วันจันทร์, พฤษภาคม 01, 2566

‘ทักษิณ’ ทิ้งบอมบ์อีก ขออนุญาตกลับบ้าน ไปเลี้ยงหลานคนใหม่ มั่นใจ “พบกันเร็วๆ นี้”

อ้า ทักษิณ ทิ้งบอมบ์อีกแระ ด้วยคำว่า “ขออนุญาตนะครับ” ขอกลับบ้านไปเลี้ยงหลานคนใหม่ คนที่ ๗ จากครรภ์น้องอิ๊งค์ บอกอายุจะครบ ๗๔ ปีในเดือนกรกฎาคมนี้แล้ว มีหลานทั้งหมด ๗ คนไม่เคยได้อยู่ในประเทศเป็นสักขีพยาน คราวนี้ขออนุญาตละ

สศจ.ก็ช่างรู้ดี โพสต์แสดงปฏิกิริยาว่า “ทักษิณไม่ได้กำลังพูดกับพวกคุณ เขากำลังพูดกับ (กษัตริย์) วชิราลงกรณ์” ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะมั่นใจแล้วว่าจะกลับไทย ได้ “พบกันเร็วๆ นี้” ตามที่ขออนุญาต แต่กระนั้นจะไม่มีโอละพ่ออีกเหมือนครั้งก่อนไหม ใครจะรู้

ครั้งก่อนนั้นประกาศชื่อพระพี่นางฯ เป็นแคนดิเดทนายกฯ พรรคแตกแบ๊งค์พัน แฟนคลับว่าเจ๋งเหลือหลาย แล้วก็ยังเหมือนว่าจะโดนหักหลัง หรือ การตรัสแล้วไม่คืนคำ นั้นไม่มีจริง หวังแต่คราวนี้จะไม่มีผิดหวังอีกก็แล้วกัน เดี๋ยวหลานโตมาจะเสียใจ

แต่ก็มีบางคนแสดงความเห็นใจกับพ่อหนูน้อยคนที่เจ็ดเอาไว้แล้วละ “เพิ่งอุแว๊ก็โดนคุณตาลากไปเป็นเครื่องมือสร้างกระแสการเมืองซะแล้ว” นิรนาม นิรันดร จางวางดำ โพสต์แสดงความยินดีกับพ่อหนู ธาษิณแบบกระทบสาแหรกคุณตา

ด้านพวก นางอิจฉาฝ่ายตรงข้ามอย่าง โพล นพดล กรรณิการ์ น่าจะรู้ดีว่าเข้าสู่โค้งสุดท้าย สิ่งที่มาดหมายกำลังห่างมือออกไปทุกที โพลล่าสุดจึงไม่มีอุ้มลุง ตู่ อีกต่อไป พร้อมพยายามผลักไส อุ๊งอิ๊ง ออกไปอยู่ตำแหน่งรองบ๊วย เหนือประยุทธ์นิดหน่อย

แล้วจับเอา อนุทิน มาสวมตำแหน่งนำ อันดับแรก “อยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี” ด้วยคะแนน ๒๒ เปอร์เซ็นต์ โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตามมาติดๆ หายใจรดต้นคอด้วยคะแนน ๒๑.๕% ต่างจากคะแนนพรรคการเมืองซึ่งจะได้เข้าร่วมรัฐบาล

เรื่องนั้นเขาให้พรรคฝ่ายสนับสนุนสืบทอดอำนาจมาวินถึง ๔๑% โดยเรียงลำดับจากพรรคภูมิใจไทย ไปสู่ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติห้อยท้ายสุด ขณะกลุ่มพรรคฝ่ายค้านเดิมร่นลงไปเป็นรองที่คะแนน ๓๐%

แต่แปลกนิดนึงที่การเรียงลำดับพรรคกลุ่มนี้ มีพรรคก้าวไกลนำ ตามด้วยเพื่อไทย และอื่นๆ ต่างจาก ไทยรัฐโพลเกี่ยวกับ ส.ส.พาร์ตี้ลิสต์ (ซึ่งเท่ากับความนิยมพรรค) เพื่อไทยกลับมาเป็นตัวนำ ๔๐% ตามด้วยก้าวไกล ๓๖% เรียกว่าสถานะเพื่อไทยยังไม่ตก

ทำให้ Jessada Denduangboripant แสดงความมั่นใจจากโพลว่า “ถ้าเพื่อไทยจับมือกับก้าวไกล น่าจะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาฯ ... ปัญหาอยู่ที่ว่า จะจับกันได้มั้ยนะ”

(https://www.facebook.com/jessada.denduangboripant/posts/pfbid02XP2e และ https://www.thaipost.net/hi-light/369253/) 

