
ธรรม์ธีร์ เรือบิน สุกโชติรัตน์
15 hours ago
·
จนถึงวันนี้ กกต.ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา กับพนักงานสอบสวนแล้วหรือยัง ว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดโดยตัวมันเองแล้วไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ Security เลย?
.
ถ้าใครอยากรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบง่ายๆ ต้องดูคลิปของพี่คนนี้ครับ แกแม่นมากเรื่องนี้ จากประสบการณ์จริง ตรงไปตรงมา โดยแกให้ความรู้กับของใช้ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ “รองเท้า”
.
พี่เค้าขายรองเท้าใน Tiktok แล้วมีคนมาเม้นว่า พี่เค้ามั่วเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด โดยคนเม้นให้ความเห็นคล้ายๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานนึง ที่พยายามบอกกับประชาชนว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดคือระบบ Security ยืนยันว่าสิ่งนี้คือของแทร่ ป้องกันการปลอมแปลงได้?
.
พี่เค้าเลยพิสูจน์ให้เห็นกันจะจะ ว่าไอ้พวกโค้ดเหล่านี้มัน “กากมาก” ในเรื่อง Security สามารถจะปลอมแปลงได้อย่างง่ายดาย
.
ถึงคลิปนี้จะเป็นการพิสูจน์ทางวิชาชีพของพี่เค้า ไม่เกี่ยวการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้ผมคิดในทำนองเดียวกันว่า
.
“ถ้าเราลองนำบัตรเลือกตั้งไปซีร็อกซ์ แล้วเอาแผ่นก๊อบปี้มาลองสแกนบาร์โค้ดดู มือถือธรรมดาทั่วไปก็สแกนแผ่นก็อบปี้ เพื่อบอกตัวเลขต้นขั้วของจริงได้เช่นเดียวกับบัตรจริงทุกประการ แล้วมันจะเป็นระบบ Security ได้อย่างไร?”
.
ระบบ Security บนบัตรเลือกตั้งทั่วโลกที่ได้มาตรฐาน มีให้เลือกใช้หลายหลายคือ
1. วัสดุที่ทำเนื้อกระดาษ มีน้ำหนัก ความหนา ผิวสัมผัสเฉพาะตัว
2. การฝังเส้นใย (Security Threads & Fibers)
3. การพิมพ์ลวดลายคมชัดซับซ้อน (Guilloche Patterns)
4. ตัวอักษรจิ๋ว (Microprinting)
5. หมึกล่องหน (UV/Invisible Inks)
6. หมึกเปลี่ยนสี (Color-shifting Inks)
7. ลายน้ำ (Watermarks)
8. ประทับแผ่นฟอยล์สะท้อนแสง (Foil Stamping)
9. กลไกที่เป็นความลับอื่นๆ ฯลฯ
เหล่านี้คือระบบ Security ที่ป้องกันการปลอมแปลงบัตร เอกสาร หรือสินค้า ให้กระทำเลียนแบบได้ยาก สามารถตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือปลอมได้ง่าย
.
ถ้าสินค้าใด ใช้บาร์โค้ดโดยอ้างว่าเพื่อเป็น Security ถือว่ากากมากครับ คนที่ทำหรือคนอ้างแบบนี้ ความรู้สู้พี่ขายรองเท้ายังไม่ได้เลย
.
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คือเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับเป็นหลักเท่านั้น ซึ่งการสแกนที่ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะไปหักล้างสิ่งที่ต้องการทำให้เป็นความลับ เพราะใครมีมือถือก็สามารถสแกนข้อมูลได้ทะลุปรุโปร่ง รู้ความลับเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะคนสำคัญของประเทศ จะตกเป็นเป้าหมายได้เลย อยากรู้ว่าใครเลือกพรรคไหน ใครเชียร์ใครเป็นนายก
.
สาเหตุที่บาร์โค้ด ทำลายความลับของบัตรเลือกตั้ง จึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะบัตรทุกใบไม่เป็นความลับ สามารถโดนตรวจสอบย้อนหลัง จนรู้ได้ว่าประชาชนคนไหน กาบัตรเลือกพรรคอะไร บาร์โค้ดนี่แหละที่ทำได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น
.
ดังนั้น “ความลับตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จึงอาจต้องพังทลายไป ด้วยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้งบประมาณจากภาษีอากรของประชาชน ไปทำของผิดประเภทมาใช้งาน”
.
หากความจริงปรากฏว่า
1. บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนี้ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Security ปัองกันการปลอมบัตร
2. บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คือเครื่องมือตรวจสอบย้อนกลับ การพิมพ์ไว้ในบัตรเลือกตั้งทำให้การกาบัตร ไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ
3. ใน TOR จ้างทำบัตรเลือกตั้ง ไม่มีการระบุให้ทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบย้อนกลับรายบุคคลได้ทุกใบแบบนี้
คำถามต่อไปที่ต้องสอบสวนเพื่อให้ได้คำตอบคือ
“อะไรคือแรงจูงใจให้ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดไว้บนบัตรเลือกตั้ง ทุกใบแบบนี้?”
