วันพุธ, เมษายน 15, 2569

ทรั้มพ์ โพสต์บนโซเชียล ว่าอัตราการเกิดในไทยก็ลดลงเหลือ ๐.๗๘ แค่นั้น น่าจะทำไก๋ เฉไฉจากรายงานในอเมริกาอัตราลดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.๒๐๐๗

นี่ถ้า แว้น สักหน่อย ก็อยากจะบอกว่า เฮ้ย นายเผือกอะไรกับเราฮวะ ไอ้เรื่องทำไก๋ เฉไฉละนายที่หนึ่ง ดอแนลด์ ทรั้มพ์ โพสต์บน ทรุธโซเชียล (เดี๋ยวนี้เขาเรียกกันว่า ฟรุตส์โซเชียล แล้ว) ว่าอัตราการเกิดในไทยก็ลดลงเหลือ ๐.๗๘ แค่นั้น

แน่ละ ถ้าจะให้เทียบกับอเมริกามันคนละชั้น ปีนี้ ซีดีซี หรือศูนย์ควบคุมเชื้อโรค ที่เด็กทรั้มพ์ รอเบิร์ต เค็นเนดี้ จูเนียร์ พยายามเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำ บอกว่าอัตราเด็กเกิดใหม่ ตามสถิติสิ้นปี ๒๐๒๕ ลงต่ำไปอีกน่าใจหายที่ ๕๓.๑ ต่อสตรี ๑ พันคน

ก็เท่ากับ ๐.๕๓๑ ต่อสตรี ๑ คน ของไทยน่าจะย่อมดีกว่าหลายขุม แต่ข่าวที่ทรั้มพ์เอามาแชร์บอกว่า อัตราเกิดของไทยต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าเกาหลีใต้ซึ่งอยู่ที่ ๐.๘ ต่อสตรี ๑ คน ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ประชากรหดลงเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

โพสต์ของทรั้มพ์เพิ่มเติมด้วยว่า ในไทยอัตราการตายของประชากรมากกว่าอัตราการเกิด ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ โน่นแน่ะ เมืองไทยเวลานี้จึงมีคนสูงวัยมากกว่าคนหนุ่มสาว ซึ่งก็จริงแหละ พวกนั่งๆ นอนๆ กินบำนาญแล้วสั่งโน่นสั่งนี่ มากกว่าพวกตากเหงื่อแบกจ๊อบ

จะว่าเฮียทรั้มพ์แกห่วงใยประเทศไทยที่ลดความสามารถการผลิตเลี้ยงโลกลงไป ก็คงไม่ใช่หรอก คนอย่างหมอนี่ แกชอบสร้างดราม่า distracts ปัญหาภายในประเทศและส่วนตัว อย่างก่อสงครามกับอิหร่าน นั่นกำเรื่องมหึมากลบข้อเท็จจริงในแฟ้ม เอ็ปสไตน์

สำหรับเรื่องอัตราการเกิดในสหรัฐ ดูรายงานของ Center for Disease Control and Prevention ในรายละเอียด คร่าวๆ ก็คือเมื่อปีที่แล้วอัตราความสมบูรณ์ในการตั้งครรภ์ของผู้หญิงในอเมริกาโดยรวม ลดลงไปอีก ๑% จาก ๕๓.๘ ในปี ๒๐๒๔

อัตราถดถอยนี้เป็นมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ.๒๐๐๗ ทั้งนี้เพราะการตั้งครรภ์ในหมู่หญิงวัยทีนเอจ หรือ Gen Z (๑๔- ๒๙ ปี) ลดฮวบลงไป ๗๒% แม้นว่าในหมู่สาวมิลเลเนี่ยน (๓๐-๓๔ ปี) อัตราตั้งครรภ์เพิ่ม ๓% จากปี ๒๐๒๕ ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าอัตราลดจะไม่ถาวร

นักเศรษฐศาสตร์ ยูซีแอลเอ มาธา เบลลี่ย์ หวังว่าจะมีการพลิกผันกลับของอัตราการเกิดได้ในวันข้างหน้า เหมือนที่เคยเป็นมาในยุคซิกตี้ (1970’s) ในเมื่อเหตุที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์น้อยลง เพราะสาวยุคนี้เลือกที่จะผลัดผ่อน เลื่อนเวลาออกไป

และปัจจัยที่ทำให้เลื่อนการมีลูกออกไปยุคนี้เพราะธรรมเนียมสังคมเปลี่ยนไป เฉพาะหน้าคือปัญหาเศรษฐกิจ เฉพาะหน้ากว่านั้นก็ทรั้มพ์นี่แหละทำให้รายได้ฝืดเคือง การตั้งกำแพงภาษีศุลกากรทำให้การค้าซึ่งต้องมีปฏิสัมพันธ์กับโลกหดตัว

ที่น่าชวนหัวแต่ว่าอ่านแล้วเห็นจริง ก็คือนโยบายด้าน อิมมิเกรชั่นพยายามกำจัด ขับไล่ชนผิวต่างสีโดยเฉพาะจากอเมริกากลางและใต้ ซึ่งมาอยู่อเมริกาแล้วผลิตอนุชนกันอย่างว่องไว ปฏิบัติการของ ‘ICE’ จะทำให้อัตราเด็กเกิดใหม่ลดลงไปอีก

(https://www.cdc.gov/nchs/data/vsrr/vsrr043.pdf, https://www.nytimes.com/2026/04/09/us/fertility-rates-decline.html และ https://facebook.com/share/p/1CLcXD4beV/)