ชวนฟัง ช่อ พรรณิการ์ ให้สัมภาษณ์ ‘ป๋าเต็ด’ ชี้คนเท่ากัน 🟰 ผู้แทนราษฏร 🙅🏻‍♀️ “ให้เรียกคุณ ไม่ต้องเรียกท่าน ไม่ต้องหมอบคลาน”‼️

https://www.facebook.com/PattayaFutureForward/videos/180813138207547


‘อ. ประจักษ์’ วิเคราะห์เลือกตั้ง 7 จังหวัดยุทธศาสตร์ ชี้ชะตาขั้วการเมืองไทย


‘อ. ประจักษ์’ อ่านเกมเลือกตั้ง 7 จังหวัดยุทธศาสตร์ ชี้ชะตาขั้วการเมืองไทย | TODAY LIVE

TODAY - สำนักข่าวทูเดย์

Streamed live on Apr 27, 2023 

อ. ประจักษ์’ อ่านเกมเลือกตั้ง 7 จังหวัด ชี้ชะตาขั้วการเมืองไทย | TODAY LIVE 
คุยกับ ‘รศ. ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ’ อ่านเกมเลือกตั้ง 7 จังหวัดยุทธศาสตร์ จับสัญญาณขั้วการเมืองเปลี่ยนมือ 
ดำเนินรายการโดย วศินี พบูประภาพ 
00:00 เปิดรายการ TODAY Live 
02:21 บรรยากาศ “เลือกตั้ง 66” ชวนย้อนกลับไปการเมืองบ้านใหญ๋ 
08:01“7 จังหวัด” เปลี่ยนเกมเลือกตั้ง ไร้เคลมหัวบ้านใหญ่ 
18:45 อ่านเกม “7 จังหวัด” เลือกตั้ง 66 พรรคการเมืองต้องวางยุทธศาสตร์กันชนขั้วตรงข้าม 
34:54 “เพื่อไทย-ภูมิใจไทย” คู่แข่งตัดคะแนนที่แท้จริง 
40:17”ยุทธศาสตร์ พรรคฯ” ต้องยึดครองใจให้อยู่หมัดตัดกระสุน

“บิ๊กตู่” กลัว “แห้ว” ถือเคล็ด ห้ามจับ ห้ามกิน



 

ข่าวซุบซิบรอบวัง: ผลจากการยื้อไปยื้อมา ไปหรือไม่ไป ทำให้กว่าจะตอบอังกฤษก็ช้ามาก ทีนี้รายชื่อผู้จะเข้าร่วมเขาทำเสร็จและประกาศออกมาแล้ว #ไม่มีรายชื่อประมุขจากไทย แต่ไม่มีปัญหา


King Charles
.....
ข่าวจาก Town & Country  APR 28, 2023 มีการอัฟเดทแล้ว

Thailand
King Vajiralongkorn and Queen Suthida will be in attendance at the coronation. Thailand is one of the few other monarchies around the world that still have coronations; King Vajiralongkorn's coronation took place in 2019.

คนไทยในแวนคูเวอร์ รณรงค์เลิกม.112 หน้าหน่วยเลือกตั้ง ‘เมนู-พลอย’ ย้ำถูกใช้กดขี่เสรีภาพ


คนไทยในแวนคูเวอร์ รณรงค์เลิกม.112 หน้าหน่วยเลือกตั้ง ‘เมนู-พลอย’ ย้ำถูกใช้กดขี่เสรีภาพ

2023-04-30
ประชาไท
ภาพประกอบข่าว Kritsada Aiken

คนไทยในแวนคูเวอร์รณรงค์ยกเลิก ม.112 หน้าสถานกงสุลไทยที่ถูกใช้เป็นหน่วยเลือกตั้ง "เมนู-พลอย" ปราศรัยปัญหากฎหมายที่ถูกเอามาใช้กดขี่เสรีภาพการแสดงออกมีเยาวชนต้องติดคุกมีคนต้องลี้ภัย ย้ำเสียงเพียงหนึ่งเสียงก็มีความสำคัญ



30 เม.ย.2566 เวลา 3.20 น.(ตามเวลาประเทศไทย) เพจ “พลอยมีมี่-คู่หูข้าวจี่” ไลฟ์ถ่ายทอดสดกิจกรรมรณรงค์ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ที่หน้าสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งถูกใช้เป็นหน่วยเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยกิจกรรมมีการทำป้ายโพลล์สำรวจให้คนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้แสดงความเห็นว่าต้องการยกเลิกมาตรา 112 หรือไม่ โดยมี เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือ พลอย 1 ในผู้ลี้ภัยจากการถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 เป็นผู้รายงานกิจกรรม

เบญจมาภรณ์กล่าวถึงสถานการณ์การใช้มาตรา 112 ในประเทศไทยว่าขณะนี้มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีด้วยคือ หยก อายุ 15 ปี และถูกคุมขังอยู่ในสถานพินิจมาเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว และตัวเธอเองก็ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยที่อายุน้อยที่สุดหลังจากถูกดำเนินคดีด้วยมาตรานี้ตั้งแต่อายุ 17 ปี และยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคุกคามครอบครัวจนทำให้เธอรู้สึกว่าอยู่ในประเทศไทยไม่ได้แล้วทั้งที่แค่ออกมาพูดปัญหาของสถาบันกษัตริย์


