วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 23, 2569

มันมาถึงจุดที่การเลือกตั้งเมื่อ ๘ กุมภา ๖๙ อาจจะต้องถูกสั่งให้เป็นโมฆะ และ กกต.จะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ผู้ออกใบสั่งที่สองจะเอาไง

มันมาถึงจุดที่การเลือกตั้งเมื่อ ๘ กุมภา ๖๙ อาจจะต้องถูกสั่งให้เป็นโมฆะ และ กกต.จะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าผู้ออกใบสั่งที่สองจะดึงดันด้านเอาอยู่อีกหรือไม่ เพราะปัญหา บัตรเขย่ง ไม่ใช่เรื่องของการแพ้แล้วร้องโวยวายเลยสักนิด

และการจัดตั้งรัฐบาล ๓๐๐ เสียงโดยไม่รอให้มีการชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองสูงสุดออกมา ด้วยความมั่นใจว่าใบสั่งที่สองนั้นสั่งศาลได้ ก็จะเป็นความเสี่ยงอย่างสูงของผู้ออกใบสั่งที่สอง ต่อศักดิ์ศรี ความรัก และศรัทธา อันพึงมีและได้รับ

เนื่องจากจำนวนบัตรเขย่งที่พบโดยการตรวจสอบของภาคประชาชนมีกว่า ๓ แสนใบ “เป็นยอดที่ผิดปกติมากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน” และทำให้ “สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งนอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่สุจริตและเที่ยงธรรม”

ธีระ สุธีวรางกูร ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนซึ่งอยู่ในทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ให้ข้อคิดเห็นว่าแม้กฎหมายไม่ได้ระบุสัดส่วนของบัตรเขย่งมีได้เท่าใด “หากตัวเลขต่างกันหลักร้อย หลักพัน หรือหลักหมื่นโดยไม่มีคำชี้แจงอย่างสมเหตุสมผล

จะสะท้อนว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเจตจำนงของผู้มาใช้สิทธิ แต่เกิดจากการกาบัตรแทนโดยบุคคลอื่น” ซึ่ง “บัตรเขย่งตั้งแต่หลักพันขึ้นไปถือเป็นเหตุตามกฎหมายที่ กกต.สามารถใช้ดุลพินิจสั่งเลือกตั้งใหม่ได้” แล้วนี่ผ่านมาเกิน ๒ สัปดาห์ กกต.ยังทำนิ่งเฉย

สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระชี้ว่าเมื่อ “นำข้อมูลผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ๙๔% มาเทียบกับผลคะแนน ๑๐๐% ของ กกต.” หลังมีการจัดเลือกตั้งใหม่บางเขตเมื่อ ๒๒ กุมภา ๖๙ มีความแตกต่างอย่างสำคัญเรื่องระเบียบบาร์โค้ด 

ล่าสุดข้อมูลจาก Ronnakrit Rattanasriampaipong นักวิจัยไทยที่พักอาศัยอยู่ในมลรัฐอริโซนา สหรัฐ แจ้งว่า “พรรคอันดับหนึ่ง + พรรคอันดับสอง + พรรคทีเหลือ + บัตรเสีย + บัตรเขย่ง (เขียว > ชมพู)” พบ “จำนวนเขตที่ยังมีบัตรเขียวเขย่งทั้งหมด ๙๖ เขต...

จำนวนบัตรเขียวเขย่งรวม 15416 ใบ” นั่นหลักจากตรวจทานและแก้ไขด้วย เอไอ แล้ว บัตรเขย่งก็ยังมีจำนวนมากเกินไปกว่าที่จะเรียกว่าปกติได้ โดยปรากฏว่า “จำนวนผู้มาใช้สิทธิรวมเมื่อนับครบ ๑๐๐% สูงกว่าตอนนับ ๙๔% อย่างผิดสังเกต เช่น ผลต่างสูงกว่า ๖% มาก”

แล้วยัง คะแนนผู้ชนะเปลี่ยนไปมาก กับ ตัวเลขเลือกตั้งล่วงหน้าหาย และจำนวนผู้ใช้สิทธินอกเขตหรือล่วงหน้า น้อยกว่าจำนวนผู้ประสงค์ลงทะเบียนไว้มาก ซ้ำ “เกิดการพลิกขั้วผู้ชนะ” ในหลายเขต เป็นต้น

ฉะนี้ กกต.จะทำเมินเฉยต่อไปอีกไม่ได้แล้ว อย่างน้อยๆ ต้องเร่งเปิดเผยตัวจากการเลือกตั้งเลขทั้งหมด ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปใหญ่ และถ้ามีคำตัดสินจากศาล รธน. และศาลปกครองออกมา ว่าการจัดเลือกตั้ง “ไม่ลับ” และขาดความบริสุทธิ์ยุติธรรม

ไม่เพียง กกต.ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด โดยไม่ต้องออก พรบ.ใหม่ แล้ว กกต.เองยังอาจจะโดนพิพากษาโดยศาลยุติธรรมปกติ มีความผิดต้องติดคุกเรียงหน้ากันทั้ง ๗ คน

(https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/96nBUGRbG, https://www.facebook.com/PaleoLipidRR/posts/2DLq22RJ, https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/2ybA4Yup และ https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/2Mr2ECuKsy)