โฮ้ย นี่หรือวิสัยทัศน์สมาชิกสภาสูงไทย ผลของการ ‘ฮั้ว’ กันเข้ามา มาตรฐานทางสติปัญญาก็ประมาณนี้แหละ ‘สีน้ำเงิน’ คนนี้ชื่อ ปฏิมา จิระแพทย์ แนะให้ประชาชน ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา สู้วิกฤตผลกระทบสงครามอเมริกัน/ยิว ถล่มอิหร่าน
เขามองภาพว่าสงครามจะยืดเยื้อเป็นสงครามโลก จึงหาทางออกให้ประชาชนไทยในระยะยาว เมื่อวิกฤตขยายไปสู่ทุกภาคส่วนของการดำเนินชีวิต ไม่เพียงภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งแพงและขาดแคลน แต่ทำให้สินค้าอื่นๆ แพงตาม
“ลามไปถึงสินค้าทุกประเภท เช่น ถุงพลาสติก” นอกเหนือจากราคาไข่ไก่ ที่เดี๋ยวนี้ขึ้นไปอีก ๒๐ สตางค์ต่อฟอง ส่วนที่เขาเองได้ข้อมูลภายในมาเป็นการส่วนตัวจากการ “ได้คุยกับผู้บริหารสหพัฒนพิบูลและได้รับแจ้งว่า มาม่ากำลังขึ้นราคา”
เขาเห็นว่านี่สำคัญเพราะ “มาม่าเป็นดัชนีชี้วัดความอยู่รอดประชาชน เพราะเป็นสินค้าราคาถูกทานแล้วอิ่ม” ดังนั้นในฐานะ สว. “ที่เป็นสภาพี่เลี้ยงของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร” จึงต้องมีแอ็คชั่น หาทางออก ให้คำแนะนำในภาวะวิกฤต
แต่ เอิ่ม ข้อเสนอแนะของทั่นมันช่างเช้ย เชย ล้าหลัง ตกสมัย ไปหน่อยมั้ง ทั่นบอกต้นเดือนเมษานี่พอดีเลย ได้จังหวะ “ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ๒ ตัวต่อครัวเรือน และเลี้ยงปลา เพื่อเป็นทางออกของการดำรงชีวิตของประชาชนในระยะยาวหากเกิดวิกฤตที่อาจรุนแรง”
อจ.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้ทีดันส่งไปเลย “งั้นไปให้สุดเลยไหมครับท่าน สว. เพื่อการดำรงชีวิตในระยะยาวแบบที่ท่านแนะนำ ให้ประชาชนออกไปเดินป่าเก็บเห็ดเก็บผลไม้ ล่าสัตว์ หาไหมหาด้ายถักเสื้อเอง หาหินหาฟืนมาก่อไฟ
เอาแบบนี้ไปเลยไหมครับ เอาให้จบๆ ไปเลย” อะ
(https://x.com/pornson/status/2035959324053528854 และ https://www.khaosod.co.th/politics/news_10181160)