เมลิญญ์ ชัยลอม(ซ้าย) และเบญจมาภรณ์ นิวาส(ขวา)

เมลิญญ์ (ชื่อเดิม สุพิชฌาย์) ชัยลอม หรือเมนูกล่าวถึงว่าช่วงประมาณนี้ของปีที่แล้วคือวันที่พวกเธอสองคนถูกจับกุมจากการถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ถึงสองหมายจับในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และยังเคยถูกตำรวจชี้หน้าด่าเพียงเพราะเธอแค่แสดงออกว่าไม่ต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้เธอต้องลี้ภัยออกมาทั้งที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีและต้องออกมาฉลองวันเกิดตัวเองตอนที่ลี้ภัยออกมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องแย่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา

เมลิญญ์กล่าวว่าสิ่งที่พวกเธอออกมาพูดและออกมาเรียกร้องเป็นเวลา 3 ปีแล้วแต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า อยากให้คนที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตระหนักถึงปัญหาการกดขี่สิทธิเสรีภาพการแสดงออกที่มีอยู่ในไทย ทั้งที่มีคนที่ต้องติดคุกอยู่ในเวลานี้แล้วก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ การเรียกร้องของพวกเธอเพียงแค่ต้องการให้คนไทยสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องถูกกดขี่และอยู่ในประเทศไทยได้โดยรู้สึกว่าชีวิตตัวเองปลอดภัยได้ใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนคนทั่วไป เรื่องที่ขอเหล่านี้เป็นเพียงสิทธิพื้นฐานขอแค่พูดอะไรก็ได้โดยที่ไม่ถูกคุกคาม ได้มีรัฐบาลที่กล้าพูดว่าคนเห็นต่างไม่ผิด

“เสียงเล็กๆ ของทุกคนมันสำคัญ เราอยากย้ำเสมอว่าหนึ่งเสียงมันเปลี่ยนได้จริงๆ เพราะเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อสามปีที่แล้ว” เมลิญญ์กล่าว


หน้าสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแวนคูเวอร์

https://www.facebook.com/ploymemeekhaojeepartner/videos/796103241576982

ผลโพลสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 112 ที่ Robson Square Vancouver Canada เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่ารัฐไทยไม่มีสิทธิ์พรากสิทธิในการแสดงออกของประชาชนได้ การวิพากษ์วิจารณ์ประมุขในระบอบการปกครองเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย


Melinn Supitcha is in Vancouver, BC, Canada.
9h
·
[ENGLISH BELOW]
วันนี้พวกเราทำกิจกรรมประท้วงเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 112 และเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง ที่ Robson Square ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดยระหว่างการดำเนินกิจกรรมได้ทำโพลสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 112 ในช่วงระยะเวลา 13.00-16.30 น. มีประชาชนชาวไทยที่มาเลือกตั้งในวันนี้ร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งหมด 126 คน
มีประชาชนที่ไม่ต้องการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ทั้งหมด 1 คน (0.8%)
มีประชาชนที่ต้องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ทั้งหมด 6 คน (4.8%)
มีประชาชนที่ต้องการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ทั้งหมด 16 คน (12.7%)
มีประชาชนที่ต้องการยกเลิกระบอบสถาบันกษัตริย์ทั้งหมด 103 คน (81.7%)
โดยโพลสอบถามความคิดเห็นนี้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างพื้นที่ในการแสดงออก ให้ประชาชนร่วมมีส่วนร่วมในการแสดงจุดยืน ผลของโพลทำให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ในแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในโพลมีความต้องการยกเลิกระบอบสถาบันกษัตริย์ (81.7%)
ในระหว่างการชุมนุมประท้วง มีการจัดกิจกรรมปราศรัยเกี่ยวกับมาตรา 112, การคุกคามของรัฐ, การอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัย, กล่าวถึงประเด็นการเลือกตั้งที่กำลังเกิดชึ้น และร่วมรำลึกถึงนักโทษทางการเมืองที่ปัจจุบันยังอยู่ในเรือนจำ นอกจากนั้นยังมีการชูป้ายแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และร้องเพลง โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งคนไทยและคนต่างชาติเป็นระยะๆ
แม้การยกเลิกระบอบกษัตริย์เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีได้ในประเทศไทย แต่การทำกิจกรรมโพลสำรวจความคิดเห็นนี้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่มีนัยยะสำคัญว่ารัฐไทยไม่มีสิทธิ์พรากสิทธิในการแสดงออกของประชาชนได้ การวิพากษ์วิจารณ์ประมุขในระบอบการปกครองเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หากสถาบันกษัตริย์ยังใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลที่มาจากภาษีประชาชน
การยกเลิกสถาบันกษัตริย์ที่เป็นปัญหาระดับเชิงโครงสร้างนั้นเป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลานาน แต่อย่างน้อยทุกคนควรมีสิทธิ์ในการแสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์โดยไม่ถูกคุกคาม หรืออุ้มหาย
——
Today, we organized a protest activity related to Section 112, also known as the lèse majesté law, and demanded the release of political prisoners at Robson Square starting from 1 PM. During the event, we conducted a poll to gather opinions about Section 112 between 1 PM and 4:30 PM. A total of 126 Thai citizens who participated in today's election came together to express their opinions.
The poll results showed that:
1 person (0.8%) did not want to repeal Section 112 of the law.
6 people (4.8%) wanted to amend Section 112 of the law.
16 people (12.7%) wanted to repeal Section 112 of the law.
103 people (81.7%) wanted to abolish the monarchy system.
This poll survey was a symbolic expression aimed at creating a space for people to voice their opinions and participate in the protest. The results of the poll showed that the majority of Thai citizens in Vancouver, Canada, who participated in the poll, desired to abolish the monarchy system (81.7%).
During the protest, various activities were organized, including rallies about Section 112, criticism of state intimidation, suppression of dissent, discussions about ongoing elections, and raising awareness about political prisoners currently imprisoned. Additionally, signs and songs were used as symbolic expressions, with the participation of both Thai and foreign individuals at various intervals.
Although expressing opinions freely about abolishing the monarchy system is not possible in Thailand, conducting this poll activity was a significant symbolic expression that conveyed the important message that the Thai government does not have the right to suppress the expression of its people. Critiquing the monarchy system within a democratic framework is something that can be done. If the monarchy system continues to use a significant portion of taxpayers' money.
Abolishing the monarchy system, which is a structural issue, is difficult and time-consuming. But at least, everyone should have the right to express their voices and criticize the monarchy institution without being threatened or suppressed.

