
Free Speech Make Free Peoples
ทำไม No Free Speech No Free Peoples
วลี "No Free Speech, No Free Peoples" (ไร้ซึ่งเสรีภาพในการแสดงออก ย่อมไร้ซึ่งเสรีภาพของประชาชน) คือมุมมองด้านกลับที่สะท้อนให้เห็นว่า หากปราศจากสิทธิในการพูดและการแสดงออกแล้ว เสรีภาพในมิติอื่นๆ ของความเป็นมนุษย์ก็จะพลอยพังทลายและดำรงอยู่ไม่ได้ เหตุผลสนับสนุนแนวคิดนี้ประกอบด้วยประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การตกเป็นทาสทางความคิดและการถูกครอบงำเบ็ดเสร็จ
เมื่อไม่มีเสรีภาพในการแสดงออก รัฐหรือผู้มีอำนาจสามารถผูกขาดการให้ข้อมูล ความจริง และชุดความคิดได้แต่เพียงฝ่ายเดียว ประชาชนจะถูกป้อนข้อมูลด้านเดียวโดยไม่มีสิทธิโต้แย้ง ตั้งคำถาม หรือเสนอทางเลือกอื่น การถูกจำกัดการรับรู้และการแสดงออกเช่นนี้ทำให้ปัจเจกบุคคลสูญเสียอิสระในการคิดวิเคราะห์ ค่อยๆ ถูกกล่อมเกลาให้จำนนต่ออำนาจ และสูญเสียความเป็นไททางจิตวิญญาณในที่สุด
2. การสูญเสียกลไกคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ
เสรีภาพในการแสดงออกเปรียบเสมือน "แม่กุญแจ" ที่ไขไปสู่สิทธิและเสรีภาพด้านอื่นๆ หากปราศจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการเปิดโปงปัญหา ประชาชนจะไม่สามารถปกป้องสิทธิในทรัพย์สิน เสรีภาพในการเดินทาง สิทธิแรงงาน หรือแม้แต่ความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายจากการใช้อำนาจรัฐได้เลย การไม่มีเสียงพูดหมายความว่าเสียงร้องทุกข์และการเรียกร้องความยุติธรรมจะถูกทำให้ไร้ตัวตน
3. รัฐเผด็จการและการใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยไร้การตรวจสอบ
ประวัติศาสตร์การเมืองโลกแสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า จุดเริ่มต้นของระบอบเผด็จการและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง มักมาจากการปิดกั้นเสรีภาพในการสื่อสารและการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำ เมื่อไม่มีใครกล้าพูดความจริงหรือชี้ให้เห็นความผิดพลาด ผู้มีอำนาจจะสามารถใช้อำนาจบาทใหญ่ คอร์รัปชัน หรือก่ออาชญากรรมทางอำนาจได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวผลลัพธ์ใดๆ เพราะเสียงที่คอยเตือนสติถูกทำให้เงียบลงไปหมดแล้ว
4. การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์
การห้ามไม่ให้มนุษย์แสดงความคิด ความรู้สึก ความเชื่อ หรืออัตลักษณ์ของตนเองออกทางคำพูดและการกระทำ เท่ากับการปฏิเสธศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) มนุษย์จะกลายเป็นเพียงวัตถุหรือเครื่องมือใต้สังกัดของผู้ปกครอง ที่มีหน้าที่ทำตามคำสั่งโดยปราศจากสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง
การไม่มีเสรีภาพในการแสดงออกจึงไม่ใช่แค่การจำกัดสิทธิในการพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นการ "พรากสถานะความเป็นพลเมือง" ไปจากผู้คน ทำให้สังคมเต็มไปด้วยความหวาดกลัว การจำยอม และความอยุติธรรม จนไม่เหลือเค้าโครงของเสรีภาพที่แท้จริงหลงเหลืออยู่เลย
.....

.....
อานนท์ นำภา
October 14
·
ถึงเจ้าปราณและขาล ลูกรักทั้งสอง
.
แม่ของพวกเธอส่งรูปบ้านที่โดนน้ำท่วมมาให้พ่อดูแล้ว บ้านเราต้องเผชิญวิกฤตอีกครั้ง และคงเป็นอีกหลายๆ บ้าน ที่ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นกัน ที่เรือนจำก็หนัก หนักในข้อจำกัดอีกหลายๆเรื่อง ตอนนี้ก็กำลังเตรียมรับมือน้ำระลอกหลังที่กำลังมา หวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี
.
ยังไม่เห็นภาพงานสามปี การจองจำของพ่อที่สถาบันปรีดี แต่ทราบจากแม่ว่าแม้จะฉุกละหุกกับเรื่องน้ำท่วม แต่ก็มีมิตรสหายไปร่วมงานพอสมควร เสียดายที่พวกเธอติดน้ำท่วมไม่ได้ไปงานนี้ ฝากขอบคุณมิตรสหายที่ช่วยกันจัดงานและไปร่วมงานรวมทั้งที่เป็นกำลังใจให้พ่อตลอดมา การยืนระยะเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในการต่อสู้ทางการเมือง “เวลา” จะทำให้หลายหลายอย่างกระจ่างขึ้น “เวลา” จะเดินไปข้างๆพวกเรา
.
เรื่องสุขภาพตอนนี้ดีขึ้นมาบ้างแล้ว อาการปวดเกร็งที่ต้นขาอาจต้องใช้การทำกายภาพ มันไม่ค่อยปวดแค่ตึงตึงบ้างตอนเช้าๆ ตื่นนอน ทำให้การเข้าบล็อก (ห้องน้ำ) ลำบากนิดหน่อย แต่แต่พอยืดเส้นยืดสายก็ทุเลา ไปหาคุณหมอมาแล้ว ได้ยามากินพอสมควรสำคัญคือการใช้ชีวิตในนี้เพราะสถานที่มันแคบ ไม่เอื้ออำนวยในการเดินไปนู่นมานี่ ในข้อจำกัดเช่นนี้ก็ยังโชคดีที่ยังมีเพื่อน มีญาติมิตร มีผู้คุม มีคุณหมอที่ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญคือมีความฝันที่แสนงาม
.
ขอบคุณทุกคน
คิดถึงลูกทั้งสองและแม่ของพวกเธอ
อานนท์ นำภา
7 ต.ค. 69

https://www.facebook.com/photo/?fbid=39265620573052527&set=a.163415147033223