
สงวน คุ้มรุ่งโรจน์
12 hours ago
·
8 ปีที่แล้ว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ (14-15 เมษายน 2017)
หมุดประวัติศาสตร์คณะราษฎร หายไปอย่างลึกลับกับฉลองปีใหม่ไทย ภายใต้การปกครองของจอมเผด็จการทรราช"3ป"
นักกิจกรรมฝั่งประชาธิปไตยถูกจับกุม เพราะทำกิจกรรม"ทวงคืนหมุดคณะราษฎร"หลายเดือน
หมุดคณะราษฎรบริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า เป็นหมุดที่ทำขึ้นเนื่องในเหตุการณ์การอภิวัฒน์สยาม 2475 ซึ่งพระยาพหลพลพยุหเสนา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร อ่านประกาศคณะฉบับที่ 1 เสร็จสิ้นในเวลาย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยหมุดเดิมมีข้อความว่า “”ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ”
ถูกเปลี่ยนเป็นหมุดใหม่โดย"มือดี"ที่เชื่อว่าเป็นฝ่ายทหาร
มีข้อความรอบนอกว่า “ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง”
ตอนนั้น รัฐบาลเผด็จการทหาร #ควายสมชื่อ และราษฎรสลิ่ม ดูจะไม่ตื่นเต้น ไม่เดือดร้อนอะไรเลย
ก็อยากย้อนกลับคำพูดของพวกมันว่า : "คนไทยหรือปล่าว?"
ถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึง
ตำนานเรื่อง"ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ "ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง โบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่งเชื่อว่าถูกโจรกรรมไปเมื่อช่วงสงครามเวียตนาม และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก สหรัฐอเมริกา โดยมีชาวไทยไปพบเห็น
ที่สุด จากความพยายามของรัฐบาลหลายสมัย และหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ก็ได้ทับหลังชิ้นนี้คืนมาทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี ในปี 1988
เป็นประวัติศาสตร์ข่าวอีกหนึ่งหน้า
ข้าพเจ้าต้องสืบเสาะ ตามล่าความจริงในยุคนั้น นานนับ10ปี !!
(สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=590274607396751&id=100092426492007
.....
หมุดคณะราษฎรที่หายไป สะท้อนปัญหาอะไรในสังคม

วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมมีชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย"
·
8 ปีที่แล้ว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ (14-15 เมษายน 2017)
หมุดประวัติศาสตร์คณะราษฎร หายไปอย่างลึกลับกับฉลองปีใหม่ไทย ภายใต้การปกครองของจอมเผด็จการทรราช"3ป"
นักกิจกรรมฝั่งประชาธิปไตยถูกจับกุม เพราะทำกิจกรรม"ทวงคืนหมุดคณะราษฎร"หลายเดือน
หมุดคณะราษฎรบริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า เป็นหมุดที่ทำขึ้นเนื่องในเหตุการณ์การอภิวัฒน์สยาม 2475 ซึ่งพระยาพหลพลพยุหเสนา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร อ่านประกาศคณะฉบับที่ 1 เสร็จสิ้นในเวลาย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยหมุดเดิมมีข้อความว่า “”ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ”
ถูกเปลี่ยนเป็นหมุดใหม่โดย"มือดี"ที่เชื่อว่าเป็นฝ่ายทหาร
มีข้อความรอบนอกว่า “ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง”
ตอนนั้น รัฐบาลเผด็จการทหาร #ควายสมชื่อ และราษฎรสลิ่ม ดูจะไม่ตื่นเต้น ไม่เดือดร้อนอะไรเลย
ก็อยากย้อนกลับคำพูดของพวกมันว่า : "คนไทยหรือปล่าว?"
ถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึง
ตำนานเรื่อง"ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ "ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง โบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่งเชื่อว่าถูกโจรกรรมไปเมื่อช่วงสงครามเวียตนาม และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก สหรัฐอเมริกา โดยมีชาวไทยไปพบเห็น
ที่สุด จากความพยายามของรัฐบาลหลายสมัย และหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ก็ได้ทับหลังชิ้นนี้คืนมาทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี ในปี 1988
เป็นประวัติศาสตร์ข่าวอีกหนึ่งหน้า
ข้าพเจ้าต้องสืบเสาะ ตามล่าความจริงในยุคนั้น นานนับ10ปี !!
(สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=590274607396751&id=100092426492007
.....
หมุดคณะราษฎรที่หายไป สะท้อนปัญหาอะไรในสังคม

วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมมีชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย"
15 เมษายน 2017
บีบีซีไทย
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ระบุการถอดหมุดคณะราษฎรออกไปอย่างมีปริศนา ตอกย้ำว่าสังคมไทยละเลยประวัติศาสตร์การเกิดประชาธิปไตย จึงยังตกอยู่ในวงจรรัฐประหารไม่รู้จบ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมืองบอกว่า เป็นนัยแห่งความรุนแรงและสัญลักษณ์ของความไม่ปรองดอง
ด้านเครือข่ายภาคประชาชนวิงวอนผู้ที่เปลี่ยนหมุดคณะราษฎรออกไป ให้นำมาคืน พร้อมเรียกร้องหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สื่อมวลชนหลายสำนัก เช่น หนังสือพิมพ์มติชน โพสต์ทูเดย์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สอบถามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขตดุสิต กรมศิลปากร และกระทรวงวัฒนธรรมไปแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบ โดยหมุดใหม่ถูกปักไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ร.5 ด้านหน้าสนามเสือป่า มาตั้งแต่ต้นเดือน
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การปักหมุดคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 เป็นเรื่องสำคัญมากของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่แทบจะไม่เสียเลือดเนื้อ สะท้อนให้เห็นถึงความประนีประนอมของคณะราษฎร และกลุ่มอำนาจเก่าหรือคณะเจ้า
"การที่มีบุคคลถอดหมุดดังกล่าวออก ซึ่งคาดว่าต้องเป็นฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย เป็นนัยสำคัญของความไม่ต้องการประนีประนอม ไม่ต้องการปรองดองและการปฏิรูป" ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าว
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ระบุการถอดหมุดคณะราษฎรออกไปอย่างมีปริศนา ตอกย้ำว่าสังคมไทยละเลยประวัติศาสตร์การเกิดประชาธิปไตย จึงยังตกอยู่ในวงจรรัฐประหารไม่รู้จบ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมืองบอกว่า เป็นนัยแห่งความรุนแรงและสัญลักษณ์ของความไม่ปรองดอง
ด้านเครือข่ายภาคประชาชนวิงวอนผู้ที่เปลี่ยนหมุดคณะราษฎรออกไป ให้นำมาคืน พร้อมเรียกร้องหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สื่อมวลชนหลายสำนัก เช่น หนังสือพิมพ์มติชน โพสต์ทูเดย์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สอบถามหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขตดุสิต กรมศิลปากร และกระทรวงวัฒนธรรมไปแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบ โดยหมุดใหม่ถูกปักไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ร.5 ด้านหน้าสนามเสือป่า มาตั้งแต่ต้นเดือน
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การปักหมุดคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 เป็นเรื่องสำคัญมากของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่แทบจะไม่เสียเลือดเนื้อ สะท้อนให้เห็นถึงความประนีประนอมของคณะราษฎร และกลุ่มอำนาจเก่าหรือคณะเจ้า
"การที่มีบุคคลถอดหมุดดังกล่าวออก ซึ่งคาดว่าต้องเป็นฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย เป็นนัยสำคัญของความไม่ต้องการประนีประนอม ไม่ต้องการปรองดองและการปฏิรูป" ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าว

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กังวลว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ยังกังวลด้วยว่า เหตุการณ์นี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ในอนาคต เช่นเดียวกับวิกฤตการทางการเมืองหลายครั้งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนเรื่องที่จะต้องจับตาต่อไปคือ หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จะมีการเลือกตั้งเมื่อไร และรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร
ประวัติศาสตร์ถูกลบ วงจรรัฐประหารยังอยู่
นายบุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่าการถอดหมุดคณะราษฎร แล้วเปลี่ยนเป็นอันใหม่นั้น สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ต้องการลบประวัติศาสตร์สำคัญของไทย โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย และทำให้การตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยเลือนหายไป
"ส่วนตัวเชื่อว่าคนไทยไม่ค่อยรู้จักประวัติศาสตร์ไทย สังคมไทยไม่เรียนรู้ข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ และพัฒนาการของประชาธิปไตยในห้วงเวลาที่ผ่านมา จึงทำให้สังคมไทยยังตกอยู่ในวงจรรัฐประหาร มีการยึดอำนาจ จัดการเลือกตั้ง และฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่รู้จบ" นายบุญเกียรติกล่าว