พร้อมบวก คิดบวก


Francis Phuc
April 24
.....
อานนท์ นำภา
5h
.
คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่พร้อมบวก บวกตั้งแต่ปี 63 บวกในความหมายที่ว่าพร้อมเปลี่ยนแปลง พร้อมลุกขึ้นยืนสู้กับสังคมเก่า
นาทีนี้ก็ยังยืนยันว่าพร้อมบวก แต่เป็นการส่งตัวแทนเข้าไปบวกในสภา
นี่คือสิ่งที่ก้าวไกลได้ใจคนรุ่นใหม่จำนวนมากไป คือแสดงออกว่าพร้อมบวกกับปัญหา
หลังเลือกตั้งจะเป็นบทพิสูจน์สำหรับก้าวไกล
.....
Suchart Sawadsri
15h
·
I can not believe what you say, because i see what you do.
Jame Baldwin
ฉันไม่เชื่อสิ่งที่คุณพูด
เพราะฉันเห็นสิ่งที่คุณทำ
เจมส์ บัลด์วิน
นักเขียนผิวสีชาวอเมริกัน
--------
ชื่อภาพ นํ้าค้างหาใช่นํ้าฝนไม่
เทคนิค ภาพถ่าย Digital Film
ขนาด 10 X 15 ซม.
ปีสร้าง พ.ศ.2545
ผู้สร้าง สุชาติ สวัสดิ์ศรี


พ่อมด เปลี่ยนประเทศไทย


Punsak Srithep
1d
พ่อมดมันต้องหน้าอย่างนี้สิวะ

RERUN ก้าวไกลปราศรัยใหญ่เชียงใหม่


RERUN ก้าวไกลปราศรัยใหญ่เชียงใหม่

Move Forward Party

Premiered 3 hours ago 

RERUN "การปราศรัยใหญ่ที่จะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา" ซึ่งมาภายใต้ตีมงาน เสกคาถาเปลี่ยนเชียงใหม่ ที่จะมาชวนทุกท่านร่วมใช้อำนาจจากปลายปากกาในวันเลือกตั้ง 

พบกับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, หมอเก่ง วาโย อัศวรุ่งเรือง, ช่อ พรรณิการ์ วานิช, และ มานพ คีรีภูวดล และผู้สมัครของพรรคก้าวไกลเชียงใหม่ทั้ง 10 เขต 

ถ่ายทอดสดจากลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เชียงใหม่


 

นี่คือเวลาที่อนุรักษนิยมอ่อนแอที่สุด เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะผลักดันวาระที่ยากๆ แก้ปัญหาการเมืองกับปากท้องไปพร้อมกัน ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะ "ถ้าไม่ทำวันนี้ แล้วจะทำวันไหน?" - ธนาธร



 

