มันไม่แค่สัญญานเตือนแล้วละ แต่มันอยู่ในใจกลางผลร้ายของปัญหา ที่เด็กเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ วัย ๔ ขวบ ๖ ขวบ มีอาการเลือดกำเดาไหลกันบ่อยๆ มาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ตามรายงานสืบสวนสอบสวนของสำนักข่าว ‘บีบีซีไทย’
สองรายที่ขานำเสนอเป็นตัวอย่าง เพียงพอแล้วสำหรับข้อสรุปว่าทางการผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสุขภาพสาธารณะต้องลงมือแก้ไขทันใด โดยที่การศึกษาและหาทางต้องทำมาแล้วเป็นปี หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องเริ่มเมื่อได้เป็นรัฐบาลครั้งแรก ๔ เดือน
เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่าพวกทั่นเข้าไปเตรียมการเพื่อเป็นรัฐบาลสี่ปี ผลที่ออกมาเห็นๆ กันว่าทั้งการซื้อเสียงและการโกงเลือกตั้งโดย กกต.ไม่ต้องรอศาลตัดสิน ซึ่งรู้ๆ กันอีกเช่นกันว่าศาลไทยเดี๋ยวนี้เป็นเช่นไร ประชาชนมีวิจารณญานพออ่านได้
ที่เชียงใหม่ กำลังอยู่ในฤดูฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ เป็นพิษออกฤทธิ์ ซ้ำด้วยไฟป่า ซึ่ง บก.ลายจุดบอกว่าทีม ‘ส้มสู้ไฟ’ ลงพื้นที่กันมาเป็นเดือนแล้ว (พวก I และ E ‘แบก’ พึงสำเหนียก) เบญจมาศ ใจประการ คุณแม่วัย ๓๕ ปีเล่าอาการของลูกชายวัย ๖ ขวบ
“เลือดกำเดาไหล เขาเป็นตอนหลับ ตื่นเช้าขึ้นมาเราก็ตกใจ แล้วพอทีนี้ส่งเขาไปโรงเรียน ครูก็โทรมาบอกว่าลูกชายเลือดกำเดาไหลอีกแล้ว...เธอบอกด้วยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกของเธอมีอาการเช่นนี้ เมื่อปีที่แล้วช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 ปกคลุมหนา”
วานนี้ (๓๑ มีนา) “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 (ศปก.ปกป.ภาค 3) รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบจุดความร้อน รวม 1,469 จุด โดยมีจำนวนสูงสุดที่ จ.เชียงใหม่ เกิน 300 จุด”
อีกราย ถิรายุทธ์ วงษ์สันติสุข วัย ๔๑ ปี คุณพ่อลูกสามเล่าความต่อบีบีซีไทยเช่นกันว่า “ลูกสาวต้องขาดเรียนไปเกินครึ่งของวันเรียนทั้งหมด เพราะต้องไปพบแพทย์จากอาการโรคภูมิแพ้ที่ถูกกระตุ้น” จากเจ้าฝุ่นจิ๋ว พีเอ็ม ๒.๕ นี่ละ
“เพราะว่าเขาป่วยภูมิแพ้ คือช่วงสองสามปีที่แล้ว ลูกคนโตผมคือเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น” ด้านเบญจมาสบอกกับบีบีซีไทยว่า ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองใน จ.เชียงใหม่ ปีนี้รุนแรงกว่าปีที่แล้ว โดยเมื่อวานนี้
ฝุ่นหนามากจนมองแทบจะไม่เห็นถนน...อย่างตอนเช้ามาความจริงมันต้องสว่างใช่ไหมคะ ตอนออกมาจากบ้านลูกก็จะถามว่า คุณแม่ มันยังมืดอยู่เหรอ”
