วันศุกร์, เมษายน 18, 2568

กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตุ ปัญหาบุคลากรขาดแคลนแพทย์ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่รพบึงกาฬ

https://www.facebook.com/watch/?v=481003041669129
.....


กัลยพัชร รจิตโรจน์ - Kalyapat Rachitroj
12 hours ago
·
เรียนบุคลากรสุขภาพและประชาชนผ่านไปยังพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน

ดิฉัน กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน
วันนี้ดิฉันขอแถลงข่าวเรียกร้องการแก้ปัญหาวิกฤตกำลังคนบุคลากรสุขภาพลาออกจากระบบการบริการสุขภาพภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการ คุณภาพการบริการ และความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดิฉันขอเรียกร้องเจตจำนงค์ทางการเมืองจากฝ่ายบริหาร ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากประเด้น “การบริหารจัดการกำลังคนในระบบสุขภาพ การสร้างขวัญและกำลังใจของบุคลากร สุขภาพ เป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่การเลือกตั้ง 2566 เป็นนโยบายของทั้งสองรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ที่ผ่านมา ของพรรคเพื่อไทยค่ะ แนวทางการแก้ปัญหานี้สะท้อนผ่านข้อเสนอเรื่องการยกร่าง พรบ.ก.สธ. หรือ พรบ.แยกการบริหารบุคลากรสาธารณสุขออกจาก กพ.
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามนโยบายของดิฉัน พบว่าแรงผลักดัน พรบ.ก.สธ. ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการผลักดัน พรบ.อสม. หรือ พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร และอื่นๆ
ทำให้ดิฉันและทีมสาธารณสุขประชาชนมีข้อสังเกตว่า
ท่านยังตั้งใจแก้ปัญหากำลังคนสุขภาพอยู่หรือไม่
หรือเป็นความตั้งใจที่จะละเลยระบบสุขภาพภาครัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสุขภาพภาคเอกชน จากนโยบาย medical hub/ medical tourism เสียมากกว่า
เพราะดิฉันสังเกตว่าหลังๆ ท่านรัฐมนตรี พูดถึงนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ มากกว่าที่จะสนใจแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสาธารณสุข
เพื่อแก้ปัญหานี้ให้คืบหน้าไป ดิฉันขอเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอการแก้ปัญหาเชิงระบบต่อฝ่ายบริหาร ผ่านพี่น้องสื่อมวลชนดังนี้ค่ะ
ข้อสังเกต 1 ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่รพบึงกาฬ แต่คือปัญหาเชิงระบบของสธทั้งประเทศ
ปัญหาแพทย์จบใหม่ลาออก เกิดขึ้นในหลายโรงพยาบาล หลายพื้นที่ หลายจังหวัด ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะแต่กับแพทย์เท่านั้น แต่เกิดกับบุคลากรสหวิชาชีพทุกสาขา ลักษณะปัญหานี้จึงเป็นปัญหาเชิงระบบ
สะท้อนว่าการกำกับดูแลระบบโดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังมีปัญหา การแก้ปัญหาที่ผ่านมายังไม่เอาจริงเอาจัง ยังเกาไม่ถูกที่คัน กระทรวงไม่สามารถท่องแนวทางแก้ปัญหาด้วยการ “ผลิตแพทย์เพิ่ม” ได้อีกต่อไป เพราะผลิตมาก็ลาออก ผลิตแต่แพทย์ ก็ไม่ช่วยให้สหวิชาชีพอื่นๆ มีบุคลากรเพียงพอ ดิฉันและเครือข่ายพูดแล้วพูดอีกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การผลิตน้อยเกินไป แต่ปัญหาอยู่ที่ระบบไม่สามารถรักษาคนไว้ได้เลยต่างหากค่ะ
ข้อสังเกตที่ 2 ปัญหาบุคลากรขาดแคลนแพทย์ ไม่ใช่ปัญหาของแพทย์เท่านั้นค่ะ
แต่คือปัญหาสังคมที่พวกเราทุกคนต้องลุกขึ้นมารับผิดชอบ การขาดแคลนแพทย์ส่งผลต่อความปลอดภัยของคนไข้และเราทุกคน
การพูดว่าสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคนเป็นทั้งคำพูดที่ง่ายนะคะ แต่ก็ยากเช่นเดียวกัน
ง่ายที่จะบอกว่าปัญหาสาธารณสุข เราทุกคนต้องช่วยกัน ง่ายที่ข้อความนี้อาจทำให้ผู้รับผิดชอบต่อปัญหา ปัดความรับผิดชอบออกไปให้เป็นปัญหาของผู้อื่น
การแก้ปัญหา ย่อมเป็นเรื่องยากเสมอค่ะ
ยากที่การแก้ปัญหานี้ เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ ตัดสินใจเรื่องยากๆ เช่น การจัดสรรงบประมาณด้านอื่นๆ ที่จำเป็นน้อยกว่ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการสาธารณสุข
ยากที่ผู้มีอำนาจจะแบ่งปันอำนาจให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนมาร่วมตัดสินใจในคกก หรือบอรดต่างๆ
ยากที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลราชการให้นักวิชาการ นักวิจัย สส และประชาชนมาร่วมรับรู้ความไม่มีประสิทธิภาพที่ผ่านมา
ยากที่จะต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ได้ผล และเราต้องการวิธีการใหม่ มุมมองใหม่ และการมีส่วนร่วมใหม่ๆ มาร่วมแก้ปัญหา
ยากที่จะต้องละวาง Quick Win มาใส่ใจกับ worthy Win ความสำเร็จที่ต้องการอดทนรอคอย แต่คุ้มค่าที่จะได้มา
หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า เมื่อวันที่ แปด พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา
นายกและคณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้ง
คณะกรรมการการปฏิรูปกำลังคนและภารกิจด้านสาธารณสุข ในภาพรวมทั้งระบบ
ตามคำสั่งนายก เลขที่ 417/2567
โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ มีรมว การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นปธร่วม
กรรมการ ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงกลาโหม การคลัง การท่องเที่ยวและกีฬา อว ดีอี พาณิชย์ มหาดไทย ยุติธรรม แรงงาน และแน่นอนปลัดกระทรวงสธ นอกจากนั้น ยังมี
เลขาธิการคกก ข้าราชการพลเรือน เลขาสภาพัฒน์ ผอสำนักงบ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร เลขาธิการกสพท นายกแพทยสภาและสหวิชาชีพอื่นๆ ท้้งหมดสามสิบสี่คนค่ะ
โปรดสังเกตว่าไม่มีตัวแทนจากกลุ่มนักวิชาการผู้มีความเชี่ยวขาญ
และแน่นอนที่สุด ไม่มีตัวแทนจากภาคประชาชน เช่นเดิม
คกกนี้ ก็ไม่ได้มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ผ่านมา 6 เดือน เพิ่งประชุมไปได้เพียงครั้งเดียว วันที่ สิบสาม มกราคม ต้นปีที่ผ่านมาโดยมีปลัด สธ.เป็นประธาน เพราะรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน มอบหมาย และไม่ได้มาประชุม รวมถึงรมว กระทรวงอว ซึ่งเป็นประธานร่วม ในคกก นี้ ก็มอบหมาย ผู้ช่วยรมว มาประชุมแทนเช่นกัน
มติที่ประชุมส่วนใหญ่เป็นไปในทางมุ่งผลิตกำลังคนเพิ่ม แบบเดิม เสมอมา และยังไม่มีวี่แววการประชุมนัดที่สอง
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะองค์ประกอบของทีมแก้ปัญหาเป็น “นักผลิตคน” จากสัดส่วนนักบริหารในกระทรวง ที่เห็นปัญหาสาธารณสุขคือการขาดคน
ส่วนข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงก็ขาดความชัดเจน และทิศทางในการแก้ปัญหา เพราะไม่ได้ยึดโยงกับความเดือดร้อนของสหวิชาชีพผู้ปฏิบัติงาน
และประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีขาดแคลนกำลังคนในระบบสุขภาพ
ปัญหานี้สั่งสมมายาวนาน และค่อนข้างจะพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่า แก้ไม่ได้ด้วยมุมมองจากข้าราชการ และผู้บริหารระดับสูงค่ะ
แก้ไม่ได้ด้วยการตั้งคณะกรรมการและมีการประชุมตามวาระปีละครั้งสองครั้ง ใจกลางของปัญหาอยู่ที่การจัดสรรทรัพยากร งบประมาณ และกลไกแก้ปัญหาที่ตอบสนองต่อความเดือดร้อนหน้างาน จากตัวแทนที่สะท้อนเสียงจากผู้ปฏิบัติงานหน้างานและประชาชนที่เผชิญความเจ็บป่วย
ปัญหานี้ไม่ใช่อยู่ที่การเมืองแทรกแซงนโยบาย แต่ปัญหาอยู่ที่ภาคการเมืองไม่มีเจตจำนงทางการเมืองเพียงพอที่จะแทรกแซงระบบข้าราชการต่างหาก
สำหรับกรณีการเปิดเผยข้อมูล และความโปร่งใส ของการทำงานของคณะกรรมการนี้ ดิฉันมีเซอไพร้ให้่ท่านสื่อมวลชน ประชาชน และครม ดังนี้ค่ะ
ดิฉันมีเอกสารรับรองบันทึกการประชุม อยู่ในมือดิฉันตอนนี้ค่ะ อยากให้พี่นักข่าว ซูมเข้ามาใกล้ๆได้เลยนะคะ
สาธารณสุข ถมดำ ก้มีค่ะ รู้สึกไม่ชินตาอย่างยิ่งเลยนะคะ เพราะปกติ เคยเห็นเกิดขึ้น แต่กับกระทรวงกลาโหม เป็นต้น
ในส่วนที่คกกถมดำไปนี้ คือ ผู้เข้าร่วมการประชุมวาระแรกค่ะ ซึ่งกินพื้นที่สามหน้ากระดาษ ทั้งที่ตอนแต่งตั้ง กรรมการมีทั้งหมด34 ท่าน เท่านั้น
ท่านปิดบังชื่อผู้เข้าร่วมประชุม เพราะเหตุผลใดคะ?