เลือกตั้ง 66: ประชาชนทำได้มากกว่าเข้าคูหา เพื่อเดินหน้ากลับสู่ประชาธิปไตย



เลือกตั้ง 66: ประชาชนทำได้มากกว่าเข้าคูหา เพื่อเดินหน้ากลับสู่ประชาธิปไตย

7 เม.ย. 2566
โดย iLaw

การเลือกตั้ง'66 ถูกกำหนดแล้วว่า เป็นวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ภายใต้โครงสร้างอำนาจเดิมของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มุ่งสืบทอดอำนาจให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และตามมาด้วยระบบเลือกตั้งใหม่ กติกาใหม่มากมาย

บรรยากาศจากฝั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้งสอง 'บิ๊ก' ไม่มีท่าทีของการเตรียมคืนอำนาจหลังอยู่ในตำแหน่งมานานเกือบเก้าปี มีแต่ความพยายามที่จะอยู่ในอำนาจต่อ โดยการดันพรรคของตัวเองเข้าแข่งขันและหวังจัดตั้งรัฐบาลต่อ แต่ในทางตรงกันข้ามผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน อย่าง นิด้าโพล แสดงให้เห็นว่าความนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ ลดลงมาก แม้กระทั่งซุปเปอร์โพลยังพบว่าพรรคเพื่อไทยได้รับความนิยมมากที่สุด

การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง ที่เขียนขึ้นในยุคสมัยของคสช. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีอำนาจกำกับดูแลการเลือกตั้ง และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีอำนาจตัดสิทธิผู้สมัครหรือยุบพรรคการเมืองก็มาจากการเลือกสรรตามระบบของ คสช. พร้อมกับอำนาจของส.ว. ชุดพิเศษ 250 คนที่จะลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

จึงยังมีความน่ากังวลว่า กลไกการสืบทอดอำนาจที่มีอยู่ยังอาจเคลื่อนไหวเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งให้เกิดความ "ไม่ปกติ" ขึ้นได้หลายช่องทาง ดังนั้นหากประชาชนหวังให้การเลือกตั้งในปี 2566 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่หยุดการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร จึงอาจต้องช่วยกันทำมากกว่าแค่การไปออกเสียงหนึ่งเสียงของตัวเอง และมีช่องทางที่ลงมือทำได้หลากหลาย ดังนี้

1. สร้างความตื่นตัว ให้คนไปใช้สิทธิให้เยอะที่สุด

ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2562 มีประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณร้อยละ 75 ถือเป็นอัตราส่วนที่ไม่น้อย แต่หมายความว่า เราไม่มีโอกาสได้ทราบเลยว่า ประชาชนอีกร้อยละ 25 หรือกว่าแปดล้านคนกำลังคิดอะไรอยู่ และต้องการให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างไร การที่จำนวนเสียงหายไปมากเช่นนี้หากฝ่ายใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยจำนวนที่นั่งที่สูสี ก็ยังไม่อาจอ้างได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่มอบอำนาจให้พวกเขาจริงๆ

นอกจากนี้ ผู้สมัครที่มีความนิยมจากประชาชน “น้อย” ก็จะต้องอาศัยคะแนนเสียงประเภท “คะแนนจัดตั้ง” หรือ คะแนนจากกลุ่มเป้าหมายที่มีความใกล้ชิดและมีความนิยมต่อตัวบุคคลเฉพาะอยู่แล้ว หากประชาชนทั่วไปไปใช้สิทธิน้อย คะแนนจัดตั้งเหล่านี้ก็จะมีผลต่อการแพ้ชนะมาก หากประชาชนตื่นตัวและออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันมากๆ ก็มีแนวโน้มที่จะมีคะแนนเสียงมากขึ้นจากประชาชนที่พิจารณาเลือกผู้สมัครตามนโยบาย หรือตามจุดยืนต่อความเป็นไปทางการเมืองในภาพใหญ่มากขึ้น

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด แต่จากผลงานที่ผ่านมา กกต. ไม่ได้แสดงออกถึงความพยายามอย่างเต็มที่ และไม่ได้จัดการภารกิจในหน้าที่หลายอย่างให้เรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ เราคงไม่อาจคาดหวังให้หน้าที่นี้เป็นของกกต. แต่เพียงลำพัง และประชาชนสามารถช่วยกันสร้างบรรยากาศให้มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากๆ ได้

ในยุคสมัยที่โซเชียลมีเดียเริ่มมีอิทธิพลมากกว่าสื่อมวลชนอาชีพ การใช้ช่องทางของตัวเองรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด หรือช่วยกันพูดถึง ส่งข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งในมุมที่สนใจ เป็นสิ่งที่ทุกคนช่วยกันทำได้ อาจเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ผู้สมัครจากพรรคการเมืองที่ชื่นชอบหรือไม่ชื่นชอบ ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้



