วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 27, 2569

มองประวัติศาสตร์ไทยผ่านชีวิต เลือดเนื้อ และความเจ็บปวดของนักโทษการเมือง : สนทนากับ ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
14 hours ago
·
มองประวัติศาสตร์ไทยผ่านชีวิต เลือดเนื้อ และความเจ็บปวดของนักโทษการเมือง : สนทนากับ ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น
.
.
ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ท่ามกลางการต่อสู้ช่วงชิงเพื่อเข้าสู่อำนาจและรักษาสถานะนำตลอดเกือบศตวรรษ ย่อมปรากฏว่ามีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ ผู้ชนะนั้น ย่อมถูกเรียกขานในนามที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น “หัวหน้าคณะปฏิวัติ” “จอมพล” หรือ “นายกรัฐมนตรี” อำนาจนำที่แย่งชิงมาได้ นอกจากจะทำให้พวกเขาสามารถกำหนดทิศทางของประเทศได้แล้ว ยังทำให้สามารถกำหนดทิศทางของเรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อในสังคมได้ด้วย ซึ่งเรื่องเล่าเหล่านั้นจะกลายมาเป็นประวัติศาสตร์กระแสหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ทุกคนในชาติจะต้องยอมรับและจดจำไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่
.
ส่วนสถานะหรือชื่อเสียงเรียงนามของผู้แพ้ ซึ่งถูกตั้งให้ใหม่โดยผู้ชนะอย่างไม่เต็มใจนั้น บ้างก็ปรากฏในชื่อของ “กบฏ” “คนทรยศ” ไม่ก็ “คนขายชาติ” ชื่อใหม่ย่อมมาพร้อมกับสถานะใหม่ ที่ผู้แพ้จะต้องถูกจองจำ สูญสิ้นเสรีภาพ และมีมลทิน
.
ทว่า ความย้อนแย้งในสถานะใหม่ของผู้แพ้ คือการที่ผู้มีอำนาจรัฐ กลับปฏิเสธที่เรียกขานพวกเขาว่า “นักโทษการเมือง” ทั้ง ๆ ที่เหตุที่พวกเขาต้องถูกจองจำนั้นก็เป็นเหตุมาจากการกระทำทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านผู้มีอำนาจรัฐ การลุกขึ้นประท้วง การแสดงความคิดเห็น หรือแม้กระทั่งการตั้งคำถาม
.
การปฏิเสธความเป็นการเมืองของนักโทษเหล่านี้ ทำให้เรื่องราวการต่อสู้ของพวกเขาไม่ถูกจดจำและถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์กระแสหลัก กลายเป็นเพียงเรื่องราวที่ถูกเลือนลาง กระจัดกระจาย มิอาจถูกเรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์กระแสรองได้ด้วยซ้ำ
.
การปฏิเสธความเป็นการเมืองของนักโทษเหล่านี้ ดำเนินเรื่อยมาจนถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้ภาพและชื่อเสียงเรียงนามของคนจำนวนหนึ่งที่ต้องติดคุกและไม่ได้รับสิทธิประกันตัวตามที่ควรจะได้รับ จะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าพวกเขาล้วนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่คนอีกจำนวนไม่น้อยก็ยังยืนกรานปฏิเสธตัวตนของพวกเขาและพยายามวาดภาพพวกเขาให้เป็นเพียงคนที่ทำผิดกฎหมายอาญาธรรมดาเท่านั้น
.
ขณะเดียวกันงานวิชาการที่จะมาเสริมพลังและเติมเต็มความหมายและเรื่องราวของ “นักโทษการเมือง” หรือ “คดีทางการเมือง” ก็ยังมีน้อยชิ้น เหตุเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะศึกษาลงลึก ทั้งด้วยปัจจัยความพร้อมด้านข้อมูล และปัจจัยความพร้อมของสังคมไทย
.
ทว่า ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน สหรัฐอเมริกา กลับเลือกที่จะหยิบเรื่องราวของนักโทษการเมืองเหล่านี้ มาศึกษาอย่างจริงจังและเป็นระบบ ผ่านการอ่านบันทึกของนักโทษทางการเมืองไทยตั้งแต่ปี 2490 จนถึงปัจจุบัน โดยเธอตั้งชื่อหนังสือของเธออย่างไม่เป็นทางการว่า The Carceral Kingdom : Political Prisoners and History in Thailand และเมื่อ 12 พ.ย. 2568 เธอได้จัดการบรรยายในหัวข้อ “ประวัติศาสตร์นิพนธ์นักโทษการเมืองไทยในประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง” ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นการบรรยายที่พูดถึงส่วนหนึ่งในหนังสือที่เธอกำลังเขียนอยู่
.
ไม่ใช่แค่บันทึกของนักโทษการเมืองเท่านั้นที่เธอคลุกคลีและผ่านตา แต่เธอยังได้ไปสัมผัส ชีวิต น้ำเสียง ความเจ็บปวดของนักโทษการเมืองผ่านการร่วมฟังการพิจารณาคดีการเมืองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสำหรับเธอแล้วเหมือนกับการได้ไปเห็นฉากฉากหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้
.
ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่สับสนและเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน สนทนากับ ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น ถึงงานชิ้นใหม่ของเธอ อันว่าด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของนักโทษการเมืองไทย
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/81975
.
.
“Public Horizon” คอลัมน์ที่จะสนทนากับนักวิชาการ นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญจากหลากสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการเมือง กฎหมาย สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ สิทธิมนุษยชน และสาขาอื่น ๆ ที่ยืนหยัดขยายเส้นขอบฟ้าแห่งองค์ความรู้ ด้วยความพยายามสร้างคำอธิบายปรากฏการณ์เพื่อทำความเข้าใจปัญหาในกระบวนการยุติธรรมที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบันให้มากยิ่งขึ้น

https://www.facebook.com/photo?fbid=1325927702711030&set=a.656922399611567