
เหตุใดประชุมสุดยอด ทรัมป์-สี จิ้นผิงในจีน จึงอาจกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สองมหาอำนาจไปอีกหลายปี
แอนโทนี ซูร์เชอร์
ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอเมริกาเหนือ และ
ลอรา บิกเกอร์
ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศจีน
12 พฤษภาคม 2026
ทางการจีนได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบจตุรัสเทียนอันเหมินอันเก่าแก่ของกรุงปักกิ่งมาหลายวันแล้ว พร้อมกับข่าวลือในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการจัดขบวนพาเหรดครั้งพิเศษหรืองานใหญ่ที่จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี
การเตรียมการสำหรับงานสำคัญครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบ ๆ แต่ดูเหมือนว่าจีนพร้อมแล้วที่จะจัดงานต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
การเยือนครั้งนี้มีหมายกำหนดทั้งการเจรจา งานเลี้ยง และการเยี่ยมชมหอฟ้าเทียนถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดอันศักดิ์สิทธิ์ที่อดีตจักรพรรดิจีนทรงมาอธิษฐานเพื่อขอพรให้ได้ผลผลิตที่ดี
ทั้งทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต่างหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จ การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำที่ทรงอำนาจที่สุดสองคนของโลกครั้งนี้ จะเป็นการพบปะที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

นี่เป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่การเยือนครั้งล่าสุดของทรัมป์ในปี 2017
หลายเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเป็นเรื่องที่โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญน้อยลง ความสนใจของทรัมป์มุ่งไปที่สงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน รวมถึงปฏิบัติการทางทหารในซีกโลกตะวันตกและปัญหาภายในประเทศ แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในสัปดาห์นี้ อนาคตของการค้าโลก ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในไต้หวัน และการแข่งขันในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ล้วนตกอยู่ในความเสี่ยง
ในทางเศรษฐกิจ สงครามการค้าที่กำลังดำเนินอยู่กับสหรัฐฯ และความขัดแย้งในอิหร่านอาจเป็นข่าวร้ายสำหรับสี จิ้นผิง แต่ในเชิงอุดมการณ์และการเมืองแล้ว มันเปรียบเสมือนของขวัญ และประธานาธิบดีสีจะรู้สึกว่าเขามีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่ง
การเยือนครั้งนี้อาจวางรากฐานสำหรับความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองชาติ หรือไม่อีกทางหนึ่งก็อาจเป็นความขัดแย้ง ในความสัมพันธ์อีกหลายปีข้างหน้าของสองชาตินี้
คนกลางของอิหร่าน
จีนกำลังพยายามเข้ามามีบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอย่างเงียบ ๆ ในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเดือนที่สามแล้วระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ทางการกรุงปักกิ่งได้เข้าร่วมกับปากีสถานในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยในสงครามครั้งนี้
ในเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่ในจีนและปากีสถานได้เสนอแผนห้าข้อโดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และในฉากหลังเจ้าหน้าที่จีนได้ค่อย ๆ ผลักดันให้ฝ่ายอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แม้ทางการจีนจะแสดงแสนยานุภาพอย่างต่อเนื่อง แต่จีนก็กระตือรือร้นที่จะยุติสงครามนี้
เศรษฐกิจของประเทศจีนกำลังเผชิญกับการเติบโตที่ชะลอตัวและอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นผลักดันให้ต้นทุนของสินค้าที่ทำจากปิโตรเคมีสูงขึ้น ตั้งแต่สิ่งทอไปจนถึงพลาสติก สำหรับผู้ผลิตบางรายในจีน พวกเขาต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 20%