หมุดใหม่ถูกปักไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ร.5 ด้านหน้าสนามเสือป่า มาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนนี้
ทั้งนี้เจตนาที่แท้จริงของการปักหมุดคณะราษฎรนั้น คือต้องการใช้เป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองและที่กำเนิดรัฐธรรมนูญ
นายบุญเกียรติชี้ว่า มีอนุสรณ์สถานเกี่ยวกับคณะราษฎรอีกหลายแห่งที่ความสำคัญได้ลดลงในสังคมไทย เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ รวมทั้งวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเดิมมีชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย" และเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 ด้วย
ภาคประชาชน เรียกร้องให้นำหมุดคณะราษฎรคืนมา
นางสาวกรกนก คำตา สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ระบุว่า ขณะนี้เครือข่ายสมาชิกขบวนการฯ อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ ยังไม่มีมติเกี่ยวกับเรี่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นขอเรียกร้องให้ผู้ที่นำหมุดคณะราษฎรไป นำมาคืนโดยเร็วที่สุด พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเร่งสืบหาความจริงว่าใครเป็นผู้เปลี่ยนย้ายหมุดดังกล่าว
อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ คือหนึ่งในบรรดาอนุสรณ์สถานที่เกี่ยวกับคณะราษฎร
ก่อนหน้านี้ (13 เม.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องทวงคืนหมุดคณะราษฎร โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอาญา และขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 57(1) ประกอบมาตรา 78 ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จะต้องเร่งดำเนินการนำหมุดคณะราษฎรดังกล่าวกลับมาคืนยังที่เดิม หากไม่ดำเนินการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญจะใช้สิทธิตามมาตรา 51 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป
ความหมายของหมุดคณะราษฎรและหมุดใหม่คืออะไร
หมุดคณะราษฎร
หมุดคณะราษฎรคือหมุดกำเนิดรัฐธรรมนูญ ฝังไว้ ณ จุดที่พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา อดีตนายกรัฐมนตรียืนอ่านประกาศยึดอำนาจ เมื่อเช้าของวันที่ 24 มิ.ย. 2475 โดยพิธีฝังหมุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2479
ส่วนบนหมุดทองเหลืองนี้มีข้อความว่า "ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ"
หมุดใหม่
แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำมาปักแทนหมุดเดิม แต่เมื่อพิจารณาข้อความที่ปรากฎบนหมุดใหม่นั้น บางส่วนมาจากคาถาสุภาษิตที่ปักอยู่บนตรา "ดาราจักรี" ซึ่งในเว็บไซต์ของสถาบันพระปกเกล้าระบุว่า เป็นเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ สร้างขึ้นเพื่อใช้ประดับฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ สำหรับฝ่ายหน้า โดยจะติดไว้ที่อกซ้ายของฉลองพระองค์ครุย จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน เรียกย่อว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ มีชั้นเดียวทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน
ก่อนหน้านี้ (13 เม.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องทวงคืนหมุดคณะราษฎร โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอาญา และขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 57(1) ประกอบมาตรา 78 ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม จะต้องเร่งดำเนินการนำหมุดคณะราษฎรดังกล่าวกลับมาคืนยังที่เดิม หากไม่ดำเนินการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญจะใช้สิทธิตามมาตรา 51 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป
ความหมายของหมุดคณะราษฎรและหมุดใหม่คืออะไร
หมุดคณะราษฎร
หมุดคณะราษฎรคือหมุดกำเนิดรัฐธรรมนูญ ฝังไว้ ณ จุดที่พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา อดีตนายกรัฐมนตรียืนอ่านประกาศยึดอำนาจ เมื่อเช้าของวันที่ 24 มิ.ย. 2475 โดยพิธีฝังหมุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2479
ส่วนบนหมุดทองเหลืองนี้มีข้อความว่า "ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ"
หมุดใหม่
แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำมาปักแทนหมุดเดิม แต่เมื่อพิจารณาข้อความที่ปรากฎบนหมุดใหม่นั้น บางส่วนมาจากคาถาสุภาษิตที่ปักอยู่บนตรา "ดาราจักรี" ซึ่งในเว็บไซต์ของสถาบันพระปกเกล้าระบุว่า เป็นเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ สร้างขึ้นเพื่อใช้ประดับฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ สำหรับฝ่ายหน้า โดยจะติดไว้ที่อกซ้ายของฉลองพระองค์ครุย จัดเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดิน เรียกย่อว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์ มีชั้นเดียวทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน

คาถาสุภาษิตดังกล่าวคือ "ติรตเน สกรฏฺเฐจ สมฺพํเส จ มมายน สกราโชชุจิตฺตญฺจ สกรฎฺฐาภิวฑฺฒน" ซึ่งแปลว่า "ความนับถือรักใคร่ในพระศรีรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง"
ส่วนข้อความบนหมุดใหม่ คือ "ขอประเทศสยามจงเจริญยั่งยืนตลอดไป ประชาสุขสันต์หน้าใสเพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง"
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=590274607396751&id=100092426492007
https://www.bbc.com/thai/thailand-39608193
