President Trump wants to bring manufacturing back to the United States – but American industry is up against automation on an unprecedented scale. In China, state-of-the-art robots are working 24 hours a day. No breaks, no clocking out.
— CBS News (@CBSNews) May 11, 2026
Anna Coren went behind the assembly line… pic.twitter.com/s6zthAgtd5
https://x.com/CBSNews/status/2053894463236239506

https://www.instagram.com/reel/DPdllZYDApB/
.....
ข้อมูลล่าสุดจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) และรายงานล่าสุดจากปี 2025–2026 ยืนยันว่าอัตราการใช้ระบบอัตโนมัติของจีนในปัจจุบันนั้นสูงเป็นประวัติการณ์
ในปี 2024 จีนติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมประมาณ 295,000 ตัว ซึ่งคิดเป็น 54% ของการติดตั้งหุ่นยนต์ทั่วโลกในปีนั้น นั่นหมายความว่าจีนเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์ในกำลังแรงงานมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกรวมกันในหนึ่งปี
ทำไมจึงเกิดการเติบโตอย่างรวดเร็ว?
ปัจจัยหลายประการกำลังผลักดัน "การปฏิวัติหุ่นยนต์" ในจีน:
พลวัตด้านแรงงาน: เมื่อเผชิญกับจำนวนประชากรวัยทำงานที่ลดลงและค่าจ้างที่สูงขึ้น จีนจึงใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อรักษาสถานะของตนในฐานะ "โรงงานของโลก"
การผลิตภายในประเทศ: ในปี 2024 เป็นครั้งแรกที่หุ่นยนต์ที่ผลิตในจีนมียอดขายมากกว่าแบรนด์ต่างประเทศภายในประเทศจีน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 57%
การขยายตัวของอุตสาหกรรม: ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นมุ่งเน้นไปที่หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างหนัก จีนกำลังเร่งนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในอุตสาหกรรมที่ "เบากว่า" เช่น อาหารและเครื่องดื่ม (เติบโต 86%) สิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์
ความหนาแน่นของหุ่นยนต์: แม้ว่าจีนเคยล้าหลังในเรื่อง "จำนวนหุ่นยนต์ต่อคนงาน" แต่ก็กำลังไล่ตามอย่างรวดเร็ว จากรายงานบางฉบับในช่วงต้นปี 2026 ระบุว่าความหนาแน่นของหุ่นยนต์ในภาคการผลิตของจีนพุ่งสูงขึ้นเป็นมากกว่า 450 ตัวต่อคนงาน 10,000 คน ทำให้จีนอยู่ในกลุ่มประเทศชั้นนำของโลกเคียงข้างเกาหลีใต้และสิงคโปร์