วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 22, 2569

บันทึกสังเกตการณ์คดี #ปลดอาวุธศักดินาไทย (ชื่อการชุมนุมหน้าราบ 11: 28 พย 63) - (ข้อสังเกต คำปราศรัยมีความเชื่อมโยง ความหนักเบา ไม่เท่ากัน แต่ศาลลงโทษเท่ากัน)

https://www.facebook.com/angkhana.nee/posts/pfbid0iC381UrgmC1wgYRWMHZLGpj4onwdG1B4T8HLnoF5XyPbcADVNvefAVK4WPM99Nh4l
Yesterday
·
บันทึกสังเกตการณ์คดี #ปลดอาวุธศักดินาไทย (ชื่อการชุมนุมหน้าราบ 11: 28 พย 63)
ที่สนใจติดตามคดีนี้เพราะจำเลยคดีกลุ่มนี้ (7 คน) มีความหลากหลายมาก มีทั้งนักศึกษา ทนายความ อาสาพยาบาล ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผู้บริจาคอาหาร และน้ำดื่ม และอื่น ๆ ในส่วนของ มุก- พิมพ์สิริ ในฐานะ WHRDs ชื่อของเธอปรากฏในรายงานประจำปี ว่าด้วยการตอบโต้ หรือการคุกคามผู้ที่ให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติ ประจำปี 2025 (Annual reports on reprisals for cooperation with the UN 2025) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Reprisal Report ซึ่งเป็นรายงานของเลขาธิการสหประชาชาติ ที่มีความสำคัญมากนอกจากนั้นสิ่งที่มุกปราศรัย ยังเป็นการอ้างรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ (Human Rights Committee) ที่มีข้อเสนอแนะต่อ กฎหมายอาญา มาตรา 112 ของไทยซึ่งปรากฏสาธารณะ ใคร ๆ ก็เข้าไปอ่านได้ ส่วนตัวเห็นว่าคำพิพากษาวันนี้มีข้อน่าสนใจ เช่น
1. #ศาลยกฟ้องข้อหาต่อความผิดหยุมหยิม ที่ตำรวจเป็นผู้ทำสำนวนให้อัยการ ไม่ว่าจะเป็น พรบ. ความสะอาด พรบ. จลาจร พรบ โรคติดต่อ รวมถึง พรบ.ชุมนุมสาธารณะฯ โดยเฉพาะ พรบ. ชุมนุมสาธารณะ ที่ศาลบอกว่าไม่มีผลบังคับใช้ขณะที่ กทม. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน – เรื่องนี้ต้องขอบคุณศาล และเห็นควรเป็นบทเรียนให้ตำรวจที่ขยันหาข้อหา และข้อกฎหมายมาเอาผิดกับประชาชน ซึ่งถ้าศาลลงโทษตามที่ตำรวจ และอัยการทำสำนวน ผู้ต้องหากลุ่มนี้น่าจะถูกลงโทษหนักกว่าสิ่งที่ได้กระทำ
2. #ศาลยกฟ้องข้อกล่าวหาความผิดฐานยุยงปลุกปั่น (ม.116) และข้อกล่าวหาผู้ชุมนุมใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย (ม.215 และ 216) ศาลมองว่าการชุมนุมหน้า ราบ 11 ยังเป็น #การชุมนุมโดยสงบ
3. #ความผิดมาตรา112 ซึ่งเป็นความผิดที่ศาลลง ศาลมองว่าจำเลย 4 จาก 5 คน (ที่มาฟังการพิจารณา) มีความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งน่าสนใจว่าในคำปราศรัยของจำเลยทุกคนที่ศาลอ่าน ซึ่งในฐานะผู้สังเกตการณ์คดี เรารู้สึกว่ามีความหนักเบาและความเชื่อมโยงไม่เท่ากัน แต่ศาลลงโทษผู้ต้องหาเท่ากันทุกคน คือจำคุก 4 ปี ศาลยังใจดีลดโทษให้ 1/3 เลยเหลือจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน (ที่จริงศาลไม่ต้องลดโทษให้ยังได้ เพราะจำเลยทุกคนยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด เพราะเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี)
