วันจันทร์, เมษายน 27, 2569

เกาหลีเหนือก็มีเหมือนกัน เรื่องของ ‘บังหล่า’ แสดงให้เห็นว่ากฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ทำให้คนในสังคมบ้าคลั่งถึงขั้นจองล้างจองผลาญเพื่อนร่วมชาติ อีกแล้ว

เรื่องของ บังหล่าแสดงให้เห็นว่ากฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ทำให้คนในสังคมบ้าคลั่งถึงขั้นจองล้างจองผลาญเพื่อนร่วมชาติ อีกแล้ว เพียงเพราะเขาหน้าตาคล้ายประมุข และนี่เป็นกรณีห่างไกลกับฐานความผิดของมาตรานั้นลิบลับยิ่งกว่าสุดกู่

ปฏิกิริยาบนหน้าโซเชียล เอ็กซ์ “เมื่อตำรวจเอาผิดอะไรไม่ได้เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด (หลังจากสลิ่มคลั่งตัวหนึ่งไปแจ้ง ๑๑๒) ก็ถูกกลุ่มคนรักชาติไปกดดันที่ทำงาน จนถูกบังคับตัดผม ถูกบังคับลบคลิปที่ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมืองใด ๆ เลย”

มีคนไปค้นคว้าศึกษาประเด็น หน้าเหมือน นี่ จากนานาชาติเอามาเทียบเคียงให้เห็นความต่าง ระหว่างประเทศเสรีประชาธิปไตย ๓-๔ ชาติ สหรัฐอเมริกา/สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กับสองประเทศเผด็จการ จีนกับเกาหลีเหนือ

ไทยอยู่ตรงกลาง ถูกจัดไว้ในฟากประชาธิไตย แต่อยู่ภายใต้กษัตริย์ที่ทรงมีพระราชอำนาจหลายอย่าง นอกเหนือรัฐธรรมนูญ ทั้งการมีข้าราชบริภาร กำลังทหาร และทรัพย์ศฤงคารส่วนพระองค์ ที่ไม่ต้องมีการรับสนองพระบรมราชโองการ

ปรากฏว่า “การมีหน้าตาคล้ายผู้นำ” ในสหรัฐ สหราชฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไม่เป้นความผิดในกฎหมายแต่อย่างใด จัดว่าเป็นประเทศที่มีเสรีภาพสูงและสูงมาก ส่วนในจีนและเกาหลีเหนือ ที่ภาพรวมมีการควบคุมเข้มข้น และควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ

การมีหน้าเหมือนประมุข กลายเป็นความไม่เหมาะสม หรือล้อเลียน ไปเสียฉิบ จนอาจเป็นเหตุให้ถูกลงโทษหนัก หรืออย่างน้อยๆ “ถูกเซ็นเซอร์ และดำเนินคดี” สวนกรณีของไทยนั้นแม้ไม่เคยมีระบุว่าผิดกฎหมาย แต่จะเสี่ยงโดนกดดันจากสังคมและเจ้าหน้าที่

คอมเม้นต์หนึ่งในสื่อสังคมว่า “เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้วันหนึ่งข้างหน้าเกิดฉันทามติร่วมกันของสังคม ว่าเรามีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายบางมาตรา เพื่อคืนความปกติสุขให้สังคมนี้” ซึ่งในความเป็นจริงมีความพยายามเช่นนั้นมาแล้ว ตลอดนับสิบๆ ปีที่ผ่านมา

แต่กลับถูกอำนาจนำของสังคม กล่าวหาเรื่อยมาว่า “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” บ้าง “ผิดจริธรรมอย่างร้ายแรง” บ้าง ใส่ร้ายหาความ เพื่อกดทับให้หวาดกลัวและหลาบจำ ว่าในประเทศอันเป็นประชาธิปไตยแบบมีข้อจำกัดนี้ เสรีภาพแท้จริงไม่มี เพราะคนเกิดมาไม่เท่ากัน

(https://x.com/bopomnovemb/status/2048275215508205946)