วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 15, 2569

การดี รอง หน.ปชป. ชี้ กกต.ทำความเชื่อใจพัง นาทีนี้ “ข้อผิดพลาด” ไม่ใช่สิ่งที่อันตรายและทำให้เราผิดหวังที่สุดนะคะ แต่คือ “กลไกการตรวจสอบ” ที่มี Conflict of Interest อย่างชัดเจน 3 ประเด็น



รองหน.ปชป. ชี้กกต.ทำความเชื่อใจพัง มองไม่นับใหม่ตัดโอกาสเข้าถึงหลักฐาน ใครชนะก็ขาดความชอบธรรม

14.02.26
มติชนออนไลน์

การดี รอง หน.ปชป. ชี้ กกต.ทำความเชื่อใจพัง มองไม่นับใหม่ตัดโอกาสเข้าถึงหลักฐาน ใครชนะก็ขาดความชอบธรรม

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิเสธการนับใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี ว่า เมื่อคำตอบคือ ไม่นับใหม่ “ความเชื่อใจ คือ ต้นทุนที่แพงที่สุด”

นาทีนี้ “ข้อผิดพลาด” ไม่ใช่สิ่งที่อันตรายและทำให้เราผิดหวังที่สุดนะคะ แต่คือ “กลไกการตรวจสอบ” ที่มี Conflict of Interest อย่างชัดเจน 3 ประเด็นค่ะ

1. ผู้เล่น กับ กรรมการ เป็นคนเดียวกันไม่ได้ เอาง่ายๆ จากโลกเทค คนเขียนโค้ด จะไม่เป็นคน audit ระบบตัวเอง ฉันใดฉันนั้นค่ะ การที่ กกต.ใช้ดุลพินิจตัดสินเองว่า ไม่ผิดปกติ ทั้งที่ตัวเองถูกตั้งคำถามหนักที่สุดในประวัติศาสตร์

การตรวจสอบแบบ self audit โดยไม่มีคนนอก เช่น ภาคประชาชน หรือ องค์กรกลางเลย กระบวนการนับคะแนนตอนนี้เข้าข่ายเป็น “กล่องดำ” จึงไม่ตอบโจทย์ความโปร่งใส และสังคมรับไม่ได้

2. ตรรกะพังพินาศ เมื่อบอกว่า หลักฐานไม่พอที่จะนับใหม่ แนวคิดด้านจัดการข้อมูล เราจะพูดถึง “Single Source of Truth” ค่ะ มันอยู่ตรงไหน ก็ไปเริ่มใหม่ที่จุดนั้น การปฏิเสธในการนับใหม่ คือ การตัดโอกาสการเข้าถึงหลักฐานชั้นดีที่สุด

3. หายนะจากการตัดสินใจส่วนบุคคล ลามไปถึงความเชื่อมั่นองค์กร ซะแล้ว เมื่อกระบวนการไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ ผลที่ออกมา ไม่ว่าใครจะชนะ ก็จะขาดความชอบธรรม (Legitimacy)

เสียดายโอกาสเดินหน้าของประเทศนะคะ และอ้อว่า นี่คือต้นทุนทางสังคม ที่แพงกว่างบประมาณการนับใหม่ หรือแม้แต่การเลือกตั้งใหม่อีกหลายเท่าค่ะ นี่ยังไม่รวมเรื่องบาร์โค้ดและ traceability อยากจะไฮเทคผิดเรื่องผิดเวลาจริงๆ ฝากนะคะ

https://www.matichon.co.th/politics/news_5596238