วันพุธ, พฤษภาคม 13, 2569

เวลาพูดถึงบ่อนสแกม หลายคนมักนึกถึงเหยื่อที่ถูกหลอก นึกถึงห้องทำงานที่แออัด นึกถึงมาเฟียที่ขนเงินออกนอกประเทศ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปเสมอ นั่นคือ ทุนเทาเป็นพวกที่ขี้กลัวมาก ขี้กลัวพวกเดียวกันเอง และขี้กลัวถูกเรียกค่าไถ่ ธุรกิจการรักษาความปลอดภัยเลยบูม


จับสายลับ
Yesterday
·
สนามยิงปืนในประเทศรอบบ้าน ไทยถูกล้อมไว้หมดแล้ว?
เวลาพูดถึงบ่อนสแกม หลายคนมักนึกถึงเหยื่อที่ถูกหลอก นึกถึงห้องทำงานที่แออัด นึกถึงมาเฟียที่ขนเงินออกนอกประเทศ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปเสมอ นั่นคือ ทุนเทาเป็นพวกที่ขี้กลัวมาก
ขี้กลัวพวกเดียวกันเอง และขี้กลัวถูกเรียกค่าไถ่
เพราะพื้นที่ของบ่อนสแกมส่วนใหญ่ไม่ใช่เมืองธรรมดา มันคือพื้นที่ Outlaw ที่อยู่ภายใต้การดูแลของขุนศึก
ในพม่ามีทั้ง “หม่องชิตตู่” “ไซจ่อละ” และพลพรรคต่าง ๆ ในลาวก็มี “จ้าวเหว่ย” ในเขมรก็มีมาเฟียในคราบนักการเมืองเต็มบ้านเต็มเมือง พื้นที่เหล่านี้ กฎหมายปกติเข้าไม่ถึง อำนาจรัฐส่วนกลางก็เอื้อมไม่ถึง
แล้วทุนเทาจะรักษาความปลอดภัยตัวเองได้อย่างไร
คำตอบก็คือการว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน และบริษัทเหล่านี้ไม่ใช่แค่บริษัทโนเนมที่เปิดกันมาลอย ๆ แต่มักมีคอนเนคชั่นลึกกับหน่วยความมั่นคงอยู่แล้ว พนักงานส่วนใหญ่เป็นอดีตทหาร อดีตตำรวจ ที่ผ่านการฝึกแบบเข้มข้นมาทั้งนั้น
แต่ที่ทำให้เรื่องนี้มันน่ากังวลกว่าเรื่องความปลอดภัยของนักธุรกิจเถื่อนทั่วไป ก็คือ บริษัทรักษาความปลอดภัยเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน
และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในจีน ไม่มีวันพ้นไปจากสายตาพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ลองคิดดูนะครับ บริษัทเหล่านี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ในจีน ดำเนินธุรกิจในจีน แต่มาประจำการอยู่ใน Shwe Kokko ในสามเหลี่ยมทองคำ ในสีหนุวิลล์ มันเป็นไปได้ยังไงที่จะรอดพ้นสายตาหน่วยความมั่นคงจีนไปได้
บริษัทรักษาความปลอดภัยจีนชื่อ China Sword Group หรือ CSG เคยเขียนถึงไปก่อนหน้านี้ในเรื่องของ “หวัน ค็อกคอย” แห่งแก๊ง 14K ที่ตอนนี้อยู่แถวสามเหลี่ยมทองคำเป็นบริษัทที่ดูแลความปลอดภัยให้กับผลประโยชน์ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในเมียนมา ลาว และเขมร
แต่ CSG ไม่ได้แค่คุ้มกันบอดี้การ์ด แต่ยังต้องการฐานฝึกซ้อมความแม่นยำ
ที่ชานเมืองด้านตะวันออกของนครหลวงเวียงจันทน์ มีสนามยิงปืนขนาดมหึมาแห่งหนึ่งตั้งอยู่
สนามแห่งนี้ไม่ใช่สนามยิงปืนธรรมดา มันเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงความมั่นคงสาธารณะลาวกับบริษัทจีน มีพื้นที่กว้างใหญ่ ประกอบด้วยสนามยิงปืนพกหลายสนาม พื้นที่จำลองการต่อสู้ในเมือง สนามเพนท์บอล และโซนนิทรรศการที่จัดแสดงซากรถถังกับเฮลิคอปเตอร์เก่า มันหน้าตาคล้ายสวนสนุก แต่จริง ๆ แล้วมันคือสถานที่ฝึกซ้อมทางยุทธวิธี