ความโปร่งใส ความจริงใจต่อการแก้ปัญหา อยู่ที่ไหน?
จุดนี้ ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ดิฉันเห็นควรว่า ควรมีภาคประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมใน คกก หรือบอรด เหล่านี้ด้วยค่ะ
เพราะอะไรทราบมั้ยคะ
เห็นได้ชัดเจนมาก กับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากมีทีมผู้ประกันตน ประกันสังคมก้าวหน้า เข้าไปค่ะ
เมื่อใดที่มีประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ต่อสุขภาพของพวกเขา
วันนั้นเองค่ะ ที่ข้อมูลทั้งหลาย จะค่อยๆเปิดออกมา และท่านจะมาถมดำ หนังสือรับรองการประชุม แบบนี้ไม่ได้อีก
เมื่อใดที่มีประขาชนในบอรด ท่านจะต้องดำเนินงาน อย่างโปร่งใส มากกว่านี้ค่ะ
ดิฉันอ่านหนังสือการประชุม สิบเอ็ดหน้า ที่เป็นถมดำไปสามหน้า ของท่านจนจบ เรียกได้ว่า ปัญหาปจบ เราขาดแคลนแพทย์ จากระบบสุขภาพภาครัฐ และแพทย์เฉพาะทางบางอย่าง
ที่น่าแปลกใจก็คือ คกกนี้ ไม่เห็นความสำคัญของการผลิตแพทย์เวชศาาสตร์ป้องกัน หรือเวชศาสตร์ครอบครัว เพิ่มบ้างเลยหรือคะ?
และที่น่าแปลกใจกว่านั้นอีก ตอนอ่านคือตาโตเลยนะคะ คือคำที่มีมากที่สุดในบันทึกการประชุมนี้ คือคำว่าเศรษฐกิจค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การ สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เราจะเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของอาเซียน ทำ medical hub/ medical tourism คือท่านมีแผนการผลิตแพทย์เพิ่ม เป็นระยะเวลา สิบปี สองห้าเจ็ดหนึ่ง ถึงสองห้าแปดศูนย์
โดยมีการผลักดันเก้าสาขาจำเป็นที่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ได้แก่ เวชศาสตร์ชะลอวัย แอนไทเอจจิ้ง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกระดูก (ซึ่งหมอออโถปัจจุบันมีเยอะมากนะคะ) หมอรักษาผู้มีบุตรยาก การปลูกถ่ายอวัยวะ ศัลยกรรมตกแต่งและแปลงเพศ หรือหมอพลาสติค
ไม่น่าแปลกใจที่หนึ่งในตัวชี้วัดของท่าน จะมีผลตอบแทนการลงทุน หรือ return of investment ROI อยู่ด้วย
บันทึกการประชุมนี้ สะท้อนได้ชัดว่า ท่านไม่ได้คิดจะแก้ปัญหากำลังคน เพื่อประชาชน สักเท่าไหร่นะคะ คนยากจน ชาวบ้านบนดอยที่เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข ท่านลืมพวกเขาไปหรือเปล่า
สรุปแล้ว ท่านจะเน้นแก้ปัญหาบุคลากรออกจากระบบ เพื่อประชาชน หรือเพื่อนักลงทุน กับนโยบาย medical hub/wellness hub/medical tourism กันแน่คะ?
