วันพฤหัสบดี, มีนาคม 05, 2569

ทีใครทีมัน ความยุติธรรมบ้านเรา - ย้อนรอย 77 ปี เหตุการณ์สังหารโหด 4 อดีตรัฐมนตรี อาชญากรรมโดยรัฐและสัจธรรมการเมืองไทย หากขั้วอำนาจเปลี่ยนเมื่อไหร่ ความอีกข้างก็ปรากฏ?


BrandThink
19 hours ago
·
SOCIETY: ย้อนรอย 77 ปี
เหตุการณ์สังหารโหด 4 อดีตรัฐมนตรี
อาชญากรรมโดยรัฐและสัจธรรมการเมืองไทย
หากขั้วอำนาจเปลี่ยนเมื่อไหร่ ความอีกข้างก็ปรากฏ?
.
กลางดึกค่อนเช้ามืดของวันที่ 4 มีนาคม 2492 หรือเมื่อ 77 ปีที่แล้ว บริเวณถนนพหลโยธิน ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างการควบคุมตัวอดีตรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่ ทองอินทร์ ภูริพัฒน์, จำลอง ดาวเรือง, ถวิล อุดล และ ทองเปลว ชลภูมิ ที่ล้วนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏ ย้ายจากสถานีตำรวจต่างๆ ไปฝากขัง ณ สถานีตำรวจนครบาลบางเขน
.
ทว่าเสียงปืนไม่รู้กี่สิบนัดดังขึ้น ณ ทุ่งบางเขน ชีวิต 4 อดีตรัฐมนตรีร่วงผล็อยด้วยรอยกระสุนขณะที่มือยังถูกกุญแจมือล็อกคาเอาไว้
.
กรณีนี้ทางกรมตำรวจแถลงว่ามีโจรจีนมลายูมาชิงตัวสี่อดีตรัฐมนตรี จึงเกิดการปะทะจนอดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ถูกลูกหลงอยู่ในรถจี๊ปสเตชันแวกอนของตำรวจสันติบาล
.
แต่ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายที่เดินทางมาอารักขาพร้อมอาวุธครบมือ กลับไม่แม้แต่จะได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายแต่ประการใด
.
ข้อฉงนหลายประการจึงอึงอลในสังคม เพราะนอกจากที่ตำรวจหลายนายจะไม่เป็นอะไรแล้ว เหตุใดผู้ก่ออาชญากรรมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโจรก่อเหตุอยู่ทางภาคใต้ เหตุใดต้องมาชิงตัวนักการเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองจากแดนอีสาน มีเพียงทองเปลว ชลภูมิ ที่ไม่ใช่นักการเมืองจากอีสาน ทั้งยังเป็นนักการเมืองที่มาจากปราจีนบุรี
.
อีกอย่าง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าโจรจีนมลายูที่เจ้าหน้าที่อ้างถึงนั้นเป็นใคร จับกุมได้แล้วหรือไม่
.
สังคมจึงพุ่งเป้าสาเหตุไปที่การกำจัดผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของรัฐ ท่ามกลางความผันผวนภายหลังการรัฐประหารในปี 2490
.
สี่อดีตรัฐมนตรี พวกเขาล้วนเริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองด้วยการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้เป็นรัฐมนตรีในช่วงระหว่างที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม สิ้นอำนาจและถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรสงคราม และช่วงก่อนจะเกิดรัฐประหาร 2490 ที่นำโดย จอมพลผิน ชุณหะวัณ
.
หากกล่าวอย่างง่ายที่สุด ช่วงเวลาที่นักการเมืองเหล่านี้เป็นรัฐมนตรี คือช่วงเวลาที่ฝ่ายเสรีนิยมและสังคมนิยม ซึ่งมี ปรีดี พนมยงค์ เป็นแกนกลาง มีบทบาทโดดเด่นที่สุด เหนือกลุ่มอนุรักษนิยมที่เคยร่วมขบวนการเสรีไทยด้วยกันมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
.
ทั้งนี้อดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ล้วนมีความสัมพันธ์อันดีและให้การสนับสนุนปรีดีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ทองอินทร์, จำลอง และถวิล หรือสามอดีตรัฐมนตรีจากอีสานล้วนเคยเป็นสมาชิกของขบวนการเสรีไทย ส่วนทองเปลวเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ด้านกฎหมายของปรีดี ตั้งแต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง และเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะราษฎรในเวลาต่อมา
.
แต่ในที่สุด จอมพล ป. ก็หวนคืนสู่อำนาจอีกครั้งในปี 2491 ด้วยการสนับสนุนของคณะรัฐประหาร โดยมี พันเอกเผ่า ศรียานนท์ ในฐานะลูกเขยของจอมผลผิน และลูกน้องคนสนิทของจอมพล ป. เป็นผู้เทียบเชิญ
.
กลายเป็นว่าอดีตสี่รัฐมนตรีพลอยได้รับชะตากรรมไม่ต่างกัน นั่นคือการถูกควบคุมตัว ถูกตั้งข้อหาในฐานะผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐ
.
