วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 08, 2569

ยิ่งชีพ (เป๋า) iLaw "จับโป๊" ความมั่วของการอ้างกฎหมาย เพื่อหาช่องทางปัดตกสิทธิการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน เรื่องร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 พ.ศ. ....









https://x.com/yingcheep/status/2119050020595118106
.....

ข้อความจากภาพหนังสือและคำโพสต์ดังกล่าวสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. สาระสำคัญของหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการสภานายกรัฐมนตรี

หนังสือที่: สผ 0014/11048 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2559

ผู้ส่ง: นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ (เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)

ผู้รับ: นายสุเทพ สุริยะมงคล

เรื่อง: ผลการวินิจฉัยหลักการของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 พ.ศ. ....

เนื้อหาคำวินิจฉัย:

ประธานสภาผู้แทนราษฎรวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คปค. ฉบับที่ 41 พ.ศ. .... มีหลักการไม่เป็นไปตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ

เนื่องจากหลักการเป็นการยกเลิกคำสั่ง คปค. ฉบับที่ 41 และแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อลดโทษจำคุก ซึ่งการกำหนดโทษทางอาญาเป็นอำนาจของรัฐโดยตรง

เข้าลักษณะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ "แนวนโยบายแห่งรัฐ" (หมวด 6 มาตรา 64 และ มาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย)

ผลสรุป: จึงไม่อาจใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อรัฐสภาได้ และส่งเรื่องคืนตาม พ.ร.บ. การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคสอง ประกอบมาตรา 6 วรรคหนึ่ง
 
2. ข้อเสนอแนะ/ประเด็นในโพสต์ของคุณยิ่งชีพ (เป๋า)

การคัดค้านเหตุผล: โพสต์ระบุว่าเมื่อเปิดดูบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 64 และมาตรา 68) ที่อ้างในหนังสือ แล้วพบว่าไม่ตรงกับเหตุผลที่สภาใช้ปฏิเสธร่างกฎหมาย

มุมมอง: มองว่าเรื่องนี้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ
.....

ข้อความทั้งหมดที่ปรากฏในเอกสารจากภาพ มีรายละเอียดดังนี้

ที่ สผ ๐๐๑๔/๑๑๐๔๘

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ถนนสามเสน เขตดุสิต กทม. ๑๐๓๐0

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๙

เรื่อง ผลการวินิจฉัยหลักการของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ พ.ศ. ....

เรียน นายสุเทพ สุริยะมงคล

อ้างถึง

หนังสือของท่านกับคณะ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

หนังสือของท่านกับคณะ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

สิ่งที่ส่งมาด้วย

หนังสือของท่านกับคณะ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

หนังสือของท่านกับคณะ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ พ.ศ. ....

เอกสารหลักฐานการลงลายมือชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีความประสงค์เป็นผู้เชิญชวน

ตามหนังสือที่อ้างถึง ๑ และ ๒ ท่านกับคณะผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ร่วมกันยื่นความประสงค์จะเป็นผู้เชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอื่นให้ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ พ.ศ. .... ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ พ.ศ. .... มีหลักการไม่เป็นไปตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากหลักการยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ และแก้ไขบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา เพื่อลดโทษจำคุกในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยการกำหนดโทษในอัตราเดียวกับบทบัญญัติเดิมตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๔๙๙ นั้น เป็นการแก้ไขอัตราโทษของความผิดในประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตลอดจนเพื่อประโยชน์สาธารณะ การกำหนดโทษทางอาญาจึงเป็นอำนาจของรัฐโดยตรง เข้าลักษณะเป็นการเสนอกฎหมายที่มีหลักการเกี่ยวกับการดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบายในกระบวนการยุติธรรม ตามหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น จึงไม่อาจใช้สิทธิริเริ่มเสนอ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ พ.ศ. .... ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาได้ จึงขอส่งเรื่องคืนให้ท่านกับคณะตามพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๘ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารสิ่งที่ส่งมาด้วย

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ)

(นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์)

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

สำนักการประชุม

โทร. 
.....

ข้อความในบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 (ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการอ้างอิงหมวดและมาตราดังกล่าวในหนังสือสภาฯ) มีรายละเอียดของมาตรา 64 และ 68 ดังนี้
ข้อความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 64 และ มาตรา 68

มาตรา ๖๔

"บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน"

(อยู่ใน หมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ)

มาตรา ๖๘

"บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้..."

(อยู่ใน หมวด ๓ ส่วนที่ ๑๓ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ)
จุดที่ไม่ตรงกันตามข้อสังเกต

การอ้างอิงหมวดไม่ตรงกับมาตราจริง:

ในหนังสือสภาฯ ระบุว่า มาตรา 64 และมาตรา 68 อยู่ใน หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ

ข้อเท็จจริง: มีเพียง มาตรา 64 เท่านั้นที่อยู่ในหมวด 6 (ซึ่งเป็นบทเปิดของแนวนโยบายแห่งรัฐ) ส่วน มาตรา 68 นั้นแท้จริงแล้วอยู่ใน หมวด 3 (สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ) ซึ่งว่าด้วยเรื่อง “ห้ามใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง” ไม่ใช่เรื่องกระบวนการยุติธรรมตามที่หนังสือกล่าวอ้าง

เหตุผลของสภาฯ ไม่ตรงกับเนื้อหามาตรา:

เหตุผลในหนังสือสภาฯ: อ้างว่าร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ "การตรากฎหมายและกำหนดนโยบายในกระบวนการยุติธรรม ตามหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๖๘" จึงเป็นเรื่องของรัฐ ประชาชนเสนอเองไม่ได้

ความขัดแย้ง: มาตรา 68 ไม่ได้พูดถึงแนวนโยบายกระบวนการยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย (มาตราในหมวด 6 ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ 2550 จริงๆ คือ มาตรา 81) ทำให้คำสั่งปัดตกและส่งคืนร่างกฎหมายดังกล่าวดูมีข้อบกพร่องทางกฎหมายจากการอ้างอิงตัวบทมาตราผิดพลาด
สรุปประเด็นการ


(Gemini ช่วยรวบรวม)