.jpeg)
https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-19/ukraine-war-chinese-drones-are-now-entering-russia-via-thailand
รายงานสืบสวนจาก Bloomberg เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการส่งผ่าน (Transshipment Hub) ของโดรนที่ผลิตในประเทศจีน เพื่อส่งต่อไปยังประเทศรัสเซีย ซึ่งช่วยหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
สรุปประเด็นสำคัญจากรายงาน
มูลค่าการค้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน:
ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 รัสเซียนำเข้าโดรนจากไทยมูลค่าสูงถึง 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็น 88% ของยอดส่งออกโดรนทั้งหมดของไทย) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 8 เท่า
ในช่วงเวลาเดียวกัน จีนส่งออกโดรนมายังไทยมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของโดรนที่ไทยนำเข้า
เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2022 (ปีที่รัสเซียเริ่มบุกยูเครน) ไทยมีการส่งออกโดรนรวมทั่วโลกไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีการส่งไปยังรัสเซียเลย
บริษัทและตัวกลางที่ถูกระบุชื่อ
China Thai Corp. (กำลังเปลี่ยนชื่อเป็น Lanto Global Logistics):
ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ นำเข้าโดรนจีนเข้ามายังไทยมูลค่าราว 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025
ถูกทางการสหราชอาณาจักร (UK) ประกาศแซงก์ชันในเดือนตุลาคม 2025 ข้อหาจัดหาเทคโนโลยีให้แก่กองทัพรัสเซีย
Skyhub Technologies Ltd.:
บริษัทจดทะเบียนในกรุงเทพฯ (ระบุประเภทธุรกิจบังหน้าเกี่ยวกับการให้เช่ารถ) นำเข้าโดรนจากบริษัท Autel Robotics ของจีน มูลค่ากว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025
สินค้ารวมถึงรุ่น EVO Max 4T จำนวนหลายร้อยตัว ซึ่งแม้จะระบุว่าเป็นโดรนพลเรือน แต่สามารถนำไปปรับใช้ในภารกิจการสู้รบได้
ท่าทีของหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
กรมศุลกากรของไทย: นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร (ในขณะนั้น) ชี้แจงว่า การส่งออกโดรนจีนจากไทยยังคงอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน เนื่องจากผู้นำเข้าไม่จำเป็นต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานปลายทาง หรือปลายทางที่จะส่งออกต่อเมื่อนำเข้าโดรนมาจากจีน
Autel Robotics (ผู้ผลิตจีน): ปฏิเสธความร่วมมือโดยตรงกับกองทัพรัสเซีย และยืนยันว่าปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่าโดรนมีระบบ Geofencing เพื่อจำกัดการบินในพื้นที่ขัดแย้ง
บริบททางภูมิรัฐศาสตร์
นักวิเคราะห์จากสถาบันการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (IISS) ระบุว่า เมื่อชาติตะวันตกเริ่มกวดขันเส้นทางขนส่งผ่านภูมิภาคเดิม เช่น คาซัคสถาน หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เครือข่ายการค้าจึงเปลี่ยนทิศทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้บริษัทนอมินีและตัวกลางในประเทศที่สามเพื่อส่งต่อเทคโนโลยีประเภท Dual-use (ใช้งานได้ทั้งทางแพ่งและทางการทหาร) ไปยังรัสเซียอย่างต่อเนื่อง
(Gemini สรุป)
.....