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1468150391347134&set=a.373033374192180
·
จนถึงวันนี้ กกต.ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา กับพนักงานสอบสวนแล้วหรือยัง ว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดโดยตัวมันเองแล้วไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ Security เลย?
.
ถ้าใครอยากรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบง่ายๆ ต้องดูคลิปของพี่คนนี้ครับ แกแม่นมากเรื่องนี้ จากประสบการณ์จริง ตรงไปตรงมา โดยแกให้ความรู้กับของใช้ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ “รองเท้า”
.
พี่เค้าขายรองเท้าใน Tiktok แล้วมีคนมาเม้นว่า พี่เค้ามั่วเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด โดยคนเม้นให้ความเห็นคล้ายๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานนึง ที่พยายามบอกกับประชาชนว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดคือระบบ Security ยืนยันว่าสิ่งนี้คือของแทร่ ป้องกันการปลอมแปลงได้?
.
พี่เค้าเลยพิสูจน์ให้เห็นกันจะจะ ว่าไอ้พวกโค้ดเหล่านี้มัน “กากมาก” ในเรื่อง Security สามารถจะปลอมแปลงได้อย่างง่ายดาย
.
ถึงคลิปนี้จะเป็นการพิสูจน์ทางวิชาชีพของพี่เค้า ไม่เกี่ยวการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้ผมคิดในทำนองเดียวกันว่า
.
“ถ้าเราลองนำบัตรเลือกตั้งไปซีร็อกซ์ แล้วเอาแผ่นก๊อบปี้มาลองสแกนบาร์โค้ดดู มือถือธรรมดาทั่วไปก็สแกนแผ่นก็อบปี้ เพื่อบอกตัวเลขต้นขั้วของจริงได้เช่นเดียวกับบัตรจริงทุกประการ แล้วมันจะเป็นระบบ Security ได้อย่างไร?”
.
ระบบ Security บนบัตรเลือกตั้งทั่วโลกที่ได้มาตรฐาน มีให้เลือกใช้หลายหลายคือ
1. วัสดุที่ทำเนื้อกระดาษ มีน้ำหนัก ความหนา ผิวสัมผัสเฉพาะตัว
2. การฝังเส้นใย (Security Threads & Fibers)
3. การพิมพ์ลวดลายคมชัดซับซ้อน (Guilloche Patterns)
4. ตัวอักษรจิ๋ว (Microprinting)
5. หมึกล่องหน (UV/Invisible Inks)
6. หมึกเปลี่ยนสี (Color-shifting Inks)
7. ลายน้ำ (Watermarks)
8. ประทับแผ่นฟอยล์สะท้อนแสง (Foil Stamping)
9. กลไกที่เป็นความลับอื่นๆ ฯลฯ
เหล่านี้คือระบบ Security ที่ป้องกันการปลอมแปลงบัตร เอกสาร หรือสินค้า ให้กระทำเลียนแบบได้ยาก สามารถตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือปลอมได้ง่าย
.
ถ้าสินค้าใด ใช้บาร์โค้ดโดยอ้างว่าเพื่อเป็น Security ถือว่ากากมากครับ คนที่ทำหรือคนอ้างแบบนี้ ความรู้สู้พี่ขายรองเท้ายังไม่ได้เลย
.
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คือเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับเป็นหลักเท่านั้น ซึ่งการสแกนที่ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะไปหักล้างสิ่งที่ต้องการทำให้เป็นความลับ เพราะใครมีมือถือก็สามารถสแกนข้อมูลได้ทะลุปรุโปร่ง รู้ความลับเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะคนสำคัญของประเทศ จะตกเป็นเป้าหมายได้เลย อยากรู้ว่าใครเลือกพรรคไหน ใครเชียร์ใครเป็นนายก
.
สาเหตุที่บาร์โค้ด ทำลายความลับของบัตรเลือกตั้ง จึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะบัตรทุกใบไม่เป็นความลับ สามารถโดนตรวจสอบย้อนหลัง จนรู้ได้ว่าประชาชนคนไหน กาบัตรเลือกพรรคอะไร บาร์โค้ดนี่แหละที่ทำได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น
.
ดังนั้น “ความลับตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จึงอาจต้องพังทลายไป ด้วยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้งบประมาณจากภาษีอากรของประชาชน ไปทำของผิดประเภทมาใช้งาน”
.
หากความจริงปรากฏว่า
1. บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนี้ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Security ปัองกันการปลอมบัตร
2. บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คือเครื่องมือตรวจสอบย้อนกลับ การพิมพ์ไว้ในบัตรเลือกตั้งทำให้การกาบัตร ไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ
3. ใน TOR จ้างทำบัตรเลือกตั้ง ไม่มีการระบุให้ทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบย้อนกลับรายบุคคลได้ทุกใบแบบนี้
คำถามต่อไปที่ต้องสอบสวนเพื่อให้ได้คำตอบคือ
“อะไรคือแรงจูงใจให้ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดไว้บนบัตรเลือกตั้ง ทุกใบแบบนี้?”
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1468150391347134&set=a.373033374192180