2. ส่งต่อความรู้ เรื่องกติกาการเลือกตั้งใหม่

การเลือกตั้งในปี 2566 จะเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ห้าติดต่อกันที่ระบบการเลือกตั้งเปลี่ยนไปทุกครั้ง ทำให้ประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งอาจเกิดความสับสนได้ โดยในปี 2566 จะใช้ระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ ใบแรกเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขต และใบที่สองเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และคำนวนที่นั่งด้วยสูตรที่เรียกว่า “หารร้อย”

สำหรับวิธีการใช้สิทธิเลือกตั้งยังมีเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดอีกมาก เช่น การลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร สิทธิของคนที่ย้ายทะเบียนบ้านไม่เกิน 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง การตรวจสอบสิทธิและสถานที่ที่ต้องไปออกเสียง การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ฯลฯ ซึ่งอาจมีประชาชนที่พลาดข้อมูลข่าวสารแล้วทำให้เสียสิทธิเลือกตั้งได้

การส่งต่อความรู้เรื่องกติกาการใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ทุกคนช่วยกันทำได้ การช่วยกันศึกษาให้เข้าใจและนำไปบอกต่อแบบปากต่อปากไปยังคนรู้จัก หรือการช่วยกันแชร์ส่งต่อความรู้จากช่องทางออนไลน์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้และส่งผลสำคัญมากๆ

นอกจากนี้ไอลอว์ยังจัดทำคู่มือเลือกตั้ง’66 ที่รวบรวมความรู้พื้นฐานที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้ส่งต่อความรู้ชุดนี้ได้ง่ายขึ้น ทุกคนสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชั่นออนไลน์ได้ สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้ และสามารถติดต่อขอรับฉบับพิมพ์เพื่อไปแจกจ่ายต่อได้ หรือช่วยบริจาคค่าพิมพ์เพิ่มเพื่อเพิ่มจำนวนการพิมพ์คู่มือความรู้ครั้งนี้ได้ด้วย



3. จับตาการเลือกตั้ง จับผิดว่า มีทุจริตหรือไม่

ภารกิจ “จับตา” ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส่หรือไม่ หรือมีการทุจริต มีการใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อ “โกง” การเลือกตั้งหรือไม่ เป็นภารกิจสำคัญ ที่ต้องอาศัยพลังจากประชาชนที่อยู่ทุกที่ทุกหนแห่งช่วยกันจับตาตรวจสอบ และอาจทำได้สามระดับ ดังนี้

3.1 จับตาการทุจริต

การทุจริตหรือการโกงในระดับในพื้นที่ด้วยเทคนิควิธีที่ทำกันมานาน เช่น การซื้อเสียง การข่มขู่หลอกลวง การใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนไปทางใดทางหนึ่ง เป็นเงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนแปลงผลแพ้-ชนะ ในแต่ละเขตเลือกตั้งได้ และหากเกิดขึ้นมากๆ ก็อาจเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในภาพรวมได้ หากประชาชนที่ประสบเหตุเองหรือพบเห็นนิ่งเฉยก็ยากที่คนกระทำความผิดจะถูกลงโทษได้ และพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ในระบบการเมืองไทย

ซึ่งผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดมีภาระหน้าที่มากพอสมควรที่จะต้องเป็นคนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานให้เป็นระบบ และกล้าออกตัวรายงานข้อมูลเหล่านี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งสามารถรายงานไปที่ กกต. โดยตรง หรือสามารถรายงานไปยังเว็บไซต์ electionwatchthailand.org หรือรายงานผ่านมาทาง iLaw ให้ช่วยกันกลั่นกรองข้อมูลก่อนได้

ในการเลือกตั้งปี 2566 ทางกกต. เองก็ออกระเบียบมาเพื่อชักจูงใจให้ประชาชนที่พบเห็นกล้ารายงานเปิดโปงการทุจริตมากขึ้น โดยมีระเบียบสำหรับการคุ้มครองพยานที่กล้าชี้เบาะแส เช่น การจัดหาเซฟเฮ้าส์ให้ หรือหางานให้ทำ หาสถานที่เรียนต่อให้ และยังมีระเบียบที่จะจ่ายรางวัลเป็นเงินสำหรับผู้กล้าชี้เบาะแสสำคัญได้ด้วย

3.2 จับตาการนับคะแนน

เรามีบทเรียนมามากจากการเลือกตั้งในปี 2562 ที่กระบวนการนับคะแนน และรวมคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งมีปัญหา พบข้อผิดพลาดจำนวนมาก และผลรวมคะแนนที่กกต. ส่วนกลางรายงานต่อสาธารณะก็ล่าช้าและเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด โดยมี “คนกลาง” เข้าไปจัดการแก้ไขคะแนนที่รายงานสดจากหน้าหน่วยเลือกตั้งได้ก่อนการประกาศต่อสาธารณะ และในการเลือกตั้งปี 2566 กกต.ก็ไม่มีความชัดเจนในวิธีการรายงานผลคะแนนสดเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ประชาชนไม่อาจไว้ใจผลคะแนนที่ กกต. รวบรวมและรายงานแต่เพียงลำพังได้ ซึ่งประชาชนสามารถร่วมกันลงมือแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยอาศัยเว็บไซต์ vote62.com เป็นสื่อกลาง ทุกคนสามารถเข้าไปสมัครเป็นอาสาสมัครจับตาการนับคะแนน และเลือกจุดที่จะไปจับตาได้ หากมีประชาชนเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครมากกว่า 100,000 คนขึ้นไป และครอบคลุมหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด ประชาชนก็จะช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนได้ทั้งประเทศ และถ่ายภาพผลการนับคะแนนมารวมกัน เพื่อรายงานคะแนนกันเอง โดยไม่ต้องรอผลจากกกต.

