
Lanner
Yesterday
·
20 เมษายน 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและนักการเมืองในพื้นที่ ซึ่งออกมาแสดงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
ส.ส.พรรคประชาชน จี้รัฐเร่งมาตรการ แก้วิกฤตฝุ่นซ้ำซาก
ในตัวเมืองเชียงใหม่ บริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ อำเภอเมือง มีกิจกรรมรณรงค์เรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมี เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคประชาชน พร้อมด้วย นันท์นภัสร์ ปฐมเดชภัทรคุณ สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วม
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถือป้ายข้อความเกี่ยวกับการผลักดัน ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ และผลกระทบของฝุ่นพิษ กระจายตัวตามจุดสัญญาณไฟจราจร เพื่อสื่อสารกับผู้ใช้รถใช้ถนน พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับฝุ่น โดยย้ำว่าปัญหาฝุ่นควันเกิดขึ้นซ้ำทุกปีในช่วงฤดูร้อน จากไฟป่าในวงกว้าง และยังขาดมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ส.ส.เพชรรัตน์ ยังได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งคำถามต่อการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ว่า จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริงหรือเป็นเพียงการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง พร้อมสะท้อนว่า ปัญหาฝุ่นควันกลายเป็น ‘มหันตภัยประจำปี’ แต่สิ่งที่ยังขาดคือความชัดเจนด้านนโยบาย กรอบเวลา และมาตรการที่จับต้องได้
นอกจากนี้ ยังวิพากษ์การทำงานของภาครัฐว่าอยู่ในวงจร ‘สั่งการ-ลงพื้นที่-แล้วเงียบหาย’ ที่เกิดซ้ำทุกปี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน จัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่ และเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก รวมถึงผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายในกำหนดเวลา
ด้าน ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ได้เสนอ 5 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหา PM2.5 ต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อ 19 เมษายน 2569 โดยเริ่มจากการจัดทำแผนที่เสี่ยงไฟป่าจากข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปวางแผนควบคุมไฟอย่างแม่นยำ
พร้อมเสนอให้ตั้งศูนย์บัญชาการในพื้นที่เสี่ยง รวบรวมกำลังคน อุปกรณ์ และข้อมูลภูมิประเทศ พร้อมใช้เงินทดรองราชการจ้างแรงงานท้องถิ่นช่วยดับไฟ และจัดระบบการทำงานเพื่อลดความเหนื่อยล้า ในภาคเกษตร เสนอให้รัฐสนับสนุนงบลดการเผาในพื้นที่ราบ และวางแผนจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่สูง ส่วนด้านสุขภาพ เสนอให้เพิ่มมุ้งสู้ฝุ่น ห้องปลอดฝุ่น และขยายการตรวจมะเร็งปอด
นอกจากนี้ ให้เข้มงวดการตรวจสอบมลพิษข้ามแดน และใช้การทูตลดการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้เร่งนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับเข้าสู่สภา ภายใน 23 วันที่เหลือ โดยย้ำว่าปัญหานี้ต้องแก้เชิงระบบล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้รุนแรงแล้วค่อยแก้ พร้อมยกสุภาษิต “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง” สะท้อนว่าการแก้ช้าอาจสายเกินไป
คนเชียงใหม่ยื่นหนังสือถึงรัฐ–ชูแผนจังหวัด ดันกฎหมายอากาศสะอาด เรียกร้องกระจายอำนาจจัดการไฟป่า
ต่อมาในเวลา 13.00 น. บริเวณสี่แยกกองบิน จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มนักกิจกรรมได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ระหว่างที่ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีเดินทางผ่านภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่ โดยถือป้ายข้อความ “อากาศสะอาดสร้างไม่ได้ด้วยระบบรัฐรวมศูนย์ คืนอำนาจชุมชนท้องถิ่นจัดการไฟป่า” เพื่อเรียกร้องให้กระจายอำนาจการจัดการทรัพยากรและการตัดสินใจสู่ท้องถิ่น
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความไม่พอใจต่อโครงสร้างการบริหารแบบรวมศูนย์ ซึ่งถูกมองว่ายังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และไม่เอื้อต่อการออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน
ขณะเดียวกัน ที่หน้าค่ายกองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม สภาลมหายใจจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเครือข่ายภาคประชาชน ได้รวมตัวอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยมี ชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับหนังสือแทนเพื่อนำส่งต่อถึงรัฐบาล
แถลงการณ์ระบุว่า จังหวัดเชียงใหม่เผชิญวิกฤตฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ แต่การแก้ไขที่ผ่านมา ยังขาดเอกภาพทั้งในด้านระยะเวลาและแนวทางปฏิบัติ อีกทั้งการใช้กฎหมายอย่างไม่แยกแยะยังสร้างความขัดแย้งกับชุมชน แทนที่จะส่งเสริมความร่วมมือ
เครือข่ายฯ เสนอให้ระดับจังหวัดเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 ปี เปิดทางให้ท้องถิ่นมีแผนและปฏิบัติการจัดการไฟป่าอย่างยั่งยืน รวมถึงการจัดการใช้ไฟในภาคเกษตรภายใต้ระบบควบคุมเพื่อลดผลกระทบ ขณะที่ระดับประเทศ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน และเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อนครบกำหนด 60 วัน ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
เครือข่ายยังระบุว่า หากรัฐบาลยังประวิงเวลา อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน พร้อมตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบของรัฐบาลในการแก้ไขวิกฤตที่ยืดเยื้อมายาวนาน
ทั้งนี้ ภาคประชาชนยังเดินหน้ารณรงค์นับถอยหลังผลักดันร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้กลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกแหล่งกำเนิดมลพิษ ทั้งภาคป่าไม้ เกษตร เมือง อุตสาหกรรม และมลพิษข้ามแดน ควบคู่กับการเรียกร้องสิทธิอากาศสะอาด สิทธิชุมชน และสิทธิมนุษยชน
พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนองค์กรและประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนการนำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ภายในกรอบเวลา 60 วัน เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน ผ่านแบบฟอร์ม https://docs.google.com/.../1FAIpQLScnmntRpCC1X0.../viewform
อ่านในรูปแบบเว็บไซต์ที่ https://lannernews.com/20042569-02/
#ฝุ่นควัน #PM25 #ไฟป่า #อากาศสะอาด #กระจายอำนาจ #Lanner #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน
https://www.facebook.com/photo/?fbid=983183924466351&set=a.133395686111850