Iran invasion soon? America deploys ground forces to Mid-East after Tehran rejects US ceasefire plan
The Economic Times
Mar 26, 2026
Tensions in the Middle East are escalating after Iran rejected a U.S.-backed ceasefire proposal. According to reports, the United States is now positioning rapid-response military forces, including paratroopers from the 82nd Airborne Division and Marine expeditionary units, signaling a shift toward high-risk but limited operational options.
(AI-GENERATED AUDIO)
https://www.youtube.com/watch?v=qN780HcFXqs
.....
หากสหรัฐฯ ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้ายึดเกาะ Kharg และเกาะอื่นๆ ของอิหร่าน จะเกิดความสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่ายหรือไม่?
Gemini ตอบว่า:
คำตอบสั้นๆ คือ "ใช่" นักวิเคราะห์ทางทหารและรายงานข่าวกรองในช่วงปลายเดือนมีนาคม ปี 2026 ชี้ให้เห็นว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อเข้ายึดเกาะ Kharg นั้น มีแนวโน้มสูงที่จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างมีนัยสำคัญทั้งต่อกองกำลังของสหรัฐฯ และอิหร่าน
แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีความเหนือกว่าในด้านแสนยานุภาพทางอากาศและทางทะเล แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้การโจมตีภาคพื้นดินเข้าสู่เกาะเหล่านี้กลายเป็นภารกิจที่มี "ความเสี่ยงสูง" เป็นพิเศษ
1. ระบบป้องกันแบบ "หลายชั้น" และกับดักของอิหร่าน
ณ วันที่ 25–26 มีนาคม 2026 รายงานข่าวกรองระบุว่า อิหร่านได้เร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเกาะ Kharg อย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมรับมือกับการยกพลขึ้นบกของสหรัฐฯ
การวางทุ่นระเบิดตามแนวชายฝั่ง: มีรายงานว่าอิหร่านได้วางทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลและทุ่นระเบิดต่อต้านยานเกราะไว้ตลอดแนวชายหาด ซึ่งเป็นจุดที่นาวิกโยธินสหรัฐฯ จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการยกพลขึ้นบกสะเทินน้ำสะเทินบก
อาวุธยุทโธปกรณ์แบบอสมมาตร: กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้วางกำลังอาวุธไว้อย่างหนาแน่น ทั้งระบบ MANPADS (ขีปนาวุธนำวิถีแบบประทับบ่ายิง) และฝูงโดรนแบบ FPV อาวุธเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงที่บินในระดับต่ำและเรือยกพลขึ้นบกในระยะประชิด ซึ่งเป็นระยะที่ระบบป้องกันทางเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ จะมีประสิทธิภาพลดน้อยลง
สงครามในอุโมงค์: มีการตรวจพบว่าบุคลากรของอิหร่านกำลังเตรียมการวาง "กับดัก" และเคลื่อนย้ายกำลังเข้าสู่บังเกอร์หรือสนามเพลาะใต้ดิน ซึ่งจะบีบให้กองกำลังสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าทำปฏิบัติการ "กวาดล้าง" ในระยะประชิดตัวที่เต็มไปด้วยอันตราย
2. ความใกล้ชิดกับแผ่นดินใหญ่อิหร่าน
เกาะ Kharg ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของอิหร่านเพียงประมาณ 15 ถึง 21 ไมล์ (24–33 กิโลเมตร) ความใกล้ชิดในระดับนี้ได้ก่อให้เกิด "เขตสังหารด้วยโดรนและขีปนาวุธ" ขึ้น:
ปืนใหญ่และขีปนาวุธ: กองกำลังทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่บนเกาะจะตกอยู่ในระยะยิงที่ปืนใหญ่ประจำชายฝั่งและขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่านจากแผ่นดินใหญ่สามารถยิงถึงได้อย่างง่ายดาย