ในปี 2491 ทองอินทร์ ถวิล และจำลอง ถูกจับกุมในข้อหากบฏแบ่งแยกดินแดนอีสาน แต่ถูกปล่อยตัวเพราะไม่พบหลักฐานในการกระทำผิด ส่วนทองเปลวถูกจับกุมในเหตุการณ์กบฏเสนาธิการ หลังออกจากที่คุมขังก็ลี้ภัยไปยังปีนัง
.
หากคิดว่านี่เป็นการปราบปรามผู้ที่ถูกมองเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองที่เข้มข้นแล้ว ต้องเรียกว่าในเวลาอีกไม่นานจะปรากฏเหตุการณ์ที่เป็นขั้นกว่า เพราะจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ ‘กบฏวังหลวง’ ในปี 2492 เมื่อ ‘ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์’ ของปรีดี เปิดฉากยึดอำนาจกลับจากฝ่ายคณะรัฐประหาร แต่ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว
.
คณะรัฐประหารจึงใช้โอกาสนี้จับกุมและกวาดล้างศัตรูทางการเมืองครั้งใหญ่ ส่งผลให้ทองอินทร์, ถวิล และจำลอง ถูกจับกุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2492 ส่วนทองเปลวได้รับโทรเลขลวงจากรัฐบาลแจ้งว่าปฏิบัติการของปรีดีสำเร็จ จึงเดินทางกลับไทยโดยเครื่องบินและถูกจับกุมตัวในวันที่ 1 มีนาคม 2492
.
แต่ละคนถูกคุมขังต่างสถานที่กัน ทองเปลวถูกคุมขังที่กองตำรวจสันติบาล จำลอง ดาวเรือง ถูกคุมขังยังสถานีตำรวจยานนาวา ถวิล ถูกคุมขังที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และทองอินทร์ ถูกคุมขังในสถานีตำรวจจนครบาลสามเสน จนกระทั่งทั้งสี่ ถูกย้ายจากที่คุมขังเดิมและเกิดเหตุอันน่าสะพรึงขึ้น
.
ทว่าความฉงนสงสัยทั้งมวลค่อยๆ ลอยหายไปตามสายลม ไม่มีใครริอ่านแม้แต่จะปริปากท่ามกลางยุค ‘อัศวินผยอง’ ที่กรมตำรวจภายใต้การนำของพลตำรวจตรีเผ่า ศรียานนท์ ที่ถูกโอนย้ายมานั่งเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ (ที่ดูจะมีอำนาจเหนือกว่าอธิบดีตัวจริงเป็นไหนๆ) เรืองอำนาจและคอยเป็นมือเป็นไม้ในการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ทวีเข้มข้นขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม อำนาจหาใช่สิ่งจีรังยั่งยืน เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตัดสินใจยึดอำนาจจากจอมพล ป. ในปี 2500 เป็นอันปิดฉากอำนาจทั้งจอมพล ป. และอธิบดีฯ กรมตำรวจ พลตำรวจเอกเผ่า ทั้งคู่ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ สิ้นยุคอัศวิน ผลัดเปลี่ยนสู่ยุคของคณะปฏิวัติ ยุคการเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ
.
นำไปสู่การรื้อฟื้นคดีเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มพิจารณาคดีครั้งแรกในปี 2502 มีการพิจารณากันสามชั้นศาล กระทั่งคดีสิ้นสุดเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาในปี 2504
.
ความในคำพิพากษาลำดับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุเอาไว้ว่า เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 3 มีนาคม 2492 พันตำรวจตรีหลวงพิชิตธุระการ รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เตรียมขบวนรถยนต์ตำรวจ 3 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 นาย ออกจากสวนอัมพรเพื่อไปรับตัวอดีตรัฐมนตรีทั้งสี่คน โดยหลวงพิชิตธุระการอ้างว่าจะนำตัวไปทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน
.
อดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ถูกให้นั่งรวมกันในรถคันที่ 2 และใส่กุญแจมือคู่กัน เมื่อรถเข้าสู่ริมคลองประปาสามเสน ได้มีการสั่งให้ดับไฟหน้ารถคันที่ 2 และ 3 โดยใช้เพียงไฟหรี่
.
จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. นับเป็นวันที่ 4 มีนาคม 2492 เมื่อถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14-15 ของถนนพหลโยธิน รถยนต์คันหน้าที่หลวงพิชิตธุระการนั่งไปได้ขับช้าลงแล้วมีเสียงปืนลั่นขึ้น 1 หรือ 2 นัด แล้วรถยนต์คันนั้นก็หยุด
.
หลวงพิชิตธุระการได้บอกให้อดีตรัฐมนตรีทั้งสี่ลงจากรถเพื่อความปลอดภัย โดยอ้างว่ารถคันหน้าถูกยิง แต่ทั้งสี่ไม่ยอมลง อีกทั้งอดีตรัฐมนตรีผู้หนึ่งยังเอ่ยปากร้องขอชีวิตขึ้น
.