สามารถสมัครเป็นอาสาจับตาการนับคะแนนได้แล้ววันนี้ ทางเว็บไซต์ vote62.com และดูรายละเอียดสิ่งที่อาสาสมัครแต่ละคนจะต้องทำเพิ่มเติมได้ทาง



3.3 จับตาการบังคับใช้กฎหมาย

เนื่องจากผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งกกต. และศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ยังมีที่มาไม่เป็นกลาง ดังนั้นการตีความและใช้อำนาจออกคำสั่งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เช่น การพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้ง การตัดสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือการยุบพรรคการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าจะเป็นไปโดยถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ มีการใช้อำนาจตีความเกินเลยเพื่อกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้ามกับคสช. หรือละเลยการกระทำผิดกฎหมายของฝ่ายสืบทอดอำนาจหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขของการหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมอีกหลายประการ เช่น การใช้อำนาจรัฐหรือนโยบายของรัฐเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ให้เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษกับผู้สมัครหน้าเก่า การตรวจสอบและจำกัดการใช้งบประมาณหาเสียง การเพิ่มภาระหน้าที่ในทางธุรการให้กับพรรคการเมือง ฯลฯ ซึ่งกติกาที่มีรายละเอียดมากๆ ก็อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งได้หลายแง่มุม การพิจารณาว่าการเลือกตั้งในปี 2566 เดินหน้าไปอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่ายหรือไม่ต้องอาศัยความรู้ตามปัจจัยเหล่านี้ด้วย

หากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้อำนาจของตัวเองในคูหาเลือกตั้งเท่านั้น แต่เพิกเฉยปัจจัยเหล่านี้ก็อาจทำให้การเลือกตั้งอาจเป็นเพียงแบบพิธีกรรมที่วางกลไกกติกาต่างๆ ไว้ทั้งหมดแล้วเท่านั้น เรายังต้องช่วยกันศึกษาและทำความเข้าใจปรากฏการณ์การบังคับใช้กฎหมาย กำกับดูแลการเลือกตั้งในระดับนโยบาย และเมื่อมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นก็ช่วยกันสื่อสารบอกต่อให้ผู้คนในสังคมเข้าใจตรงกัน ซึ่งจะช่วยให้การเลือกตั้งโปร่งใสได้มากขึ้นในทุกระดับ

4. สอดส่องโลกโซเชี่ยล

เมื่อโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลมากขึ้นในชีวิตประจำวัน และส่งผลต่อความรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย หากผู้สมัครและพรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียเพียงการนำเสนอนโยบายเพื่อสร้างความรับรู้และเชื่อมต่อกับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โซเชียลมีเดียก็จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในทางบวกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงโซเชียลมีเดียอาจใช้ในทางลบได้ด้วย เช่น การเผยแพร่ข้อมูลเท็จโจมตี หรือใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และสามารถทำได้ง่ายขึ้นเมื่อโซเชียลมีเดียมีความหลากหลายเช่นในปี 2566

สำหรับประเทศไทยยังมีความพิเศษ เพราะเราพบหลักฐานการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของกองทัพ (IO) เพื่อโจมตี ด้อยค่า ให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ซึ่งหลายกรณีเป็นเพียงการโจมตีด้วยคำหยาบคายให้เกิดความรู้สึกเดือดร้อนรำคาญ หรือรู้สึกในทางไม่ดี แต่บางกรณีก็เป็นการผลิตข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ เพื่อทำลายชื่อเสียงอย่างเป็นระบบและเผยแพร่ส่งต่อกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

หากประชาชนผู้ใช้โซเชียลมีเดียพบเห็นลักษณะของการใช้ข้อมูลเท็จโจมตีทางการเมืองอย่างเป็นระบบที่ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามธรรมชาติของการใช้โซเชียลมีเดีย หรือ Coordinated Unauthentic Behavior ซึ่งขัดต่อมาตรฐานของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ติ๊กต่อก สามารถเก็บหลักฐานและส่งเรื่องร้องเรียน (Report) ไปยังผู้ให้บริการได้โดยตรง หรือเก็บหลักฐาน URLs ที่เกี่ยวข้อง วันเวลาที่พบเห็น และเขียนอธิบายว่า เหตุใดจึงคิดว่าเนื้อหาเหล่านั้นเป็นการโจมตีใส่ร้ายด้วยข้อมูลเท็จอย่างเป็นระบบ แล้วส่งข้อมูลที่พบเห็นมาทาง ilaw@ilaw.or.th

