า และการพัฒนาอุตสาหกรรม ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยร่วมสมัย

หน้าปกหนังสือ Routledge Handbook of Contemporary Thailand ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
เนื้อหาส่วนที่ 3 ของหนังสือเล่มนี้ เน้นเรื่องพัฒนาการของสังคมไทย ประกอบไปด้วย 12 บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทย ชาตินิยม ศาสนาพุทธ การศึกษา สิทธิมนุษยชน ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ ความหลากหลายทางเพศ สื่อสังคมออนไลน์ ขบวนการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และผลกระทบจากโควิด-19 ต่อประเทศไทย
ภาคสุดท้ายของหนังสือ เป็นบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายต่างประเทศ ความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ ประชาคมอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนประเด็นร่วมสมัยเกี่ยวกับการใช้อิทธิพลของรัฐไทยในการกดปราบข้ามแดนผู้เห็นต่างข้ามชาติ
โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทความวิชาการสำคัญ ๆ ที่พยายามอธิบายความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างครอบคลุม ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเมือง นิติสงคราม เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจพลวัตและความขัดแย้งที่กำหนดทิศทางของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน
ปวินชี้รัฐสั่งแบนตำราวิชาการ สร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว
จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
Published เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์ต่างประเทศที่ชื่อว่า Routledge Handbook of Contemporary Thailand Second Edition (อาจแปลไทยได้ว่า คู่มือว่าด้วยประเทศไทยร่วมสมัย โดยสำนักพิมพ์เราต์เลดจ์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2) ซึ่งมี ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และผู้ลี้ภัยทางการเมืองเป็นบรรณาธิการ
เนื้อหาในคำสั่งระบุว่า หนังสือดังกล่าวมีบทความที่มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงและอาจก่อความเดือดร้อน หรือสร้างแรงจูงใจให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยโดยรวมของประเทศ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
อาศัยอำนาจตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 จึงห้ามสั่งเข้าหนังสือเล่มดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลายสิ่งพิมพ์ดังกล่าว
คำสั่งที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาลงนามโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผานมา
ถือว่าได้หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งพิมพ์ฉบับที่ 2 ของ ศ.ดร.ปวิน ที่กลายเป็นหนังสือต้องห้ามของไทย
ในปี 2566 หนังสือชื่อว่า Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn (หรือแปลเป็นไทยได้ว่า รัชกาลที่ 10: สถาบันกษัตริย์ไทยในรัชสมัยของกษัตริย์วชิราลงกรณ์) ซึ่งมี ศ.ดร.ปวิน เป็นผู้เขียน ถูกห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักรไทยด้วยเช่นกัน และถูกสั่งแบนก่อนหนังสือเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
ในคำสั่งดังกล่าวระบุว่า หนังสือเล่มนี้มีภาพปกและบทความที่นำเสนอสื่อถึงทัศนคติของผู้เขียนที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยแห่งราชอาณาจักร หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หากมีผู้นำหนังสือมาเผยแพร่ในราชอาณาจักรถือว่ามีความผิดเช่นกัน
ทั้งนี้ หนังสือ Rama X: The Thai Monarchy under King Vajiralongkorn มีเนื้อหาวิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรัชสมัยช่วงหลังปี 2559 ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเผชิญความท้าทายหลายด้านด้วยกัน
หนังสือต้องห้ามเล่มล่าสุดมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร
เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์เราต์เลดจ์ สำนักพิมพ์วิชาการชั้นนำของสหราชอาณาจักร ระบุว่า Routledge Handbook of Contemporary Thailand ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 รวบรวมบทความจากนักวิชาการด้านไทยศึกษาชั้นนำจำนวน 37 บท แบ่งออกเป็น 4 ภาคหลัก ครอบคลุมประเด็นประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยร่วมสมัย โดยมีนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศเป็นผู้เขียนบทความเรื่องต่าง ๆ
ในช่วงแรกของเนื้อหาเริ่มต้นจากรากฐานประวัติศาสตร์ของไทย พัฒนาการรัฐไทย การเขียนประวัติศาสตร์ของไทย และการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงที่สองของหนังสือมุ่งวิเคราะห์โครงสร้างอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประชาธิปไตย รัฐประหาร บทบาทของกองทัพ สถาบันกษัตริย์ ระบบตุลาการ ตำรวจ การเมืองมวลชน การพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ รวมถึงสำรวจปัญหากับดักรายได้ปานกลาง การค้า และการพัฒนาอุตสาหกรรม ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยร่วมสมัย

หน้าปกหนังสือ Routledge Handbook of Contemporary Thailand ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
เนื้อหาส่วนที่ 3 ของหนังสือเล่มนี้ เน้นเรื่องพัฒนาการของสังคมไทย ประกอบไปด้วย 12 บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทย ชาตินิยม ศาสนาพุทธ การศึกษา สิทธิมนุษยชน ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ ความหลากหลายทางเพศ สื่อสังคมออนไลน์ ขบวนการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และผลกระทบจากโควิด-19 ต่อประเทศไทย
ภาคสุดท้ายของหนังสือ เป็นบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายต่างประเทศ ความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจ ประชาคมอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนประเด็นร่วมสมัยเกี่ยวกับการใช้อิทธิพลของรัฐไทยในการกดปราบข้ามแดนผู้เห็นต่างข้ามชาติ
โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทความวิชาการสำคัญ ๆ ที่พยายามอธิบายความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างครอบคลุม ทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเมือง นิติสงคราม เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจพลวัตและความขัดแย้งที่กำหนดทิศทางของประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน
ปวินชี้รัฐสั่งแบนตำราวิชาการ สร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว

ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ กับหนังสือ Routledge Handbook of Contemporary Thailand ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรก ซึ่งเขาเป็นบรรณาธิการด้วยเช่นกัน
ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้วิจัยร่วมที่วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา (SOAS) มหาวิทยาลัยลอนดอน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า รู้สึกแปลกใจที่ตำราวิชาการภาษาอังกฤษฉบับนี้ถูกแบนในไทย เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือสำหรับสาธารณชนทั่วไป แต่เป็นหนังสืออ่านยาก มีราคาสูง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมักเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือนักศึกษาที่มีความสนใจเกี่ยวกับไทยศึกษา
เขากล่าวต่อว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ปรับปรุงเนื้อหาจากการตีพิมพ์ครั้งแรก ซึ่งตีพิมพ์ห่างกันราว 7 ปี และเนื้อหาโดยรวมของฉบับตีพิมพ์ครั้งที่ 2 นี้ก็ปรับปรุงจากฉบับแรกราว 25% เพื่อให้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 การชุมนุมของเยาวชน หรือการผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม โดยที่ผู้เขียนบทความส่วนใหญ่ยังคงเป็นนักวิชาการชุดเดิมจากฉบับแรกที่เคยตีพิมพ์ไปแล้ว จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดเพิ่งมีคำสั่งแบนหนังสือฉบับตีพิมพ์ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด
"ผมจึงแปลกใจที่โดนแบน เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้ว เนื้อหามันไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นแบรนด์ของผู้เขียน เพราะเล่มที่แล้วที่ถูกแบน (หนังสือ RAMA X) นอกจากเป็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตรงแล้วผู้เขียนก็คือผม ซึ่งหากคุณจำได้ มันถูกแบนตั้งแต่หนังสือยังไม่ออกด้วยซ้ำ คือเขายังไม่ได้อ่านเลย แล้วแบนได้อย่างไร ฉะนั้นก็ต้องยอมรับว่าชื่อผู้เขียน 'ปวิน' สามารถสร้างความชอบธรรมให้รัฐไทยจำกัดเสรีภาพทางวิชาการได้เลยทันที" ศ.ดร.ปวินกล่าว
เขาให้ความเห็นต่อว่าคำสั่งแบนหนังสือดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงตัวเขาและหนังสือเท่านั้น แต่ยังเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ในแวดวงวิชาการไทยเป็นวงกว้าง ซึ่งมีปัญหาเรื่องเสรีภาพทางวิชาการอยู่แล้ว เพราะคำสั่งดังกล่าวไม่ต่างจากการประกาศทางตรงว่านักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องไทยศึกษา ต้องมีความระมัดระวังในการผลิตงาน เพราะอาจเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายจนไม่สามารถเดินทางกลับไทยหรือเข้าถึงข้อมูลวิจัยในไทยต่อไปได้
"มันเป็นการบอกทางตรงว่าใครก็ตามที่ต้องการเขียนอะไรที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ คุณต้องระวังตัว"
ในอีกมุมมองหนึ่ง ศ.ดร.ปวิน เห็นว่าคำสั่งแบนหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ที่ยังคงดำเนินอยู่ในไทย ยังสะท้อนให้เห็นว่ารัฐไทยยังคงติดกรอบความคิดในยุคสงครามเย็น ใช้วิธีการปิดกั้นการเข้าถึงสื่อโดยใช้ข้ออ้างเรื่องการทำลายจริยธรรมอันดี แทนที่จะปล่อยให้ประชาชนหรือผู้อ่านเป็นผู้ใช้วิจารณญาณด้วยตัวเอง ซึ่งนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เห็นได้ว่ากำลังเกิดการจำกัดเสรีภาพทางความคิดมากขึ้น จากกระแสการขยับสู่แนวคิดฝ่ายขวามากขึ้น
ศ.ดร.ปวิน เห็นว่าในอีกทางหนึ่งมาตรการแบนหนังสือที่เกิดขึ้นล่าสุด กลับส่งผลย้อนศรในทางตรงกันข้ามด้วยเช่นกัน จากเดิมที่หนังสือวิชาการภาษาอังกฤษเล่มนี้เป็นหนังสือเฉพาะทางที่มีผู้สนใจไม่มาก กลับจุดประกายให้สาธารณชนหันมาสนใจมากขึ้น โดยเขามองว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังปลุกความสนใจของคนทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มหัวก้าวหน้าหรือเยาวชนคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มอนุรักษนิยมหรือกษัตริย์นิยมที่ต้องการค้นหาว่าหนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ อย่างไร
ที่มา บีบีซีไทย
ตำรวจสั่งแบนหนังสือที่มี 'ปวิน' เป็นบรรณาธิการ มีเนื้อหาอะไรที่ทำให้ถูกแบน
https://www.bbc.com/thai/articles/c6dxw082ne0qo