ขณะนั้น พลตำรวจจัตวาผาด ตุงคะสมิต รองผู้กำกับการ กอง 4 กองตำรวจสันติบาลได้พูดขึ้นว่า “ไอ้พวกนี้กบฏแบ่งแยกดินแดน เอาไว้ทำไม” แล้วพลตำรวจจัตวาทม จิตรวิมล ผู้กำกับการ กอง 2 กองตำรวจสันติบาล ก็พูดเช่นเดียวกันว่า “ไอ้พวกนี้เป็นกบฏเอาไว้ทำไม”
.
พอสิ้นประโยค ได้ยินเสียงร้อยตำรวจเอกผาดเรียก “แนบๆ” สิบตำรวจเอกแนบ นิ่มรัตน์ พลตำรวจสมัคร ประจำกองตรวจตำรวจนครบาลใต้ วิ่งเข้ามาทางด้านหลังหลวงพิชิตธุระการ ถือปืนกลทอมสันยิงถล่มไปยังรถคันที่มีสี่อดีตรัฐมนตรีนั่งมาด้วย
.
หลังจากที่มั่นใจว่าอดีตรัฐมนตรีทั้งหมดเสียชีวิต นำไปสู่การสร้างพยานหลักฐานเท็จและอำพรางคดี โดยหลวงพิชิตธุระการสั่งให้ลูกน้องยิงข้างรถตนเองเพื่อทำรอยกระสุน และให้ตำรวจนำปลอกกระสุนกับบุหรี่ไปโรยตามโคนต้นไม้ รวมถึงเดินลุยน้ำในคูเพื่อให้ดูเหมือนมีคนร้ายดักซุ่มยิงแล้วหนีไป
.
ระหว่างนี้หลวงพิชิตธุระการ พลตำรวจจัตวาผาด พลตำรวจจัตวาทม ได้ไปแจ้งเหตุที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ว่ามีคนร้ายดักชิงตัวผู้ต้องหาจนเกิดการปะทะ
.
ศาลจึงพิเคราะห์ว่า “ตามรูปคดีน่าเชื่อว่าผู้ตายทั้งสี่คนถูกนำตัวไปกำจัดเสีย ตามความประสงค์ของผู้เมาอำนาจขณะนั้น และผู้ตายถูกยิงถึงแก่ความตายด้วยน้ำมือของเจ้าพนักงานตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ตายไปนั้นเอง” ไม่ได้มาจากการมีกลุ่มคนร้ายมาชิงตัวแต่ประการใด รวมถึงเชื่อว่า “ไม่มีเหตุที่จะต้องย้ายไปทำการควบคุมที่อื่นรวมกันไว้ทั้งสี่คน”
.
พลตำรวจจัตวาผาด พลตำรวจจัตวาทม และสิบตำรวจเอกแนบ ในฐานะจำเลยที่ 1, 2 และ 5 ของคดีนี้ ถูกตัดสินให้ถูกจำคุกตลอดชีวิตตามความผิดในมาตรา 249 ของกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 (เพราะการกระทำเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศไทยจะหันไปใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499)
.
ส่วนพันตำรวจตรีหลวงพิชิตธุระการเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2499 จึงไม่ได้ตกเป็นจำเลยและถูกพิจารณาคดี
.
ด้านหนึ่ง การรื้อฟื้นคดีที่ผ่านมาแล้วนับสิบปี ถือเป็นการคืนความยุติธรรมให้กับฝั่งผู้เสียชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งอาจมองได้เช่นกันว่า ท้ายที่สุดความยุติธรรมในสังคมไทย ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ถือครองอำนาจไว้ แทนที่จะเป็นสิ่งอันควรคาดหวังได้เป็นสิ่งแรกๆ ของสังคม เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกและเหตุการณ์เดียว…
BrandThink

อ้างอิง:
เหตุการณ์สังหาร 4 อดีตรัฐมนตรี. https://tinyurl.com/5ab9frzy
อ่านคำพิพากษาคดีฆาตกรรมทางการเมือง “สี่อดีตรัฐมนตรี”. https://tinyurl.com/3mnh5353
ริมถนนพหลโยธินเลยแยกเกษตรไปทางเหนือ. https://tinyurl.com/bmhskdpu
ยิงทิ้ง 4 อดีตรัฐมนตรี นิยายของนักเขียนชั้นสวะ! อ้างเหตุผลไม่เข้าท่า! ตร.อาชีพฉีกหน้า ตร.สมุนการเมือง!. https://tinyurl.com/tazratsp
พล.ต.ท.หลวงพิชิตธุระการ ผู้ ‘สังหาร’ สี่อดีตรัฐมนตรี. https://tinyurl.com/azdv3utj
พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์. https://tinyurl.com/nzzcu7ct

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1496785802009751&set=a.811136580574680