5. ยืนยันหลักการจัดตั้งรัฐบาลให้สะท้อนเสียงประชาชน

หากประชาชนช่วยกัน “จับตา” กระบวนการก่อนการเลือกตั้ง และกระบวนการที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งทั้งหมด อย่างใกล้ชิดและทำได้สำเร็จ เราอาจได้การเลือกตั้งที่มีคุณภาพมากขึ้นและเสียงของประชาชนทุกคนถูกนับ แต่อย่างไรก็ดีหลังประชาชนออกเสียงแล้ว ยังต้องมีกระบวนการคำนวนที่นั่งของ ส.ส. ประกาศรับรองผู้ชนะการเลือกตั้ง และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ยังคงมี ส.ว. ชุดพิเศษจากคสช. จำนวน 250 คนที่รอลงคะแนนสนับสนุนคนที่เขาต้องการและไม่สนับสนุนคนที่ “เขา” ไม่ชอบ ทำให้ฝ่ายที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่อาจอาศัยเพียงเสียงข้างมากของ ส.ส. 251 ที่นั่ง แต่ต้องอาศัยเสียงข้างมากของสองสภา รวมแล้ว 376 ที่นั่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจเกิดการต่อรองเพื่อจับมือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ “หลังฉาก” มากมายที่ประชาชนไม่อาจรับรู้ จับตา หรือมีส่วนร่วมได้

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนทำได้เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในปี 2566 เดินหน้าไปตามมติที่ประชาชนออกเสียงโดยไม่ถูกแทรกแซงโดยอำนาจอื่นๆ คือ ต้องยืนยันหลักการสามข้อให้ชัดเจนและหนักแน่นตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งไปจนถึงหลังการเลือกตั้ง และลงคะแนนเลือกเฉพาะพรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุนหลักการเหล่านี้เท่านั้น

๐ นายกรัฐมนตรี ต้องมาจาก ส.ส. คนที่ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้

๐ ต้องให้พรรคการเมืองที่ได้ที่นั่ง ส.ส. มากที่สุดมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่สำเร็จพรรคการเมืองอื่นถึงจะมีโอกาสรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลบ้าง

๐ ส.ว. ชุดพิเศษ มีหน้าที่เพียงลงมติตามเสียงข้างมากของ ส.ส. เท่านั้น และต้องไม่งดออกเสียง



สำหรับประชาชนที่อยากมีบทบาท หรืออยากมีส่วนร่วมมากกว่านี้ ยังมีช่องทางที่สามารถส่งเสียงของตัวเองได้ผ่านการเลือกตั้งอีกมากมาย เช่น การนำเสนอนโยบายที่อยากเห็นไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งและรอฟังคำตอบ เพื่อตัดสินใจเลือกตามแนวทางที่ต้องการจะเห็นเท่านั้น หรือการไปสมัครเป็นอาสาสมัครช่วยงานพรรคการเมืองที่ชื่นชอบเพื่อช่วยในการรณรงค์หาเสียง หากประชาชนคนไทยตื่นตัวใส่ใจการเลือกตั้งมากขึ้นๆ นอกจากจะไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งในวันจริงแล้วยังลงมือทำอย่างอื่นอีกเท่าที่ทำได้ เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและสะท้อนเสียงของประชาชนได้จริง เราก็มีหวังที่จะได้เห็นการเลือกตั้งในปี 2566 เดินหน้าไปอย่างมีคุณภาพ แม้ระบบโครงสร้างทางกฎหมายจะเขียนไว้เพื่อสืบทอดอำนาจให้ คสช. แต่หลังการเลือกตั้งก็ยังมีหนทางกลับสู่ประชาธิปไตยได้

วิธีสังเกตคนมาฟังปราศรัยว่า มีคนออแกนไน๊ซมาหรือเปล่า

การปราศรัยหาเสียง พรรคก้าวไกล
.....
New Hope @Xyxell ·Apr 29
คุยกับเพื่อน ได้ความรู้ใหม่ในการสังเกตคนมาฟังปราศรัย ดูที่ป้าย ถ้ามี ประชาชน ถือป้ายแสดงว่าชัด คนมาฟังปราศรัย มันไม่มีใครบ้าถือป้ายมาเชียร์ ดูที่เสื้อ ถ้าเสื้อสีเดียวกันเยอะๆ ก็ชัด เพราะต่างคนต่างมา ไม่ว่างขนาดต้องใส่เสื้อสีเดียวกันเป็นร้อยๆ คน
มีคนออแกนไน๊ซ

https://twitter.com/Xyxell/status/1652370868637663232