ขออภัยที่วันนี้ต้องแถลงยาวหน่อยนะคะ แต่ข้อสังเกตทั้งสามประการนี้ นำมาสู่ข้อเสนอดังนี้ค่ะ
รัฐบาลควรแสดงความชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรต่อกับ พรบ.ก.สธ. หากตระหนักว่า พรบ.นี้เป็นไปไม่ได้ในทางการงบประมาณ ก็ควรยอมรับและหาวิธีการอื่นมาแก้ปัญหา เช่น เพิ่มสัดส่วนบุคลากรสุขภาพในคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) เพื่อกำหนดสัดส่วนบุคลากรสุขภาพ ค่าตอบแทน และระบบจูงใจที่เป็นธรรม
เพิ่มสัดส่วนบุคลากรการเมือง ตัวแทนบุคลากรสาธารณสุขระดับปฏิบัติงาน ตัวแทนประชาชนเข้ามาในคณะกรรมการการปฏิรูปกำลังคนและภารกิจด้านสาธารณสุขในภาพรวมทั้งระบบ เพื่อสะท้อนเจตจำนงและปัญหาหน้างานในทีมงานแก้ปัญหา กำหนดวาระการประชุมที่สอดคล้องกับปัญหา ยอมรับถึงศักยภาพของระบบบริหาร งานบุคคลที่ไม่จูงใจให้คนทำงานอยู่ในระบบ ยอมรับความจริง อยู่กับความจริง แก้ปัญหาทีละจุด สื่อสารความก้าวหน้าของ คณะทำงานอย่างโปร่งใส
สนับสนุนการรวมตัวของบุคลากรสุขภาพ สนับสนุน ร่าง พรบ.สหภาพแรงงานสุขภาพ เพื่อให้คนทำงานมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายบริหาร เรียนรู้ที่จะพัฒนาระบบสุขภาพจากมุมมองของผู้ปฏิบัติงาน
เพราะพวกเราหมอๆทั้งหลาย และสหวิชาชีพสาธารณสุขทุกท่าน ทุกวันนี้ที่เรารวมตัวกัน เป็นสหภาพที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีผลตามกฎหมายแรงงานค่ะ
เราจึงต้องทำกระบวนการทางความคิดกับสังคมต่อไปว่า
เราทุกคนคือแรงงานค่ะ บุคลากรสาธารณสุข ก็คือแรงงานค่ะ
ดิฉัน ในฐานะนักการเมืองเองก็ต้องยอมรับค่ะว่า ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้เพียงฝ่ายการเมือง เพียงลำพัง แต่การเมืองจะเป็นส่วนสำคัญต่อการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ซึ่งเป็นภาพย่อยของระบบสุขภาพในภาพรวม แต่ก้ขาดไม่ได้ ในการก้าวต่อไปได้อย่างสมบูรณฺ์
ดิฉันเรียกร้องให้นักการเมืองร่วมพรรครัฐบาล มีส่วนร่วมในการแก้วิกฤตนี้มากขึ้น
ดิฉันเรียกร้องให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้มากที่สุด เข้าใจความยากลำบากของบุคลากรหน้างาน พร้อมๆ ไปกับการเรียกร้องการจัดสรรทรัพยากรให้รัฐบาลหันมาลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานการสาธารณสุข
คน เงิน ของ รัฐบาลต้องให้มาเพียงพอเพื่อให้จัดบริการสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นธรรม เท่าเทียม
และส่วนของดิฉันวางแผนจะตั้ง อนุกมธ เพื่อศึกษาหาทางแก้ไขปัญหากำลังคนสุขภาพ หลังจากอนุกมธสุขภาพจิต จบลงค่ะ
สุดท้าย ดิฉันขอบคุณบุคลากรสุขภาพหน้างานทุกคน ทุกสาขาวิชาชีพ รวมถึงประชาชน อย่าหมดหวังที่จะรวมตัวและส่งเสียงปัญหาหน้างาน มาถึงพวกเรา
รวมตัวกันเสนอแนะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสุขภาพ
นี่ไม่ใช่การเรียกร้องเพื่อท่านเอง แต่เพื่อประชาชน และการสาธารณสุขที่ยั่งยืน เป็นธรรม และเท่าเทียมค่ะ
ส่วนสำหรับคกกชุดนี้ ถ้าหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข และไม่มีความคืบหน้า
แล้วพบกันใหม่นะคะ หากมีข่าวหมอลาออกจากรพยกเซทอีก
ขอบคุณค่ะ

https://www.facebook.com/watch/?v=481003041669129
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=122221071812222248&id=61556667464199