วันเสาร์, มีนาคม 28, 2569

สส.พรรคประชาชน เขียนถึงว่าที่ รมว.คมนาคม “เลือกปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนมากกว่าปกป้องประชาชน” จงใจไม่ออก พ.ร.ก.ภาษีลาภลอย

ความ ไม่ สามารถบริหารจัดการวิกฤตน้ำมัน ของรัฐบาล ว่าที่ อนุทิน ๒ ครั้งนี้ รัฐมนตรีที่เป็นตำบลกระสุนถล่มมากที่สุด รองจากตัวนายกฯ คงไม่พ้น พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม จากการเป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้านกิจการปั๊มน้ำมัน

เสียงเรียกร้องให้ปลดพิพัฒน์ออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพราะเขาเป็นเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมัน พีที หนึ่งในผู้ประกอบการที่ทำกำไรเพิ่มโดยผลของวิกฤต

ศุภโชติ ไชยสัจ สส.พรรคประชาชน เขียนถึงว่าที่ รมว.คมนาคม ที่เป็นหน้าเสื่อ “แก้ตัวมากกว่าแก้วิกฤต” ให้กับรัฐบาล ไว้หลายข้อ ไม่ว่าเรื่องที่พิพัฒน์บอก “เพิ่งรู้มีการลักหลับปรับขึ้นราคาน้ำมัน ๖ บาทรวด” เมื่อตอนสี่ทุ่มหลังสภาปิดอภิปราย

กับกรณีสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดิ่งลงอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลเอาเงินกองทุนฯ ไปตรึงราคาน้ำมันไว้ ๑๕ วันแรกของวิกฤต นอกจากนั้นยังไม่มีมาตรการรองรับสถานการณ์เมื่อประกาศให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามตลาด ซึ่งก็คือปรับราคาขึ้น

รัฐบาล “ควรเตรียมมาตรการเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่พอขึ้นราคาน้ำมันแล้วค่อยออกมาบอกว่าจะลดภาษีสรรพสามิต ๑ บาท แถมบอกว่าต้องไปขอ กกต. ก่อน” อีก “ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนรับแรงกระแทกก่อน แล้วค่อยมาไล่แก้ปัญหาทีหลัง”

ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลอนุทินถูกมองว่าจงใจ “เลือกปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนมากกว่าปกป้องประชาชน” จึงไม่แยแสกับข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่เริ่มวิกฤต ที่ให้ “ออกเป็น พ.ร.ก.ภาษีลาภลอย เพื่อเอาเงินส่วนนั้นมาอุดหนุนราคาน้ำมัน ผ่านกองทุนเชื้อเพลิง”

แต่รัฐบาลกลับยืดเวลาออกไปอีก ๑ อาทิตย์ เพื่อจะขอรับบริจาคจากพวกโรงกลั่นเสียก่อน ทำให้ประชาชนต้องรับภาวะน้ำมันแพง ขณะที่กลุ่มเกษตรกรและขนส่งก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก “คุณพิพัฒน์ยังบอกให้กระทรวงการคลังไปศึกษาเรื่องนี้ก่อน”

แต่ สนง.เศรษฐกิจการคลังฯ ยืนยันว่าได้ศึกษาเรื่องนี้เสร็จนานแล้ว รอรัฐบาลเอาไปใช้ กลับไม่เห็นวี่แวว ถึงขนาดฟากเดียวกัน อย่าง อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ สับแรงว่า “กองทุนน้ำมันมีไว้เพื่อชดเชยส่วนต่างการขาดทุนตามต้นทุนจริง

ไม่ใช่เครื่องมือในการจ่ายกำไรเพิ่มให้ผู้ประกอบการ” ที่เขาว่าไว้มันฟังขึ้นเสียด้วย ว่าเอาสต็อคน้ำมันเก่ามาขายราคาใหม่ ขึ้นไปอีก ๖ บาท ผลักภาระเพิ่มกำไรของนายทุน ไปให้ประชาชน

(https://www.facebook.com/Posttoday/posts/GXrDe5yDDX, https://x.com/SupachotChai/status/2037566639743652120 และ https://x.com/SupachotChai/status/2037566647981199572)