ความรวดเร็วในการส่งกำลังเสริม: เนื่องจากเกาะตั้งอยู่ใกล้กับชายฝั่งมาก อิหร่านจึงมีศักยภาพที่จะส่งเสบียงหรือกำลังเสริมเข้าไปช่วยเหลือกองกำลังป้องกันของตนได้รวดเร็วกว่าที่สหรัฐฯ จะสามารถลำเลียงยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้ามาจากทางทะเลอาหรับได้มากนัก 3. การประเมินความสูญเสียในปัจจุบันของความขัดแย้งในปี 2026
สงครามอิหร่านปี 2026 ในวงกว้างได้ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากแล้วนับตั้งแต่เริ่มการสู้รบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์:
ความสูญเสียของสหรัฐฯ: รายงานอย่างเป็นทางการ ณ วันนี้ (27 มีนาคม 2026) ระบุว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 15 นาย และบาดเจ็บกว่า 300 นาย ส่วนใหญ่เกิดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่ฐานทัพในภูมิภาค
ความสูญเสียของอิหร่าน: การประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตของทหารอิหร่านเกิน 6,000 นาย และบาดเจ็บอีกหลายพันนาย การสู้รบภาคพื้นดินเพื่อแย่งชิงดินแดนอธิปไตยอย่างเช่นเกาะคาร์ก อาจทำให้ตัวเลขเหล่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากคาดว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) จะต่อสู้ด้วย "ความมุ่งมั่นสูงสุด"
4. ข้อกังวลเชิงยุทธศาสตร์: "ยึดง่าย แต่รักษาไว้ยาก"
อดีตผู้บัญชาการนาโต้ เจมส์ สตาฟริดิส และผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่านาวิกโยธินสหรัฐฯ อาจ "ยึด" เกาะได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากการสนับสนุนการยิงอย่างท่วมท้น แต่การรักษาเกาะไว้ต่างหากคืออันตรายที่แท้จริง
การสูญเสียอย่างต่อเนื่อง: กองกำลังที่เข้ายึดครองจะเป็น "เป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตี" ด้วยโดรนและขีปนาวุธจากแผ่นดินใหญ่
ความเสี่ยงด้านอื่นๆ: คาร์กเป็นศูนย์กลางน้ำมันขนาดใหญ่ การสู้รบภาคพื้นดินใดๆ ก็ตามมีความเสี่ยงที่จะจุดไฟเผา "โครงสร้างพื้นฐานที่ติดไฟได้" ซึ่งอาจนำไปสู่ภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั้งพลเรือนและคนงาน
(Google Gemini)
Gemini ตอบว่า:
คำตอบสั้นๆ คือ "ใช่" นักวิเคราะห์ทางทหารและรายงานข่าวกรองในช่วงปลายเดือนมีนาคม ปี 2026 ชี้ให้เห็นว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อเข้ายึดเกาะ Kharg นั้น มีแนวโน้มสูงที่จะส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างมีนัยสำคัญทั้งต่อกองกำลังของสหรัฐฯ และอิหร่าน
แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีความเหนือกว่าในด้านแสนยานุภาพทางอากาศและทางทะเล แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้การโจมตีภาคพื้นดินเข้าสู่เกาะเหล่านี้กลายเป็นภารกิจที่มี "ความเสี่ยงสูง" เป็นพิเศษ
1. ระบบป้องกันแบบ "หลายชั้น" และกับดักของอิหร่าน
ณ วันที่ 25–26 มีนาคม 2026 รายงานข่าวกรองระบุว่า อิหร่านได้เร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเกาะ Kharg อย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมรับมือกับการยกพลขึ้นบกของสหรัฐฯ
การวางทุ่นระเบิดตามแนวชายฝั่ง: มีรายงานว่าอิหร่านได้วางทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลและทุ่นระเบิดต่อต้านยานเกราะไว้ตลอดแนวชายหาด ซึ่งเป็นจุดที่นาวิกโยธินสหรัฐฯ จะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการยกพลขึ้นบกสะเทินน้ำสะเทินบก
