
น้อง-ธัญญารัตน์ ถาม่อย
9 hours ago
·
ทำข่าว = อั้งยี่?
Journalist is not a Crime
”ข้าวโพด“ นายทรงพล เรืองสมุทร
Songpon Ruengsamut หัวหน้าช่างภาพ สื่อออนไลน์ SPACEBAR ช่างภาพและสื่อมวลชน
.
คือ 1 ใน 6 รายชื่อ ที่มีรายงานว่า ถูก กกต. แจ้งความเอาผิดข้อกล่าวหาหนัก
เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
ความผิดฐานเป็น "อั้งยี่"
ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.
กระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ
จนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่า ถูกแจ้งความเพราะอะไร สาเหตุคืออะไร โดยเฉพาะข้อหาอั้งยี่
จากเหตุการณ์วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 69 ที่เดินทางจากบ้าน 13.00 น. ไปทำข่าวตามหมายข่าวทั่วไปที่หน่วยเลือกตั้งเขตคันนายาว พร้อมกับสื่อมวลชนสำนักอื่น
ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาอีก 5 คนที่เหลือ อยู่ในสถานะของสื่อมวลชนและบุคคลในข่าว ไม่มีบุคคลไหนรู้จักหรือมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว
”ไม่ใช่แม้กระทั่งแหล่งข่าวที่เคยติดต่อกัน“
เราอยู่ในประเทศที่อยู่ในระบบกล่าวหา แต่คำถามคือ
‘การกล่าวหาดังกล่าวมีมูลความจริงแค่ไหน’ และหน่วยงานองค์กรอิสระ มองการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนยังไง?
ฝาก กกต. ถ้า ‘ไม่แถลง’ ก็ชี้แจงเป็นเอกสารทีค่ะ
ว่าทำไมถึงแจ้งความเอาผิดสื่อมวลชนในลักษณะนี้
มีบรรทัดฐานยังไง หรือหลักฐานอะไร?
.
และนี่คือเนื้อหาที่มีการนำเสนอ ขณะที่ลงพื้นที่ทำข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568
ฝากทุกคนพิจารณาค่ะ ว่าคิดเห็นอย่างไร
https://www.facebook.com/share/p/1bcetXwmrq/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/1C8MmJkPGY/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/1HbiZmi7Ra/?mibextid=wwXIfr
.
ข่าวที่สื่อมวลชนสำนักต่างๆ นำเสนอวันนี้
26 กุมภาพันธ์ 2569
เปิดชื่อ 6 บุคคลถูก ‘กกต.’ แจ้งความเอาผิด ปม ถ่ายภาพ-ถอดรหัส ‘บัตรเลือกตั้ง’ 22 ก.พ. ‘ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ‘ ตาม พรป.กกต.-ป.อาญา-พรบ.คอมพ์
วันที่ 26 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวจากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้ง
ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หนูเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น
.
มีรายงานว่า บุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีนั้นมีจำนวน 6 รายประกอบไปด้วย
1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain
3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black.
4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.)
6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสื่อ Spacebar
.
โดย กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , มาตรา 209 , มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา14
.
ทั้งนี้ ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรง
ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 กำหนดว่า "ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้ง และไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000
มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จ ที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
.
FYI : มี Edit เพิ่มเติมเนื้อหา
https://www.facebook.com/nong.thanyarat/posts/10232294591216184
·
ทำข่าว = อั้งยี่?
Journalist is not a Crime
”ข้าวโพด“ นายทรงพล เรืองสมุทร
Songpon Ruengsamut หัวหน้าช่างภาพ สื่อออนไลน์ SPACEBAR ช่างภาพและสื่อมวลชน
.
คือ 1 ใน 6 รายชื่อ ที่มีรายงานว่า ถูก กกต. แจ้งความเอาผิดข้อกล่าวหาหนัก
เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
ความผิดฐานเป็น "อั้งยี่"
ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.
กระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญจนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่า ถูกแจ้งความเพราะอะไร สาเหตุคืออะไร โดยเฉพาะข้อหาอั้งยี่
จากเหตุการณ์วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 69 ที่เดินทางจากบ้าน 13.00 น. ไปทำข่าวตามหมายข่าวทั่วไปที่หน่วยเลือกตั้งเขตคันนายาว พร้อมกับสื่อมวลชนสำนักอื่น
ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาอีก 5 คนที่เหลือ อยู่ในสถานะของสื่อมวลชนและบุคคลในข่าว ไม่มีบุคคลไหนรู้จักหรือมีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัว
”ไม่ใช่แม้กระทั่งแหล่งข่าวที่เคยติดต่อกัน“
เราอยู่ในประเทศที่อยู่ในระบบกล่าวหา แต่คำถามคือ
‘การกล่าวหาดังกล่าวมีมูลความจริงแค่ไหน’ และหน่วยงานองค์กรอิสระ มองการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนยังไง?
ฝาก กกต. ถ้า ‘ไม่แถลง’ ก็ชี้แจงเป็นเอกสารทีค่ะ
ว่าทำไมถึงแจ้งความเอาผิดสื่อมวลชนในลักษณะนี้
มีบรรทัดฐานยังไง หรือหลักฐานอะไร?
.
และนี่คือเนื้อหาที่มีการนำเสนอ ขณะที่ลงพื้นที่ทำข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568ฝากทุกคนพิจารณาค่ะ ว่าคิดเห็นอย่างไร
https://www.facebook.com/share/p/1bcetXwmrq/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/1C8MmJkPGY/?mibextid=wwXIfr
https://www.facebook.com/share/p/1HbiZmi7Ra/?mibextid=wwXIfr
.
ข่าวที่สื่อมวลชนสำนักต่างๆ นำเสนอวันนี้26 กุมภาพันธ์ 2569
เปิดชื่อ 6 บุคคลถูก ‘กกต.’ แจ้งความเอาผิด ปม ถ่ายภาพ-ถอดรหัส ‘บัตรเลือกตั้ง’ 22 ก.พ. ‘ไอติม-สมชัย-นักไอที-ช่างภาพสื่อ‘ ตาม พรป.กกต.-ป.อาญา-พรบ.คอมพ์
วันที่ 26 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวจากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกต้้ง
ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หนูเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กทม. เมื่อวันที่ 22 ก.พ.นั้น
.
มีรายงานว่า บุคคลที่ กกต.แจ้งความให้มีการดำเนินคดีนั้นมีจำนวน 6 รายประกอบไปด้วย
1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain
3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black.
4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.)
6.ทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพสื่อ Spacebar
.
โดย กกต.แจ้งความให้ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , มาตรา 209 , มาตรา 322 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา14
.
ทั้งนี้ ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าวบัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรง
ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.2560 กำหนดว่า "ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือกรรมการที่ กกต. แต่งตั้ง ถ้าการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้การเลือกตั้ง และไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือการปกครองประเทศโดยใช้กำลังความรุนแรง หรือกระทำการใด ๆ ในการยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
ส่วนมาตรา 209 ซึ่งเป็นความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" บัญญัติว่าผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000
มาตรา 322 ผู้ใดเปิดผนึก หรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความก็ดี เพื่อนำข้อความในจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผยก็ดี ถ้าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 บัญญัติถึงการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม เท็จ ที่ส่งผลเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคง หรือเป็นข้อมูลลามก รวมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
.
FYI : มี Edit เพิ่มเติมเนื้อหา
https://www.facebook.com/nong.thanyarat/posts/10232294591216184
