วันจันทร์, พฤศจิกายน 09, 2569

หนัง เรื่อง Ramayana #รามายณะปฐมบทแห่งตำนาน ฉายแล้ว มีงานศึกษา โลกทัศน์ทางการเมือง รัชกาลที่ 1 ว่า รามเกียรติ์ของ ร.1 เป็นบทกวีที่ปลูกฝังค่านิยมทางการเมือง ได้แก่ ปลูกฝังให้ ขุนนางเคารพพระมหากษัตริย์ น้องเคารพพี่ และ ให้ความชอบธรรมแก่หลักความไม่เสมอภาค[ตามบุญกรรม]ของชนชั้นต่างๆในสยามประเทศ












มีงานศึกษาว่า รามเกียรติ์ของ ร.1 เป็นบทกวีที่ปลูกฝังค่านิยมทางการเมือง 

ได้แก่ ปลูกฝังให้ ขุนนางเคารพพระมหากษัตริย์ น้องเคารพพี่ และ ให้ความชอบธรรมแก่หลักความไม่เสมอภาค[ตามบุญกรรม]ของชนชั้นต่างๆในสยามประเทศ 

ไม่แปลกที่ชนชั้นนำจะสนับสนุนให้ราษฎรเรียนรู้วรรณคดีแบบนี้ เพราะเป็น soft power ที่ช่วยผดุงโครงสร้างอันเหลื่อมล้ำให้คงอยู่
.....

รามเกียรติ์: ภาพสะท้อนโลกทัศน์ทางการเมืองไทยและสังคมในอุดมคติของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

บทคัดย่อ

งานวิจัยฉบับนี้ศึกษารามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ 1 เพื่อทราบถึงโลกทัศน์ทางการเมืองไทย วรรณกรรมเรื่องนี้รับอิทธิพลจากฉบับก่อนหน้า จึงไม่สามารถตีความโดยการนำเหตุการณ์จริงมาเทียบเคียงได้อย่างแนบสนิท อย่างไรก็ตามเนื้อหาบางส่วนมีการปรับเปลี่ยนจากฉบับก่อนหน้า ในส่วนนี้สามารถนำบริบทสังคมมาเทียบเคียง เพื่อทำความเข้าใจโลกทัศน์ของกวี ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการคือการที่รัชกาลที่ 1 ใช้พระนามในฐานะผู้พระราชนิพนธ์ มากไปกว่านั้นเวลาเป็นสำคัญสำหรับรัตนโกสินทร์ หมายความรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ 1 มีความสำคัญและมีเป้าหมายทางการเมืองต้นรัตนโกสินทร์สับสนจากการเปลี่ยนขั้วอำนาจแบบฉับพลัน ระเบียบใหม่จึงเป็นที่ต้องการ ดังนั้นรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ 1 จึงถูกประพันธ์ขึ้น กวีสร้างโลกทัศน์แบบไทย เรื่องลำดับชั้นที่กำหนดทุกสรรพสิ่ง เชื่อว่าจักรวาลอยู่บนความไม่เสมอภาค ภายใต้กฎแห่งบุญกรรมและลิขิตก่อให้เกิดโครงสร้างทางสังคมแบบไทย เน้นย้ำหน้าที่และสถานะของมนุษย์ กวีสร้างโลกทัศน์ทางการเมืองที่เป็นประเด็นรองลงมา กล่าวคือเป็นส่วนหนึ่งของโลกทัศน์ ยกตัวอย่าง การเตรียมเป็นกษัตริย์ที่ดี การเป็นขุนนางที่ดี เป็นต้น โดยสรุปกวีสร้างโลกทัศน์แบบไทยที่มองโลกบนความไม่เสมอภาคครึ่งถึงวัฒนธรรมว่าด้วยความอาย เป็นโลกทัศน์ที่ฝังรากลึก คนจำนวนหนึ่งมองโลกบนพื้นฐานแห่งความไม่เสมอภาค การรักษาหน้าเป็นสิ่งสำคัญเรื่องความถูกต้อง ก่อให้เกิดสังคมมือถือสากปากถือศีล คำถามที่น่าสนใจคือประชาธิปไตยที่เชื่อว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเท่าเทียมจะเติบโตได้ดีแค่ไหนอย่างไร