เงินลงทุนมาจากบริษัทของนักธุรกิจจีนเชื้อสายลาว ที่ร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะลาวโดยตรง และเว็บไซต์ของสนามยังเชื่อมโยงกับบริษัทอักษรย่อ BRT ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งทำธุรกิจอุปกรณ์กีฬาและสันทนาการของจีน รายได้มาจากการนำบริษัทรักษาความปลอดภัยและชมรมกีฬาจีนมาฝึกซ้อมที่สนามแห่งนี้ จนพนักงานในสนามใช้ภาษาจีนเป็นหลัก
บริษัท Frontier Services Group กับ Yunnan Jindun Security Group ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองเหมืองและโครงสร้างพื้นฐานของจีนในลาว ต่างใช้สนามแห่งนี้เป็นศูนย์ฝึกหลักทั้งคู่
แต่ที่น่าจับตามากกว่าคือหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น สนามยิงปืนแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ฝึกซ้อมของทหารรัสเซียด้วย ทหารลาวพาคณะผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียมาร่วมแข่งขันยิงปืนมิตรภาพถึงสองครั้ง ครั้งแรกวันที่ 29 มีนาคม 2566 และครั้งที่สองวันที่ 20 มกราคม 2567
มิตรภาพที่มาพร้อมปืนหลายสิบกระบอก
ทุกวันนี้สนามยิงปืนแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่กลางที่ทุนเทา สายลับ และทหารรับจ้างแวะเวียนมาพบปะกัน รวมถึงเป็นพื้นที่เตรียมพร้อมก่อนส่งเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงทั้งในเมียนมา กัมพูชา และลาว
แต่ลาวไม่ใช่ที่เดียว
ฝั่งพม่าตรงข้ามแม่สอด ในเมือง Shwe Kokko ก็มีสนามยิงปืนในลักษณะเดียวกันตั้งอยู่ ไม่ได้มีแค่สแกมกับบ่อน แต่มีฐานทัพขนาดย่อมอยู่ใกล้ ๆ แล้ว โดยไม่ต้องขอตั้งให้ใครด่า ไม่ต้องผ่านรัฐสภา ไม่ต้องมีการเจรจาระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล แค่ใช้เงิน ใช้บริษัทนอมินี ก็มีฐานปฏิบัติการแล้ว
หากมองรอบทิศ ทางเหนือมีสามเหลี่ยมทองคำและ Shwe Kokko ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีเวียงจันทน์ ทางตะวันออกมีสีหนุวิลล์
ไทยถูกวางหมากล้อมไว้รอบทิศแล้ว
และมันไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามยิงปืน
เพราะควบคู่ไปกับทหารรับจ้างที่ปฏิบัติการในสนาม ยังมีแฮกเกอร์ที่ได้รับการฝึกจากจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ รอโอกาสเจาะระบบสาธารณูปโภคของเรา
นี่คือ Hybrid Warfare ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสู้รบทางทหาร มันคือสงครามการข่าว สงครามไซเบอร์ สงครามการเมือง และสงครามชายแดน ทำพร้อมกันในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่เราเห็นอยู่คือ Geo-Criminality การขยายอิทธิพลผ่านทุนเทา มันซับซ้อนกว่าที่เห็นมาก และใหญ่กว่าที่หลายคนคิด
...
Puangthong Pawakapan
·
ชวนอ่านค่ะ
เชื่อว่าหน่วยงานความมั่นคงไทยตามไม่ทัน บางส่วนอาจกลายเป็นแขนขสของพวกทุนเทา บางส่วนยังหมกมุ่นกับการทำไอโอเล่นงานคนไทยอยู่

https://www.facebook.com/thaispycatcher/posts/122197153808449251
.....


จับสายลับ 
May 9
·
บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนจีน: อาวุธที่ทรงพลังของ Hybrid Warfare
บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีน
Chinese Private Military and Security Companies (PMSCs)
คุณอาจเคยได้ยินชื่อ WAGNER ของรัสเซีย หรือ BLACKWATER ของอเมริกา สองชื่อนี้โด่งดังมาก มีข่าว มีสารคดี มีการสืบสวน แต่บริษัทของจีน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วในทุกมุมโลก กลับแทบไม่มีใครพูดถึง
และนั่นแหละ คือจุดที่น่ากลัวที่สุด
เมื่อปี 2016 สงครามกลางเมืองเซาท์ซูดานปะทุขึ้น ในพื้นที่ขัดแย้งนั้นมีคนงานน้ำมันชาวจีน 330 คน ทำงานให้กับบริษัท CNPC หรือบรรษัทน้ำมันแห่งชาติจีน อยู่ท่ามกลางกระสุนและความโกลาหล แต่ภายในเวลาไม่นาน คนเหล่านั้นถูกอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด
คนที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่กองทัพจีน ไม่ใช่สหประชาชาติ แต่เป็นบริษัทชื่อ DeWe Security บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีน ที่แทบไม่มีสื่อตะวันตกรายงานถึงเลย
ถามว่าทำไมจีนถึงต้องการบริษัทแบบนี้
คำตอบอยู่ที่ Belt and Road Initiative หรือ BRI
BRI ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับยักษ์ของจีน ครอบคลุมท่าเรือ ทางรถไฟ ท่อส่งพลังงาน ในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ทั้งในแอฟริกา เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัญหาคือ หลายพื้นที่ที่จีนเข้าไปลงทุน ไม่ใช่พื้นที่สงบสุข มีกบฏ มีกลุ่มติดอาวุธ มีความไม่มั่นคงทางการเมือง และจีนต้องการปกป้องทั้งทรัพย์สินและบุคลากรของตัวเองในพื้นที่เหล่านั้น
แต่ถ้าส่งกองทัพประจำการเข้าไปตรงๆ นั่นคือการประกาศสงคราม เป็นวิกฤตการทูตที่ไม่มีใครต้องการ
วิธีแก้ของจีนคือส่งบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนเข้าไปแทน โดยที่รัฐบาลจีนไม่ต้องปรากฏตัว
PMSCs จีนวางกำลังพลมากกว่า 2,000 นาย ในเคนยาเพียงประเทศเดียว เพื่อดูแลทางรถไฟสายมอมบาสา-ไนโรบี ระยะทาง 480 กิโลเมตร มูลค่าเกือบ 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังปกป้องโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์ในเอธิโอเปียและจิบูตี
เรากำลังพูดถึงกองกำลังที่มีขนาดระดับกรมทหาร วางอยู่ในหลายประเทศทั่วทวีปแอฟริกา แต่ไม่ถูกนับเป็น “กำลังทหาร” ของจีน
แล้วยังมีบริษัทอีกชื่อที่น่าสนใจมาก นั่นคือ Frontier Services Group หรือ FSG
FSG ก่อตั้งโดย Eric Prince ชายคนเดียวกับที่ก่อตั้งแบล็ก BLACKWATER บริษัทรับจ้างทหารชื่อดังของอเมริกา แต่ปัจจุบัน FSG ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของ CITIC Group ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลจีน
พูดง่ายๆ คือ อดีตผู้ก่อตั้ง BLACKWATER ขายบริษัทให้รัฐบาลจีน แล้วบริษัทนั้นก็กลายเป็นเครื่องมือของปักกิ่งในแอฟริกาและตะวันออกกลาง
บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนของจีนแตกต่างจากของอเมริกาหรือรัสเซียอย่างไร
บริษัทแบบอเมริกัน อย่าง Academi ซึ่งชื่อเดิมคือ Blackwater ดำเนินธุรกิจบนฐานเชิงพาณิชย์ล้วนๆ รับสัญญาจ้าง ทำงาน รับเงิน มีการตรวจสอบจากรัฐสภา มีสื่อจับตา มีคดีความ มีการฟ้องร้อง โปร่งใสมากกว่า แม้จะมีเรื่องอื้อฉาวบ้างก็ตาม
บริษัทแบบรัสเซีย อย่าง WAGNER ตรงข้ามกันสิ้นเชิง ทำตัวเหมือนกองทัพลับ รบแบบกองทัพ สร้างบทบาทในยูเครน ซีเรีย มาลี ซูดาน แต่ก็โดนสื่อตามถ่ายรูปได้ โดนแซงก์ชั่น โดนกล่าวหาในศาลระหว่างประเทศ
บริษัทแบบจีน ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
จีนใช้หลัก low-profile บริษัทจีนไม่ได้โฆษณาตัวเอง ไม่ออกสื่อ ไม่สร้างภาพ แต่เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ ผ่านสัญญาที่ผูกโยงอย่างแนบเนียนกับรัฐวิสาหกิจจีน ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกแยะว่า อะไรคือ “ธุรกิจเอกชน” และอะไรคือ “ยุทธศาสตร์ใหญ่ของจีน”
ปี 2009 รัฐบาลจีนออกกฎระเบียบควบคุมบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน สร้างระบบใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ต่อมาเมื่อปี 2015 มีกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติออกมา ซึ่งแม้ไม่ได้ระบุถึงบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนโดยตรง แต่ขอบเขตของมันกว้างพอที่จะครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทเหล่านี้ในต่างประเทศด้วย
พูดง่ายๆ คือ รัฐบาลจีนสามารถเรียกบริษัทเหล่านี้ให้รับใช้ผลประโยชน์ของชาติ ได้ตลอดเวลา ในทางกฎหมาย
นี่คือความแตกต่างระดับโครงสร้างจากโมเดลตะวันตก ซึ่งบริษัทเอกชนแยกขาดจากรัฐอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน เรากำลังเห็นการแตกตัวของตลาดความมั่นคงโลกออกเป็นสามกลุ่มภูมิรัฐศาสตร์
กลุ่มแรกคือตะวันตก ที่อยู่ในระบบ มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความชอบธรรมทางกฎหมาย
กลุ่มที่สองคือรัสเซีย ที่ขายกำลังรบโดยตรงพร้อมกับการสนับสนุนทางการเมืองจากเครมลิน
กลุ่มที่สามคือจีน ที่ขายการคุ้มครองขนาดใหญ่ ราคาถูก ไม่มีเงื่อนไขด้านสิทธิมนุษยชน ไม่มีการตรวจสอบจากภายนอก และผูกอยู่กับโครงการ BRI อย่างแนบแน่น
สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการความมั่นคงแต่ไม่ต้องการการแทรกแซงทางการเมืองจากตะวันตก โมเดลจีนฟังดูน่าดึงดูดมาก และนั่นคือสิ่งที่ควรจับตาดูอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่เราเห็นวันนี้คือ Hybrid Warfare ในรูปแบบที่ซับซ้อนที่สุดรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่สงครามด้วยกองทัพ แต่เป็นสงครามด้วยสัญญา ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการปกป้องการลงทุน และด้วยกองกำลังที่ไม่มีชื่อบนธงชาติใด
ที่สำคัญบริษัทเหล่านี้ในหลายพื้นที่ได้เข้าไปเชื่อมโยงกับธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งการฟอกเงิน ฐานสแกม และขบวนการค้ามนุษย์ จนดูสะเปะสะปะ ไร้ทิศทางที่ชัดเจน แต่เมื่อพรรคเรียกร้อง
กลุ่มเหล่านี้ก็ต้องพร้อมที่จะขานรับเสมอ

https://www.facebook.com/thaispycatcher/posts/122196990170449251