วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 27, 2569

กกต.เนี่ยถ้าไม่เหลิงอำนาจมากจนล้นเกิน ก็น่าจะ “ปลาตายน้ำตื้น” ที่ไล่ฟ้องประชาชน ๖ คน เมื่อ ‘ไอติม’ ย้อนให้ว่า ดีสิ จะทำให้ กกต.ต้องเปิดข้อมูลที่อุบไว้ในชั้นศาล

กกต.เนี่ยถ้าไม่เหลิงอำนาจมากจนล้นเกิน ก็น่าจะ “ปลาตายน้ำตื้น” เรื่องที่ไล่ฟ้องประชาชน ๖ คนจากการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง หาว่ากระทำการอั้งยี่ก่อกวนนั้น ไอติม หนึ่งในผู้ถูกฟ้องย้อนเอาว่า ดีสิ จะทำให้ กกต.ต้องเปิดข้อมูลที่อุบไว้ในชั้นศาล

ผมยินดีเข้าสู่กระบวนการ เพราะผมไม่เคยกลัวความจริง และความจริงจะปรากฎว่าผมไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่ผิดต่อกฎหมาย” พริษฐ์ วัชรสินธุ “ได้แต่เพียงหวังว่า หากกระบวนการในชั้นศาลนำไปสู่การเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือหลักฐานต่างๆ

ที่ประชาชนสงสัยและยังไม่เคยได้รับคำตอบจาก กกต. (แล้ว) ทาง กกต.เองจะไม่หลีกหนีความจริง และจะพร้อมรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองเช่นกัน” ทางด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ซึ่งยื่นฟ้องอาญา ม.๑๕๗ ต่อ กกต.ทั้ง ๙ คน ชี้ว่า

“กรณีนี้ แทบจะคล้ายกับการเลือกตั้งปี ๔๙ ซึ่งเป็นเรื่องการเลือกปฏิบัติ โดย กกต.ยุคนั้น ไม่ดําเนินการกับพรรคไทยรักไทย แต่ใช้กับพรรคเล็ก” คำวินิจฉัยคดีนั้นใช้เป็นแนวในการปรักปรำ กกต. “ว่าละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ”

ไม่เพียงการฟ้องกลับว่า กกต.ใช้อำนาจกฎหมายเกินกว่าข้อเท็จจริง หรือ “ฟ้องปิดปาก” เป็นการกระทำผิดตามมาตรา ๑๕๗ ป.อาญา ควบ พรป.ว่าด้วย กกต.มาตรา ๖๙ และ พรป.ว่าด้วย สส.มาตรา ๙๖ ประกอบมาตรา ๑๖๔ เรื่องคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แล้วยังมีภาคประชาชน เช่น คปท. (เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย) นำโดย ทนายนกเขานิติธร ล้ำเหลือ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า กกต.ชุดนี้ “จัดเลือกตั้งไม่ลับ ไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรม” ด้วย รวมความแล้วเป็นการใช้อำนาจบาตรใหญ่บิดเบือนกฎหมาย

ดังระบุไว้ในแถลงการณ์ของสมาคมทนายว่าเป็นการกระทำที่ “ละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน” นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมฯ ยกเอาข้อ กม.ในรัฐธรรมนูญ ม.๒๕ มาอธิบายว่า

การตรวจสอบของภาคประชาชนไม่ได้ขัดขวางการจัดการเลือกตั้ง หรือละเมิดสิทธิของ กกต.แต่อย่างใด” การถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง “เพื่อติดตามกระบวนการทำงานของ กกต. จึงเป็นการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยชอบธรรม”

การที่ กกต.ฟ้องร้องประชาชน “เข้าข่ายลักษณะการกลั่นแกล้ง ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อปิดปากการตรวจสอบจากสาธารณะ” ทางแก้ระยะยาวจึงไปตกอยู่ที่ “การเร่งผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเจตนารมณ์ของผลประชามติ

เพื่อเปิดทางให้ประชาชนมีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจของประชาชนโดยมิชอบได้”

(https://www.facebook.com/thestandardth/posts/28RMbz4GH, https://www.facebook.com/sorrayuth9115/posts/gJcSV46DQ, https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/1671627420875793 และ https://www.facebook.com/paritw/posts/0PA2yr85auk)