เอกราช อุดมอำนวย - Ekkarach Udomumnuay - จอจาน
9 hours ago
·
ภาพลวงตา “แยกการค้า-ความมั่นคง” นายกฯ ปัดฐานโดรนสหรัฐฯ แต่ปล่อย Free Zone รั่ว-การข่าวพัง-นอมินีจีนลอยนวล
ภาพลวงตา “แยกการค้า-ความมั่นคง” นายกฯ ปัดฐานโดรนสหรัฐฯ แต่ปล่อย Free Zone รั่ว-การข่าวพัง-นอมินีจีนลอยนวล
โลกแฉยับ! Bloomberg ชี้ "ไทย" เป็นทางผ่านโดรนจีนส่งรัสเซีย ขัดแย้งคำพูดนายกฯ "แยกการค้า-ความมั่นคง“
ในขณะที่นายกฯ ออกมายืนยันว่าไม่มีการตั้งฐานผลิตโดรนของสหรัฐฯ ในไทย เพื่อรักษาความเป็นกลางทางการทูต
แต่ดูเหมือน "โลก" จะไม่ได้มองแบบนั้น... ล่าสุด Bloomberg ได้พาดหัวข่าวสั่นสะเทือนรัฐบาลไทยว่า "โดรนจีนกำลังถูกส่งเข้าสู่รัสเซียผ่านทางประเทศไทย" (Chinese Drones Are Now Entering Russia Via Thailand
จีนหลีกเลี่ยงการแซงซั่นจาก EU โดยใช้ไทยเป็นทางผ่าน
ยืนยัน สิ่งที่ กมธ. การทหาร ของไทยเพิ่งตรวจสอบข่าว ว่ามีชิ้นส่วนโดรนและสินค้าใช้ได้สองทาง (Dual-use) ถูกสั่งนำเข้า-ส่งออกผ่าน "เขตปลอดอากร (Free Zone)" ของไทย และไปจบลงที่เศษซากอาวุธในสมรภูมิรัสเซีย-ยูเครน!
11 เดือนแรก ของปี 68 พบว่าร้อยละ 88 ของโดรนที่ออกจากไทยส่งไปรัสเซีย ทั้งหมดนำเข้าและส่งออกจากจีน เป็น เรากำลังไปส่วนหนึ่งของความขัดแย้งของโลกโดยไม่รู้ตัว นี่คือความหละหลวมของหน่วยงานมั่นคงไทย โดยกลุ่มทุนต่างชาติหรือนอมินี มักใช้ช่องทาง Transshipment ในประเทศที่สาม ที่กฎหมายอ่อนแออย่างไทย เพื่อฟอกแหล่งที่มา ของสินค้า หลบเลี่ยงการคว่ำบาตร (Sanctions) จากมหาอำนาจ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความพังทลายของระบบกำกับดูแลความมั่นคงของประเทศใน 3 มิติ
1. เขต Free Zone ที่ควรใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ กลับถูกใช้เป็นจุดพักและส่งผ่านชิ้นส่วนเทคโนโลยีสงคราม เพราะกฎหมายศุลกากรและกระทรวงพาณิชย์ไร้ความเข้มงวด
2. ไร้มาตรการสกัด “ทุนจีนนอมินี”
ปล่อยให้ "ทุนจีนนอมินี" เข้ามาสวมรอยตั้งบริษัทลอจิสติกส์ในไทยเพื่อใช้ประโยชน์จาก Free Zone อย่างเสรีการใช้ไทยเป็นทางผ่านยุทธภัณฑ์ทำได้ง่ายดาย ไม่มีการตามเส้นทางการเงิน หรือสแกนหาเจ้าของที่แท้จริง ปล่อยให้ "ทุนจีนนอมินี" เข้ามาสวมรอยตั้งบริษัทโลจิสติกส์บังหน้า และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ Transshipment ได้อย่างลอยนวล
3. “สมช. ละลาย” การข่าวที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่ต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานส่งผ่านชิ้นส่วนสงครามจนสื่อโลกเอาไปแฉ หน่วยงานด้านการข่าว และ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กลับอยู่ในสภาพ "ละลาย" ไร้บทบาทเชิงรุก ปล่อยให้ฝ่ายนิติบัญญัติและสื่อต่างชาติทำงานแทน
รัฐบาลอาจจะภูมิใจที่ปฏิเสธฐานทัพสหรัฐฯ ได้ แต่การหลับตาข้างเดียว ปล่อยให้ทุนจีนนอมินีใช้ช่องโหว่กฎหมายและ Free Zone ของไทยเป็นทางผ่านส่งอาวุธให้รัสเซีย ท่ามกลางการข่าวที่พังทลาย... กำลังจะลากประเทศไทยไปเผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่จะถูกนานาชาติ "คว่ำบาตร" ทางเศรษฐกิจโดยไม่รู้ตัว!
ว่าแต่ นายกฯ รู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง