วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 07, 2569

"5 พฤษภาคม: วันที่รัฐอยากให้คุณ ‘ลืม’ แต่ประวัติศาสตร์ประชาชนจะทำให้คุณ ‘ตื่น’" - 5 พฤษภาคม 2569 60ปี วันรำลึกถึงวีรชนผู้กล้า นาม จิตร ภูมิศักดิ์

https://www.facebook.com/reel/967919299321677


 
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid093eqhjJh7RJJEctPnMCPBGL3EeyUhedHgExe1RvC8PDHSLAL3U6t3UrKwQF67N1Vl&id=61586367205662

Heat Story 
May4
·
"5 พฤษภาคม: วันที่รัฐอยากให้คุณ ‘ลืม’ แต่ประวัติศาสตร์ประชาชนจะทำให้คุณ ‘ตื่น’"
.
เบื่อไหม? กับความรู้สึกที่ว่า "สู้ไปก็แพ้" ในสังคมที่วนเวียนอยู่กับผลประโยชน์และลาภยศ ในวันที่การเมืองทำให้คุณสิ้นหวัง จนอยากจะเลิกรับรู้ความเจ็บปวดของประเทศนี้
.
เราอยากให้คุณหยุดอ่านข้อความจาก 'ลุงอุดมศักดิ์' ชายวัย 78 ปี ผู้เฝ้าอนุสรณ์สถานจิตร ภูมิศักดิ์ มานานกว่า 20 ปี... ชายผู้พิสูจน์ว่า "อุดมการณ์กินไม่ได้ แต่ทำให้เรามีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี"
.
ทำไม 5 พฤษภาคม ถึงเป็นวันที่น่ากลัวสำหรับบางคน? เพราะมันคือวันที่กระสุนปืนหยุดลมหายใจของ 'จิตร ภูมิศักดิ์' นักปราชญ์ที่รัฐไทยพยายามตราหน้าว่าเป็นปีศาจ แต่สำหรับประชาชน... เขาคือทุกอย่างที่เราโหยหาในตอนนึ้
.
ลุงอุดมศักดิ์สรุป 5 บทบาทของจิตร ที่โรงเรียนไม่เคยสอนไว้ให้เราอย่างเห็นภาพ:
.
1️. ในฐานะครู: สอนให้เรารู้จักวิชาที่สำคัญที่สุด คือวิชา 'เสียสละ' และ 'แบ่งปัน'
2.ในฐานะนักประวัติศาสตร์: ขุดลึกถึงรากเหง้าที่รัฐอยากปิดบัง เพื่อให้เรารู้ว่า "ใครคือเจ้าของประเทศที่แท้จริง"
3.ในฐานะนักประพันธ์: แปลความจริงให้กลายเป็นอาวุธทางปัญญา แม้แต่คนที่เหลือเงิน 30 บาท ก็ต้องได้อ่าน!
4.ในฐานะนักต่อสู้: คนที่ติดคุก 7 ปี แต่ออกมาแล้วยังสู้ต่อ เพราะ "ความเด็ดเดี่ยว" มันอยู่ในสายเลือด
5.ในฐานะนักเสียสละ: คนที่ตายเพียงเพราะอาสาลงจากเขาไป "ขอข้าวให้เพื่อน" ในวันที่ทุกคนหิวโหย
.
"การเมืองไทยมันมีแต่ผลประโยชน์... แต่จิตรทำงานเพื่อประชาชน" ลุงอุดมศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังเปี่ยมด้วยศรัทธา
“วันนี้เราไม่ชนะ แต่เรากล้ายืนหยัด สู้อย่างมีสติ สักวันนึงเราก็อาจจะชนะ"
.
ทำไมเราต้องช่วยกันแชร์โพสต์นี้?
เพราะ 'ประวัติศาสตร์ประชาชน' คือสิ่งที่เขาไม่อยากให้เราจำ เขาอยากให้เราเชื่อว่าเราไม่มีอำนาจ เขาอยากให้เราสิ้นหวัง... เพื่อที่เขาจะได้ปกครองเราตลอดไป
.
แต่เราคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ "ประชาชนสำคัญที่สุดในประเทศนี้" ด้วยการไม่ยอมแพ้ ด้วยการส่งต่อไฟแห่งการตื่นรู้ และด้วยการพิสูจน์ว่า 'จิตร ภูมิศักดิ์' ไม่เคยตายไปจากหัวใจของคนที่รักความยุติธรรม
.
ร่วมคอมเมนต์ "ยืนหยัด" หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังเชื่อในพลังของการเปลี่ยนแปลง กดแชร์ เพื่อส่งต่อประวัติศาสตร์ที่รัฐไทยไม่อยากให้จำ
.
อย่าปล่อยให้ความหวังของคุณตายไปพร้อมกับกาลเวลา
กด [Like] เพื่อยืนยันว่าอุดมการณ์ยังอยู่
กด [Share] เพื่อส่งต่อความหวังให้เพื่อนที่กำลังท้อ และ
กด [Follow] เพจของเรา... เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ฉบับ 'ประชาชน' ที่ไม่มีใครยอมให้คุณอ่านในโรงเรียน