อาวุธยุทโธปกรณ์แบบอสมมาตร: กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้วางกำลังอาวุธไว้อย่างหนาแน่น ทั้งระบบ MANPADS (ขีปนาวุธนำวิถีแบบประทับบ่ายิง) และฝูงโดรนแบบ FPV อาวุธเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงที่บินในระดับต่ำและเรือยกพลขึ้นบกในระยะประชิด ซึ่งเป็นระยะที่ระบบป้องกันทางเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ จะมีประสิทธิภาพลดน้อยลง
สงครามในอุโมงค์: มีการตรวจพบว่าบุคลากรของอิหร่านกำลังเตรียมการวาง "กับดัก" และเคลื่อนย้ายกำลังเข้าสู่บังเกอร์หรือสนามเพลาะใต้ดิน ซึ่งจะบีบให้กองกำลังสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าทำปฏิบัติการ "กวาดล้าง" ในระยะประชิดตัวที่เต็มไปด้วยอันตราย
2. ความใกล้ชิดกับแผ่นดินใหญ่อิหร่าน
เกาะ Kharg ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของอิหร่านเพียงประมาณ 15 ถึง 21 ไมล์ (24–33 กิโลเมตร) ความใกล้ชิดในระดับนี้ได้ก่อให้เกิด "เขตสังหารด้วยโดรนและขีปนาวุธ" ขึ้น:
ปืนใหญ่และขีปนาวุธ: กองกำลังทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่บนเกาะจะตกอยู่ในระยะยิงที่ปืนใหญ่ประจำชายฝั่งและขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่านจากแผ่นดินใหญ่สามารถยิงถึงได้อย่างง่ายดาย
ความรวดเร็วในการส่งกำลังเสริม: เนื่องจากเกาะตั้งอยู่ใกล้กับชายฝั่งมาก อิหร่านจึงมีศักยภาพที่จะส่งเสบียงหรือกำลังเสริมเข้าไปช่วยเหลือกองกำลังป้องกันของตนได้รวดเร็วกว่าที่สหรัฐฯ จะสามารถลำเลียงยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้ามาจากทางทะเลอาหรับได้มากนัก 3. การประเมินความสูญเสียในปัจจุบันของความขัดแย้งในปี 2026
สงครามอิหร่านปี 2026 ในวงกว้างได้ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากแล้วนับตั้งแต่เริ่มการสู้รบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์:
ความสูญเสียของสหรัฐฯ: รายงานอย่างเป็นทางการ ณ วันนี้ (27 มีนาคม 2026) ระบุว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 15 นาย และบาดเจ็บกว่า 300 นาย ส่วนใหญ่เกิดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่ฐานทัพในภูมิภาค
ความสูญเสียของอิหร่าน: การประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตของทหารอิหร่านเกิน 6,000 นาย และบาดเจ็บอีกหลายพันนาย การสู้รบภาคพื้นดินเพื่อแย่งชิงดินแดนอธิปไตยอย่างเช่นเกาะคาร์ก อาจทำให้ตัวเลขเหล่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากคาดว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) จะต่อสู้ด้วย "ความมุ่งมั่นสูงสุด"
4. ข้อกังวลเชิงยุทธศาสตร์: "ยึดง่าย แต่รักษาไว้ยาก"
อดีตผู้บัญชาการนาโต้ เจมส์ สตาฟริดิส และผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่านาวิกโยธินสหรัฐฯ อาจ "ยึด" เกาะได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากการสนับสนุนการยิงอย่างท่วมท้น แต่การรักษาเกาะไว้ต่างหากคืออันตรายที่แท้จริง
การสูญเสียอย่างต่อเนื่อง: กองกำลังที่เข้ายึดครองจะเป็น "เป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตี" ด้วยโดรนและขีปนาวุธจากแผ่นดินใหญ่
ความเสี่ยงด้านอื่นๆ: คาร์กเป็นศูนย์กลางน้ำมันขนาดใหญ่ การสู้รบภาคพื้นดินใดๆ ก็ตามมีความเสี่ยงที่จะจุดไฟเผา "โครงสร้างพื้นฐานที่ติดไฟได้" ซึ่งอาจนำไปสู่ภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั้งพลเรือนและคนงาน
(Google Gemini)