ป้ายโฆษณาในกรุงเตหะรานแสดงภาพช่องแคบฮอร์มุซเป็นเหมือนผ้าปิดปากที่เย็บปิดปากโดนัลด์ ทรัมป์
จีนมีปริมาณสำรองน้ำมันมหาศาล และความเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้าได้ช่วยปกป้องจีนจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤตเชื้อเพลิง แต่สงครามกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับเศรษฐกิจจีนที่ซบเซาและพึ่งพาการส่งออกเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากจีนจะเข้ามาช่วยเหลือสหรัฐฯ จีนก็ยังต้องการสิ่งตอบแทนอยู่ดี
การมาเยือนกรุงปักกิ่งของนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดูเหมือนจะมีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของจีนในตะวันออกกลาง
สหรัฐฯ จับตาดูการเยือนครั้งนั้นอย่างใกล้ชิด "ผมหวังว่าจีนจะบอกเขา [รมว.ต่างประเทศอิหร่าน] ในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้" มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว "และนั่นก็คือ [ข้อความที่ว่า] สิ่งที่คุณกำลังทำในช่องแคบ [ฮอร์มุซ] กำลังทำให้คุณโดดเดี่ยวบนเวทีระดับโลก คุณคือผู้ร้ายในเรื่องนี้"
จีนมีปริมาณสำรองน้ำมันมหาศาล และความเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้าได้ช่วยปกป้องจีนจากผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของวิกฤตเชื้อเพลิง แต่สงครามกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับเศรษฐกิจจีนที่ซบเซาและพึ่งพาการส่งออกเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากจีนจะเข้ามาช่วยเหลือสหรัฐฯ จีนก็ยังต้องการสิ่งตอบแทนอยู่ดี
การมาเยือนกรุงปักกิ่งของนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดูเหมือนจะมีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของจีนในตะวันออกกลาง
สหรัฐฯ จับตาดูการเยือนครั้งนั้นอย่างใกล้ชิด "ผมหวังว่าจีนจะบอกเขา [รมว.ต่างประเทศอิหร่าน] ในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้" มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว "และนั่นก็คือ [ข้อความที่ว่า] สิ่งที่คุณกำลังทำในช่องแคบ [ฮอร์มุซ] กำลังทำให้คุณโดดเดี่ยวบนเวทีระดับโลก คุณคือผู้ร้ายในเรื่องนี้"

ราคาน้ำมันส่งผลกระทบอย่างมากต่อการส่งออกและการผลิตสิ่งทอของจีน
สหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้จีนไม่ขัดขวางมติใหม่ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ประณามการกระทำของอิหร่านซึ่งโจมตีเรือที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และรัสเซียได้ใช้สิทธิวีโต้มติไปก่อนหน้านี้
"ผมคิดว่าหากเราจะนำอิหร่านกลับมาสู่โต๊ะเจรจาอย่างยั่งยืน ผมคิดว่าสหรัฐฯ ตระหนักดีว่าจีนจะมีบทบาทบางอย่าง" อาลี ไวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายวิจัยและนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนของอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป (International Crisis Group) กล่าว
ในส่วนของทรัมป์ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กังวลกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันของจีนกับอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันในจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้เนื่องจากขนส่งน้ำมันจากอิหร่าน แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลดทอนความสำคัญของการสนับสนุนอิหร่านจากจีนในช่วงความขัดแย้ง
"มันก็เป็นเช่นนั้น ใช่ไหม ?" เขากล่าวกับนักข่าวชาวอเมริกัน "เราก็ทำอะไรต่อต้านพวกเขาเหมือนกัน"
อนาคตของไต้หวัน
รัฐบาลทรัมป์มักส่งสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับเรื่องไต้หวัน
เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว สหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 แสนล้านบาท) ให้กับไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ลดทอนท่าทีที่แสดงถึงความเต็มใจของสหรัฐฯ ในการปกป้องไต้หวัน ซึ่งจีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตนเอง
"เขาถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของจีน" ทรัมป์กล่าวถึงสี จิ้นผิง "และนั่นขึ้นอยู่กับว่าเขาจะทำอย่างไร"
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าไต้หวันไม่ได้ชดเชยให้สหรัฐฯ อย่างเพียงพอสำหรับการรับประกันด้านความมั่นคง โดยเสริมว่าไต้หวัน "ไม่ได้ให้อะไรกับเรา [สหรัฐฯ] เลย" เมื่อปีที่แล้ว เขาได้เรียกเก็บภาษี 15% จากไต้หวันและกล่าวหาว่าไต้หวันแย่งฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐฯ
สัปดาห์ที่แล้ว มาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ไต้หวันจะเป็นหัวข้อสนทนาในระหว่างการเยือนจีน แม้ว่าเป้าหมายคือการทำให้แน่ใจว่าประเด็นนี้จะไม่กลายเป็นแหล่งที่มาของความตึงเครียดใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจ
"เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในไต้หวันหรือที่ใดก็ตามในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และผมคิดว่านั่นจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อสหรัฐฯ และจีน" มาร์โค รูบิโอ กล่าว

ไต้หวันพึ่งพาการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐอเมริกา
ทางด้านจีนก็ได้ส่งสัญญาณว่าไต้หวันเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาครั้งนี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาหวังว่าสหรัฐฯ จะเลือก "ทางที่ถูกต้อง" ระหว่างการสนทนากับรูบิโอ
ทางการกรุงปักกิ่งได้เพิ่มแรงกดดันทางทหารโดยการส่งเครื่องบินรบและเรือรบไปรอบ ๆ ไต้หวันเกือบทุกวัน
นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จีนอาจกำลังผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำเกี่ยวกับไต้หวันซึ่งถูกร่างขึ้นอย่างรอบคอบตั้งแต่ปี 1982 ขณะที่นโยบายล่าสุดที่ทางการกรุงวอชิงตันประกาศออกมาคือ ปัจจุบันสหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน แต่จีนอาจอยากผลักดันให้ใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวขึ้น เช่น "สหรัฐฯ คัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน" หรือไม่ ?
"ผมไม่คิดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะทำอย่างนั้น" จอห์น เดลูรี นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน แห่งเอเชียโซไซตี กล่าว "แม้ว่าทรัมป์จะพูดอะไรที่ดูแปลก ๆ และเหมือนเป็นการยอมจำนนต่อไต้หวัน เพราะเขาไม่ระมัดระวังในการใช้ภาษา แต่จีนรู้ดีว่าไม่ควรเชื่อถือคำพูดเหล่านั้นมากนัก เพราะเขา [ทรัมป์] สามารถพลิกคำพูดได้ด้วยการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา"
การเจรจาการค้าที่สำคัญ
ตลอดปี 2025 สหรัฐฯ และจีนดูเหมือนจะอยู่บนขอบเหวของสงครามการค้าครั้งใหม่ซึ่งอาจสั่นคลอนรากฐานของเศรษฐกิจโลก
ทรัมป์ปรับขึ้นและลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมีบางครั้งที่ขึ้นอัตราภาษีไปสูงถึงกว่า 100%
ขณะที่จีนก็ตอบโต้ด้วยการลดการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐฯ รวมถึงลดการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในรัฐสำคัญ ๆ ที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ทรัมป์