Heat Story 
Yesterday
·
หากวันนี้รู้สึกคนปกติที่ไหนจะปั่นจักรยานจากสงขลาไปสกลนครทุกปี... เพียงเพื่อไปหาคนที่ตายไปแล้ว?
.
วัชระยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่า "ผมมันบ้า... คนปกติที่ไหนเขาทำกัน" ระยะทางกว่าพันกิโลเมตรจากแดนใต้สุดสู่ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ไม่ใช่ทริปปั่นจักรยานเพื่อพักผ่อน แต่มันคือการ "จาริกบุญทางอุดมการณ์" ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาด เขาปั่นมาที่นี่ทุกปี ไม่ใช่เพื่อมาขอหวย หรือบนบานศาลกล่าว...
.
แต่เพื่อมาเยี่ยม "จิตร ภูมิศักดิ์"
.
ชายผู้เป็นทั้ง... เพื่อนที่คบยาก แต่ไม่เคยแคร์น้ำลายใครนอกจากความจริง ครูผู้สอน บทเรียนราคาแพงผ่านการถูกจับโยนบกจนร้าวระบม ฮีโร่เดินดิน ที่ตอนหิวก็แค่ลงจากเขามาขอข้าวชาวบ้านกิน ไอดอล ผู้มองปืนที่จ่อตรงหน้าเป็นแค่หนังสติ๊ก และ นักปรัชญา ผู้มอบความจริงให้คนถูกกดขี่ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
.
เมื่อหันกลับมามองการเมืองไทยในวันนี้... มันช่างมั่วซั่วและบัดซบจนน่าสิ้นหวัง ระบบยุติธรรมพังทลายล้มเหลวไม่เป็นท่า คนที่กล้าลุกขึ้นมาสู้ กล้าตั้งคำถาม กลับถูกจับยัดคุกอย่างหน้าตาเฉย ส่วนในอดีต คนที่ต่อสู้ก็ถูกเด็ดหัวทิ้งให้ตายกลางป่าแบบจิตร ภูมิศักดิ์
.
ความอยุติธรรมที่ซ้ำซากและโจ่งแจ้งนี้ กำลังทำร้ายสังคมไทยอย่างเลือดเย็น มันบีบคั้นให้คนจำนวนมากเลือกที่จะ "นิ่งเฉย" ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เพราะรู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่ชนชั้นปกครองนั่งยิ้มเยาะอยู่บนหอคอยงาช้าง มองลงมาดูพวกเราดิ้นรนอย่างเริงร่า
.
แต่ความ "บ้า" ของวัชระ... กำลังตบหน้าเราอย่างจัง เพื่อปลุกให้ตื่นจากความตลกร้ายนี้!
ลองคิดดูสิ... ถ้าผู้ชายคนหนึ่ง ยังยอมเหนื่อยล้า ปั่นจักรยานข้ามประเทศทุกปี เพียงเพื่อรักษาระยะทางของ "ความทรงจำ" และยืนยันว่าอุดมการณ์ของจิตรยังไม่ตาย...
.
แล้วเราล่ะ? เราที่ยังมีลมหายใจ จะยอมแพ้ ยอมก้มหัว และปล่อยให้สิทธิของมวลชนถูกเหยียบย่ำต่อไปอย่างนั้นหรือ?
.
วันที่ 5 พฤษภาคม ไม่ใช่แค่วันรำลึกถึงความตายของจิตร ภูมิศักดิ์ แต่มันคือคำถามที่พุ่งตรงมายังหัวใจของเราทุกคนว่า... "เรายังมีไฟอยู่ไหม?"
.
ตราบใดที่ยังมีคนบ้าอย่างวัชระที่ยอมเหนื่อยเพื่อสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ตราบนั้นความหวังก็ยังไม่ตาย อย่าให้ความเงียบและการยอมจำนนของเรา กลายเป็นเสียงหัวเราะและปุ๋ยชั้นดีให้ผู้ปกครอง
.
ลุกขึ้นมาส่งเสียง ลุกขึ้นมาสู้ ในแบบที่ทำได้ เพราะอุดมการณ์ ไม่ได้ต้องการคนตายเพื่อเป็นเครื่องสังเวย... แต่มันต้องการ "คนเป็น" ที่พร้อมจะสู้ และไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมอีกต่อไป!



Heat Story is feeling loved at สถานที่เสียชีวิต จิตร ภูมิศักดิ์.
11 hours ago
·
5 พฤษภาคม2569 60ปี วันรำลึกถึงวีรชนผู้กล้า นาม จิตร ภูมิศักดิ์
วันที่ประวัติศาสตร์หมุนกลับมาบรรจบอีกครั้ง ณ สถานที่ที่เต็มไปด้วยมวลความทรงจำอันเข้มข้น ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนพิเศษ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเรานั้นไม่ใช่เพียงแค่อนุสรณ์สถานที่ตั้งตระหง่าน
แต่คือ "ภาพชีวิต" ของเหล่าสหายและผู้คนหลากรุ่นที่เดินทางมารวมตัวกันด้วยใจที่ยังระลึกถึง จิตร ภูมิศักดิ์ วีรชนปัญญาชนผู้ยิ่งใหญ่
.
การได้มายืนอยู่ในวงล้อมของเหล่าสหายในวันนี้ ทำให้เราเห็นภาพที่สะท้อนถึงการส่งต่ออุดมการณ์อย่างชัดเจนที่สุด แววตาของบุคคลที่ตั้งใจมาบอกเล่าเรื่องราว เห็นความมุ่งมั่นของคนที่อยากให้ประวัติศาสตร์ของจิตรยังคงโลดแล่นอยู่ในใจคนรุ่นใหม่
.
ความแข็งแกร่ง เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ชื่อของจิตรไม่เคยถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา
.
จิตร ภูมิศักดิ์ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักประวัติศาสตร์ที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่เขาคือสหายผู้สำคัญและวีรชนผู้กล้าหาญที่อุทิศทุกอณูของลมหายใจเพื่อ "ทำความรู้ให้เป็นของประชาชน"
ความยิ่งใหญ่ของเขาอยู่ที่ความทุ่มเทในการทลายกำแพงความไม่รู้ผ่านหยดหมึกและบทประพันธ์ ทุกตัวอักษรที่เขากลั่นออกมา ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามทางวรรณศิลป์ แต่คืออาวุธทางปัญญาที่เขาตั้งใจมอบไว้ให้คนไทยทุกคนได้ใช้เป็นเครื่องมือนำทางสู่เสรีภาพ
.
การได้เรียนรู้เรื่องราวของจิตรผ่านปากคำของพยานแห่งกาลเวลาในวันนี้ มันไม่ใช่แค่การมารำลึกถึงคนที่จากไป แต่คือการรับพลังจาก "ผู้ให้" ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
ภาพของเหล่าสหายที่มาร่วมงานในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า แม้ร่างของเขาจะลับลาไป แต่เจตนารมณ์ที่อยากให้สังคมไทยเข้าถึงแสงสว่างทางปัญญานั้นยังคงมีลมหายใจและถูกส่งต่อผ่านหัวใจของพวกเราทุกคน
.
ขอบคุณที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าแค่วันรำลึก แต่เป็นวันที่เราได้กลับมาสำรวจเปลวไฟในใจตัวเองอีกครั้ง ว่าเราจะสืบสานมรดกทางความคิดที่วีรชนท่านนี้เหลือทิ้งไว้ได้อย่างไรต่อไปในวันพรุ่งนี้
.
"เพราะความตายไม่อาจกักขังความคิด และกาลเวลาไม่อาจลบเลือนความจริง"