
The Active
August 20, 2025
·
เรามักได้ยินคำกล่าวหาว่า “เด็กสมัยนี้เรียนประวัติศาสตร์น้อยไป ทำให้ขาดความรักชาติ” จึงต้องเพิ่มเนื้อหาให้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริง เด็กไทยยุคนี้กลับเรียนวิชาประวัติศาสตร์ “เข้มข้นกว่ายุคก่อน” เสียด้วยซ้ำ
.
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และการปรับโครงสร้าง พ.ศ. 2552 กำหนดให้นักเรียนเรียน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ต่อเนื่องตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ที่ถูกแยกออกมานับหน่วยกิตต่างหาก พร้อมวางมาตรฐาน ส 4.3 เน้นให้เด็กเข้าใจความเป็นมาของชาติไทย รักและภูมิใจในความเป็นไทย ซึ่งสะท้อนว่าการศึกษาไทยมุ่งสอนให้ “รักชาติ” ผ่านวิชาประวัติศาสตร์มาตลอดกว่า 20 ปีแล้ว
.
The Active ชวนย้อนดูว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา "วิชาประวัติศาสตร์" ถูกหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายการศึกษาของรัฐอย่างไรบ้าง
.
23 พ.ย. 2565 – ตรีนุช เทียนทอง ผลักดันนโยบาย 8+1 แยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากสังคมศึกษา เพื่อปลูกฝังความรักชาติและหวงแหนมรดกบรรพบุรุษ
17 พ.ย. 2566 – พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. รับนโยบายจาก อนุทิน ชาญวีรกูล จับมือหน่วยงานรัฐลงนาม MOU ผลักดันการเรียนรู้ที่เน้นการเทิดทูนสถาบันหลักและภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติ
7 ก.พ. 2567 – เพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัด อว. ส่งหนังสือถึงมหาวิทยาลัย แนะสอนนิสิตให้รักชาติและสถาบัน ผลักดันการเรียนประวัติศาสตร์เข้มข้นเพื่อเป็น Soft Power พร้อมมาตรการป้องกันการ “ยุยงแตกแยก”
14 มิ.ย. 2567 – สพฐ. เพิ่มเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย โดยกำหนดว่าผู้เข้าสอบต้องแสดงความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย รักชาติ และจงรักภักดีต่อสถาบัน ซึ่งไม่เคยมีในเกณฑ์ปี 2563 มาก่อน
18 ส.ค. 2568 – นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เสนอให้ ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเป็นวิชาเอกสอบเข้า ม.1 และ ม.4 เพื่อยกระดับสถานะวิชา พร้อมย้ำว่า “ประวัติศาสตร์ไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก”
20 ส.ค. 68 - ว่าที่ ร.ต. ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. (2566 - ปัจจุบัน) เตรียมประสาน อว. ใช้ความสามารถด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “วิชาสังคมศึกษา” ถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐในการหล่อหลอมความคิดพลเมือง และก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะตลอดประวัติศาสตร์ เราเห็นความพยายามของผู้มีอำนาจในการช่วงชิง “ความหมาย” ของตำราเรียนสังคมศึกษาอยู่เสมอ
.
อดีตที่ผ่านมาได้ย้ำเราเสมอว่า “ชาติ” มักถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้าย “คนในชาติ” เพียงเพราะต่างมีวิธีรักชาติไม่เหมือนกัน ดังนั้น ห้องเรียนประวัติศาสตร์ไม่ควรผลิตซ้ำความขัดแย้งเดิม แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราเข้าใจรากเหง้า ความคิด และความแตกต่างของเพื่อนร่วมสังคม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างเคารพกันและกัน
ชวนอ่านงานของ The Active เพื่อสำรวจปัญหาในการยัดเยียดวิชาประวัติศาสตร์ และมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้างเด็กไทยให้คิดไกลไปถึงเป็นพลเมืองโลก
.
.
วิชาประวัติศาสตร์ เรียนให้หนัก รักชาติไม่ลงhttps://theactive.thaipbs.or.th/video/education-20231209
ข้อสอบ(ไม่)เป็นภัยคุกคามชาติ : ว่าด้วยความเข้าใจ เรื่องที่ ‘พูดยาก’ ในวิชาสังคมฯhttps://theactive.thaipbs.or.th/read/social-studies-exam
ทะลุกะลาตำรา: สอนสังคมศึกษาอย่างไร ให้ไม่ไร้เดียงสาhttps://theactive.thaipbs.or.th/read/social-science-textbook
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1181340617354618&set=a.647529040735781