ทว่าความตึงเครียดดังกล่าวลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ทรัมป์และสี จิ้นผิง พบกันแบบตัวต่อตัวในเกาหลีใต้เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในเดือน ก.พ. ที่จำกัดอำนาจการกำหนดภาษีฝ่ายเดียวของประธานาธิบดีก็ช่วยลดความผันผวนทางการค้าของทรัมป์ลงได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์และสี จิ้นผิง ยังคงมีเรื่องให้พูดคุยกันอีกมากในการประชุมสุดยอดที่ปักกิ่ง ผู้นำสหรัฐฯ จะผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะเดียวกันจีนจะกดดันสหรัฐฯ ให้ยกเลิกการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอำนาจดังกล่าวนี้อาจทำให้ทรัมป์มีอำนาจในการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่สูงขึ้นได้อีกครั้ง
แต่นี่จะเป็นเรื่องยากสำหรับฝ่ายสหรัฐฯ
"อาจเป็นเรื่องยากสำหรับสหรัฐฯ ที่จะยุติการสอบสวนการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีนทั้งหมด เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวยังคงแพร่หลายและถูกบิดเบือนอยู่มาก" ไมเคิล โอแฮนแลน ประธานฟิล ไนท์ (Phil Knight) ด้านการป้องกันประเทศและยุทธศาสตร์แห่งสถาบันบรูคกิงส์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยในกรุงวอชิงตัน ดีซี กล่าว
แม้ว่าจีนจะไม่พึ่งพาการค้ากับสหรัฐฯ มากเท่ากับในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แต่สี จิ้นผิง ต้องการให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยดี เนื่องจากจีนต้องการเสถียรภาพในเศรษฐกิจโลก
ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าหลักกับอีกกว่า 120 ประเทศ แต่สี จิ้นผิง รู้ดีว่าเขาไม่สามารถแสดงความมั่นใจมากเกินไปในระหว่างการเยือนของทรัมป์ได้
"ตราบใดที่การเยือนดำเนินไปอย่างราบรื่นและทรัมป์รู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ ความสงบที่เปราะบางในความสัมพันธ์ทวิภาคีก็จะคงอยู่ต่อไป แต่ถ้าหากทรัมป์รู้สึกว่าไม่ได้รับเกียรติหรือถูกดูหมิ่น เขาก็อาจเปลี่ยนใจได้" ไรอัน ฮาสส์ ผู้อำนวยการศูนย์จีน จอห์น แอล. ธอร์นตัน แห่งสถาบันบรูคกิงส์ กล่าว
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังจะนำคณะผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจและเทคโนโลยีร่วมเดินทางเยือนจีนในสัปดาห์นี้ด้วย โดยรวมแล้วจะผู้บริหารชาวอเมริกัน 17 คนจะร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ในครั้งนี้
ตัวอย่างผู้ที่จะร่วมเดินทางไปปักกิ่งกับประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แก่ ทิม คุก จากแอปเปิล (Apple), อีลอน มัสก์ จากเทสลา (Tesla) และสเปซเอ็กซ์ (SpaceX), แลร์รี ฟิงค์ จากแบล็คร็อค (BlackRock) รวมถึงผู้บริหารจากบริษัทต่าง ๆ เช่น เมตา (Metal), วีซ่า (Visa), เจพี มอร์แกน (JP Morgan), โบอิ้ง (Boeing), คาร์กิลล์ (Cargill) และรวมถึงตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ เช่น ซิตี้ (Citi), โกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs), มาสเตอร์การ์ด (Mastercard)
แต่ที่น่าสังเกตคือ ไม่มีชื่อของ เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็นวิเดีย (Nvidia) ซึ่งบริษัทของเขามีบทบาทสำคัญในการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีนเกี่ยวกับชิปคอมพิวเตอร์และเอไอ อยู่ในรายชื่อที่จะเยือนกรุงปักกิ่งครั้งนี้
อนาคตว่าด้วยเรื่องเอไอ (AI)
จีนกำลังแข่งขันเพื่อครอบครองอนาคต โดยลงทุนอย่างหนักในปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สี จิ้นผิง เรียกว่าเป็น "พลังการผลิตใหม่" ที่เขาหวังว่าจะผลักดันเศรษฐกิจของจีนไปข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม นักกำหนดนโยบายของสหรัฐฯ หลายคนเชื่อว่านโยบายอย่างเป็นทางการของจีนคือการฉวยโอกาสหรือขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่างโจ่งแจ้งเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศจีนเอง ตัวอย่างเช่น มีการจำกัดการส่งออกไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดไปจีน แม้จะถูกโต้แย้งจากผู้ผลิตชาวอเมริกันก็ตาม

การทูตเรื่องชิป (Chip) จะเป็นส่วนสำคัญของการเจรจา
การแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและการดำเนินงานของแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง ติ๊กตอก (TikTok) โดยบริษัทจีน ประสบความสำเร็จและถือเป็นตอนจบที่มีความสุขที่หาได้ยากในปฏิสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งมักเต็มไปด้วยข้อกล่าวหาและความสงสัย
พลวัตนี้กำลังเกิดขึ้นในการแข่งขันเพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ซึ่งอาจเป็นพัฒนาการทางเทคโนโลยีใหม่ที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบัน ปัญหานี้ซับซ้อนขึ้นจากการที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าบริษัทจีนอย่าง ดีฟซีก (DeepSeek) กำลังขโมยเอไอของอเมริกา
"บทเริ่มต้นของสงครามเย็นด้านเอไอกำลังปรากฏขึ้น" หยิงยี่ มา จากศูนย์จีน จอห์น แอล. ธอร์นตัน แห่งสถาบันบรูคกิงส์ กล่าว
"ทำเนียบขาวกล่าวหาจีนว่าขโมยโมเดลต้นแบบเอไอของอเมริกาในระดับ 'อุตสาหกรรม' ขณะที่ทางการจีนรายงานว่าได้ดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ เมตา (Meta) เข้าซื้อกิจการ มานุส (Manus) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเอไอที่ก่อตั้งโดยชาวจีนและปัจจุบันตั้งอยู่ในสิงคโปร์ การแข่งขันที่ลึกซึ้งกว่านั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครลอกเลียนแบบต้นแบบโมเดลของใคร แต่เป็นการแย่งชิงความสามารถในการสร้างเอไอรุ่นต่อไปที่ล้ำสมัย"
พัฒนาการล่าสุดตอนนี้ หุ่นยนต์ของจีนสามารถแสดงโชว์ต่าง ๆ เช่น เต้นกังฟู และวิ่งเร็วกว่ามนุษย์ในการวิ่งมาราธอนที่กรุงปักกิ่งแล้ว

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่แสดงศิลปะการต่อสู้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างมากเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีของจีน
แต่ในขณะที่บริษัทจีนดูเหมือนจะเชี่ยวชาญในการสร้างตัวถังของหุ่นยนต์เหล่านี้ หลายบริษัทยังคงอยู่ในช่วงการเขียนโปรแกรมสมองให้กับสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของพวกเขา เพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่ดีที่สุด บริษัทจีนต้องการชิปคอมพิวเตอร์ระดับสูง และชิปเหล่านั้นมาจากสหรัฐอเมริกา
นี่คือจุดที่ทางการจีนสามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของตนในเรื่องแร่หายาก ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญที่ทรัมป์ต้องการอย่างเห็นได้ชัด จีนแปรรูปแร่หายากประมาณ 90% ของโลก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงฟาร์มกังหันลม และเครื่องยนต์เจ็ต
ดังนั้น อาจมีข้อตกลงบางอย่างเกิดขึ้นได้ เช่น สหรัฐฯ อาจได้รับแร่หายากจากจีนเพื่อแลกกับชิประดับสูง ดังนั้น แร่หายากจึงเปรียบเสมือนช่องแคบฮอร์มุซของจีนเอง ที่จีนสามารถหยุดการจัดส่งได้ทุกเมื่อ

ทรัมป์ และสี จิ้นผิง มีประเด็นหารือกันมากมายระหว่างการเยือนเป็นเวลาสั้น ๆ ครั้งนี้
แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหารือประเด็นทางนโยบายมากมาย แต่การเยือนของทรัมป์จะเป็นการเดินทางที่เร่งรีบ โดยมีกำหนดการประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ (14-15 พ.ค.)
ผู้นำทั้งสองอาจมีเวลาไม่มากนักในการบรรลุข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญ แต่แม้การพบปะกันเพียงสั้น ๆ ก็อาจกำหนดทิศทางการเจรจาและความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจไปอีกหลายปีข้างหน้า
เครดิตภาพด้านบน: Getty Images
https://www.bbc.com/thai/articles/cd7p8g7ene3o
More than a dozen CEOs are making the trip to Beijing with Trump, including Tim Cook, Elon Musk and executives from Goldman, Visa and Meta https://t.co/vM1a8oO1f2
— Selina Wang (@selinawangtv) May 12, 2026