กรณี “#พยาบาลแหวน” ที่ปราศรัยโดยใช้คำว่า “คนบนฟ้า” ศาลมองว่าเป็นการวิจารณ์รัฐบาลในขณะนั้น และไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ เลยไม่ลงโทษตามมาตรา 112 - อันนี้ศาลใช้ดุลพินิจเป็นคุณมาก (แหวนเป็นหนึ่งในสองคนที่ศาลยกฟ้องในคดี “ปลดอาวุธศักดินาไทย”)
4. ศาลใช้ พรบ. ปรับเป็นพินัย มาใช้ ทำให้การจ่ายค่าปรับลดลง
5. #บรรยากาศทั่วไปในห้องพิจารณาคดี 801 มีตำรวจศาล (court marshal) และ จนท. ราชทัณฑ์ มารักษาการณ์ สังเกตว่า จนท. ราชทัณฑ์ ไม่นำเครื่องพันธนาการ เช่น กุญแจมือมาด้วย และให้เกียรติจำเลยในคดี ส่วนตัวตอนศาลรับฟ้องคดี SLAPP จะมี จนท. ราชทัณฑ์ ที่มีกุญแจมือคล้องเข็มขัดคาดเอว เดินมาหา อันนี้ ยอมรับว่ารู้สึกกลัว และรู้สึกถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มาก เรื่องนี้คงต้องขอบคุณศาล ที่ให้ตำรวจศาลมาช่วยราชทัณฑ์รักษาความปลอดภัย และลดการใช้พันธนาการ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าค่ะ
6. ขอบคุณศาลที่อนุญาตให้ประกันตัวเร็วมาก ทำให้ผู้ต้องหาทุกคน (ยกเว้นอานนท์) ไม่ต้องเข้าเรือนจำระหว่างการรอพิจารณาการขอปล่อยตัวชั่วคราว ถ้าทุกคดีเป็นแบบนี้จะดีมากนะคะ (อันนี้ฝากถึงศาลค่ะ)
มีเรื่องเดียวที่อยากบ่นศาล คือ วันนี้มีคนมาสังเกตการณ์คดี และมาให้กำลังใจผู้ต้องหาน่าจะเกือบ 100 คน ทำให้ต้องเบียดเสียดกันมาก เครื่องปรับอากาศก็ทำความเย็นไม่พอ มีหลายคนต้องยืนในห้องพิจารณาหลายชั่วโมง โชคดีดีที่ไม่มีใครเป็นลม
สรุป ขอส่งกำลังใจให้ผู้ต้องหาทุกคน รวมถึงทีมทนาย และฝากถึงอัยการว่า กรณีผู้ต้องหา 2 ราย ที่ศาลยกฟ้อง กรุณาอย่าอุทธรณ์อีกเลย เพราะที่ผ่านมาหลายปีในการสู้คดี ชีวิตก็ยากลำบากมากอยู่แล้ว ส่วนอีก 4 คนที่ศาลสั่งลงโทษ ก็ขออัยการอย่าอุทธรณ์ให้มีการลงโทษหนักกว่าที่ศาลลงวันนี้ สำหรับรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ อย่าลืมว่าคดีนี้อยู่ในความสนใจขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะคนที่มีชื่ออยู่ใน Reprisal Report (บางคนเรียก Shameful Report เพราะเป็นการสร้างความอับอายให้ประเทศที่ถูกกล่าวถึง) ทั้งในตัวรายงาน และอีก 20 ย่อหน้าใน Anex I คนที่มีชื่อในรายงานจะเป็นคนที่สหประชาชาติใส่ใจและติดตาม ซึ่งต่อให้ไทยมี รมต. ตปท หรือผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติเก่งแค่ไหน ก็น่าจะตอบคำถาม HRC ได้ยาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ไทยเป็นสมาชิก HRC และที่ผ่านมาไทยก็แพ้ในการสมัครเป็นประธาน HRC มาแล้ว และปลายปีนี้ไทยจะต้องเข้าสู่กระบวนการ UPR 4 Cycle อีก ซึ่งคดีเหล่านี้น่าจะถูกสมาชิกสหประชาชาติหยิบยกมาถามในเวทีการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยอีกครั้ง

Atukkit Sawangsuk 
13 hours ago
·
ข้อสังเกต คำปราศรัยมีความเชื่อมโยง ความหนักเบา ไม่เท่ากัน
แต่ศาลลงโทษเท่ากัน