วันจันทร์, เมษายน 27, 2569

ภาพเพลิงพิโรธขนาดมหึมา กับรายงานการเข้าดับไฟที่ยากเย็นตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน จนถึง 26 เมษายน 2567 ยังคงเป็นภาพตามหลอกหลอนชีวิตของชาวหนองพะวา จ.ระยอง แต่ภายหลังเพลิงสงบ สิ่งที่หลอกหลอนพวกเขายิ่งกว่าคือมลพิษที่ยังคงตกค้าง รวมถึงการจัดการและฟื้นฟูที่ยังคงไร้ความหวัง


Epigram News
Yesterday
·
ภาพเพลิงพิโรธขนาดมหึมา กับรายงานการเข้าดับไฟที่ยากเย็นตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน จนถึง 26 เมษายน 2567 ยังคงเป็นภาพตามหลอกหลอนชีวิตของชาวหนองพะวา จ.ระยอง แต่ภายหลังเพลิงสงบ สิ่งที่หลอกหลอนพวกเขายิ่งกว่าคือมลพิษที่ยังคงตกค้าง รวมถึงการจัดการและฟื้นฟูที่ยังคงไร้ความหวัง ในขณะที่ประเทศไทยเปลี่ยนหน้ารัฐมนตรีและครม.ไปแล้วกว่า 3 ครั้ง
.
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานวิน โพรเสส ที่บ้านหนองพะวา ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง จบลง หากแต่ซากปรักหักพังของโกดังในโรงงานยังคงตระหง่านอยู่ที่เดิม ถังเก็บสารเคมีหรือถังเบาท์ (ถัง IBC) ที่บิดเบี้ยวก็ยังคงมีประปราย ถังโลหะไหม้เกรียมที่ถูกแรงระเบิดอัดไปติดบนหลังคาก็ยังคงมีให้เห็น เช่นเดียวกันกับเศษซากกองขยะอย่างถุงยางอนามัย เข็มฉีดยาจำนวนมหาศาลก็ยังคงกองพะเนินอยู่โดยเฉพาะในพื้นที่โกดัง และไม่ต่างอะไรกับเถ้าถ่านจากกากสารเคมีอันตรายที่เกาะแน่นกับผืนดินราวกับจะย้ำเตือนว่า ‘ไฟไหม้ครั้งนั้น’ ไม่เคยจางหายไปไหน
.
แม้ภาพความเสียหายอาจดูเบาบางลงบ้าง ผ่านคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนงานหลากหลายระยะ ทั้งการลงพื้นที่ของผู้มีอำนาจหลายชุด ที่ส่งผลให้การขนย้ายกากอุตสาหกรรมและสารเคมีบางส่วนเกิดขึ้นจริง แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยนามของ ‘เงินภาษีประชาชน’
.
ชวนย้อนดูไทม์ไลน์หลังเกิดเหตุ สำรวจความคืบหน้าหลังเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานวิน โพรเสส ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ว่าอะไรถูกแก้ไปแล้ว อะไรยังค้างคา และเพราะเหตุใด ‘การขนย้าย’ ที่เกิดขึ้นจึงอาจเป็นเพียงการแตะปลายเหตุ ขณะที่แหล่งกำเนิดของการปนเปื้อนอาจยังคงฝังตัวอยู่ใต้ผืนดิน ในบ่อน้ำ และในชีวิตของคนหนองพะวา
.
#เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังไฟมอดดับ
.
ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ โรงงานวิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง กลายเป็นจุดเช็คอินที่ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดี และหน่วยงานจำนวนมากมาลงพื้นที่เยี่ยมเยือนและติดตามสถานการณ์ ทั้งยังมีแผนการขนย้าย แผนการฟื้นฟูระยะต่างๆ มีคำสั่งศาล ไปจนถึงแนวทางการแก้กฎหมายซึ่งนำไปสู่การขนย้ายกากอุตสาหกรรม สารเคมี และวัตถุอันตรายบางส่วนออกจากพื้นที่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชุมชนยังคงต้องอยู่กับความไม่แน่นอน ทั้งกลิ่นเหม็นที่โชยมาเป็นระลอก ทั้งสารปนเปื้อนที่ซึมลงแหล่งดินแหล่งน้ำของชุมชน และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบว่า การขนย้ายนี้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรดิน และทรัพยากรน้ำทั้งบนดินและใต้ดินจะเริ่มขึ้นเมื่อใด
.
และนี่คือไทม์ไลน์สิ่งที่เกิดขึ้นหลังพายุเพลิงที่โหมกว่า 6 วันกว่าจะสงบลง
.
วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามเหตุไฟไหม้โรงงานวิน โพรเสส จำกัด จังหวัดระยอง โดยมีผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์
.
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำภายในโกดังอาคาร 3 ในพื้นที่โรงงานวิน โพรเสสบริเวณกองขยะทั่วไป ซึ่งประกอบด้วย เศษผ้า เศษไม้ และเศษพลาสติก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เข้าระงับเหตุ จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด
.
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2567 อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงพื้นที่โรงงาน วิน โพรเสส ร่วมกับผู้ว่าฯ ระยอง เพื่อติดตามการจัดการกากสารเคมีที่เหลือจากเหตุไฟไหม้ โดยนำบริษัทเอกชน 4 รายเข้าประเมินปริมาณและแนวทางขนย้าย
.
ผลการประเมินพบว่า มี 2 บริษัท พร้อมรับขนย้ายกากบางส่วนออกไปกำจัดอย่างถูกต้อง โดยบริษัทแรก เอสซีไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด รับขนตะกอนจากการบำบัดกรดกัดแก้วประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตร โดยคาดใช้เวลา 4–6 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
.
ส่วนบริษัทที่สองคือ เมทเทิลคอม จำกัด รับขนตะกรันอะลูมิเนียมหรืออะลูมิเนียมดรอสจากโกดังกว่า 7,000 ตัน โดยทั้งสองกรณีเป็นการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของภาคเอกชนในลักษณะ CSR เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
.
วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2567 บริษัท เมทเทิลคอม จำกัด ซึ่งมีปลายทางในอำเภอพนัสนิคม จ.ชลบุรี ได้สั่งระงับการขนย้ายอะลูมิเนียมดรอสชั่วคราว หลังชาวบ้านในพื้นที่แสดงความกังวลต่อการนำกากอุตสาหกรรมเข้าไปกำจัด
.
วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2567 สถานการณ์ตึงเครียดจากการที่ทั้งสองพื้นที่ (ต้นทาง–ปลายทาง) ไม่ต้องการรับอะลูมิเนียมดรอสเข้าพื้นที่ โดยชาวบ้านในชลบุรีรวมตัวประท้วงไม่ให้ บริษัท เมทเทิลคอม จำกัด รับอะลูมิเนียมดรอสจากระยอง ทำให้บริษัทต้องเร่งขนอะลูมิเนียมดรอสกว่า 300 ตัน กลับต้นทางที่ระยอง ซึ่งเมื่อรถบรรทุกกากอะลูมิเนียมดรอสมาถึงและได้ถูกชาวบ้านหนองพะวาดักปิดไม่ให้กลับเข้าไปที่โรงงานวิน โพรเสส จนเกิดเหตุปะทะคารมระหว่างชาวบ้านนำโดยกำนันตำบลบางบุตร กับ ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ส.ส.พื้นที่ในขณะนั้นที่บริเวณหน้าโรงงาน
.
วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ศาลจังหวัดระยอง มีคำพิพากษาให้ริบของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมวัตถุอันตรายของกลางเพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร โดยบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งกรอ. จะใช้เงินที่ วิน โพรเสส นำมาวางศาลไว้จำนวน 4.9 ล้านบาท เป็นลำดับแรกในการบำบัดของเสียที่เป็นวัตถุอันตรายของกลาง
.
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2567 จุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ประชุมติดตามการตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการดำเนินคดี กรณีโรงงานเก็บกากสารเคมี บริษัท วิน โพรเสส จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และโรงงานในเครือ บริษัท เอกอุทัย จำกัด ทั้งหมดทั้งใน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งสาขาศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และสาขากลางดง จ.นครราชสีมา
.
วันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2567 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง เพื่อติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและวางแนวทางแก้ไข
.
กระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ได้ดำเนินคดีต่อบริษัทและเร่งให้มีการจัดการกากอันตราย โดยมาตรการเร่งด่วนประกอบด้วย การเบี่ยงทางน้ำและติดตั้งระบบสูบน้ำ เพื่อป้องกันการชะล้างสารปนเปื้อน ตามมาด้วยการใช้งบ 4 ล้านบาท กำจัดอะลูมิเนียมดรอส และสุดท้ายคือการบำบัดน้ำเสียเพื่อลดการรั่วไหลสู่พื้นที่ชาวบ้าน
.
วันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2568 เริ่มมีการขนย้ายอะลูมิเนียมดรอสล็อตแรกเพื่อนำไปบำบัดกำจัดอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการที่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยใช้เป็นวัตถุดิบผสมร่วมกับดินอะลูมินาในกระบวนการเผา เพื่อผลิตปูนซีเมนต์ซึ่งใช้อุณหภูมิสูงกว่า 1,400 องศาเซลเซียส
.
รวมทั้งสามารถขนย้ายอะลูมิเนียมดรอสทั้งหมดแล้วเสร็จ 100% ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม–1 มีนาคม พ.ศ.2568 รวมระยะเวลาเพียง 46 วัน รวมทำการขนย้ายไปทั้งสิ้น 225 เที่ยว จำนวนกว่า 5,400 ตัน โดยใช้งบประมาณในการขนย้ายและบำบัดกำจัดถึง 3.09 ล้านบาท
.
วันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2568 เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง อีกครั้ง เน้นย้ำว่ากระทรวงฯ จะเร่งกำจัดอะลูมิเนียมดรอสโดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 26 เมษายน พ.ศ.2568 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชุมชน ขณะเดียวกัน ยังได้วางมาตรการรับมือฤดูฝนในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองพะวา โดยทำการเบี่ยงทางน้ำฝนไม่ให้ผ่านพื้นที่ปนเปื้อน อุดคันดินบ่อกักเก็บน้ำเสีย ป้องกันการรั่วซึม พร้อมเสริมความแข็งแรงแนวคันดิน รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
.
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568 ศาลจังหวัดระยองได้พิพากษาให้บริษัทวินโพรเสสและผู้บริหาร ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางบุตร เป็นจำนวนเงิน 39,625,301 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
.
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ศาลจังหวัดระยองได้พิพากษาคดีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทวินโพรเสส และ นายโอภาส บุญจันทร์ฐานความผิดครอบครองวัตถุอันตราย 3 ข้อหา และปล่อยสารอันตรายหรือสิ่งปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ศาลจังหวัดระยอง พิพากษาให้บริษัทจ่ายค่าปรับ 350,000 บาท และจำคุกนายโอภาส บุญจันทร์ 5 ปี 15 เดือน
.
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 นายโอภาส บุญจันทร์ ผู้บริหารบริษัท วิน โพรเสส จำกัด อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เสียชีวิตที่โรงพยาบาลบ้านค่าย เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. ในขณะที่อยู่ระหว่างคุมขัง โดยนายโอภาส ป่วยด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ทำให้ต้องถูกย้ายจากเรือนจำกลางระยอง มารักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้านค่าย ตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568
.
วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2568 พรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมคนใหม่ กล่าวว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเร่งบำบัดกำจัดกากของเสียที่เหลือในพื้นที่บริษัทฯ ให้เร็วที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างรองบกลางปี 2568 จำนวน 40 ล้านบาท ที่จะใช้บำบัดของเสียเคมีวัตถุและเศษซากของเสียที่ถูกไฟไหม้ โดยเฉพาะสารเคมีที่บรรจุอยู่ในถังเบาท์ และถุงบิ๊กแบ็ก (ถุง FIBC) ที่อยู่นอกอาคารในปริมาณ 2,600 ตัน รวมถึงวัตถุอันตรายในบ่อซีเมนต์อีกกว่า 1,400 ตัน
.
ส่วนในปี 2569 อยู่ระหว่างขอรับการจัดสรรงบ EEC วงเงินงบประมาณ 459 ล้านบาท สำหรับบำบัดของเสียที่เหลือทั้งหมดอีกกว่า 24,300 ตัน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนเป็นสำคัญ
.
วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2568 ข้อมูลจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า ได้มีการเริ่มดำเนินการขนย้ายกากอุตสาหกรรมจาก บริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง ตามแผนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยว่าจ้าง บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการโครงการมีระยะเวลา 210 วัน (26 กันยายน พ.ศ.2568–23 เมษายน พ.ศ.2569) ใช้งบประมาณ 27.1 ล้านบาท ซึ่งระบุชัดว่าเป็น ‘เงินภาษีของประชาชน’ และตั้งเป้าขนย้ายกากอุตสาหกรรมรวม 4,000 ตัน
.
อ่านบทความเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์
https://epigramnews.co/politics/2-years-after-win-process-fire-incident/


https://www.facebook.com/photo?fbid=122303898758071854&set=a.122107876262071854