
Nut Kun นัทคุง
11 hours ago
·
เรื่องที่ทรัมป์พูดเรื่องเพิร์ล ฮาร์เบอร์ กับทาคาอิจินี่ ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีนะครับ จะบอกว่ารสนิยมแย่ (tasteless) หรือปากพาไปเรื่อย หรือพูดไม่คิด ก็คงว่าได้
ถ้าตามเพจผมมาระยะนึงคงรู้ว่าผมไม่ได้ชอบทั้งคู่เลย แต่งานนี้แบบ หน้าอาจารย์แดงลอยขึ้นมาเลยครับ
คือถ้าพูดในวงปิด วงเหล้าฮาๆ คงไม่เป็นไร นี่ตอบนักข่าวญี่ปุ่น ต่อหน้านายกฯ ญี่ปุ่นแบบนี้ คือไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยครับ พวกฮาก็คงมีแต่พวกสายเชลียร์อยู่แล้ว
คือต่อให้มีเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในการคุยครั้งนี้ แต่พอพูดเรื่องนี้ออกมา ทำให้ทาคาอิจิลำบากเปล่าๆ ครับ
คือ กลับญี่ปุ่น ถ้าไม่มีการแย้งเรื่องนี้เลย ทั้งสื่อทั้งฝ่ายค้านก็เล่นได้สบายๆ แล้วบังคับให้ทาคาอิจิต้องหาทางตอบให้คนที่สนับสนุนตัวเองพอใจได้ด้วย
แทนที่จะช่วยหาทางให้คนที่เป็นพันธมิตรของตัวอง บริหารงานได้สบายๆ จะได้ช่วยกัน นี่พูดเอาฮา ที่เหลือมึงไปเคลียร์เองนะ ก็ไม่ไหวอ่ะครับ
แต่ จะหวังอะไรล่ะครับ เดี๋ยวพวกเชลียร์ก็บอกว่า นี่แหละ 5D Chess ฉลาดโคตรๆ เมก้าเคลเวอร์ เฮิ้ม
นี่จะหวังให้ญี่ปุ่นไปช่วยเปิดช่องแคบ ผมก็แบบ จะให้เขาทำอะไรขัดรัฐธรรมนูญ แต่พูดแบบนี้เนี่ยนะ เฮิ้ม แล้วเสือกไม่บอกเขาก่อน ทีแบบนี้จะขอให้ช่วย
รออ่านข่าวกับคอลัมน์เรื่องนี้ต่อไปยาวๆ ครับ มหามิตรชิบหา
https://www.facebook.com/photo?fbid=1494783452009197&set=a.212460006908221
Trump: "Who knows better about surprise than Japan? Why didn't you tell me about Pearl Harbor?" pic.twitter.com/O5t0EWoOkw
— Aaron Rupar (@atrupar) March 19, 2026
(Google Gemini)
ปฏิกิริยาต่อการที่ทรัมป์ปกปิดการทิ้งระเบิดอิหร่านโดยอ้างถึงเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ของญี่ปุ่น
ความคิดเห็นระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิของญี่ปุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากทั้งในแวดวงการทูตและในหมู่ประชาชน ในระหว่างการประชุมที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 ทรัมป์ได้ปกป้องการตัดสินใจของเขาที่จะเก็บเรื่องการเริ่มปฏิบัติการ Epic Fury (การทิ้งระเบิดอิหร่าน) เป็นความลับจากพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมถึงญี่ปุ่น โดยอ้างถึงเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี 1941 อย่างชัดเจน
การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เมื่อนักข่าวชาวญี่ปุ่นถามว่าทำไมพันธมิตรจึงไม่ได้รับแจ้งก่อนการโจมตี ทรัมป์ให้เหตุผลว่าการขาดการสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อ "ความประหลาดใจ" จากนั้นเขาก็หันไปหานายกรัฐมนตรีทาคาอิจิและกล่าวว่า:
"เราไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะเราต้องการความประหลาดใจ ใครจะรู้จักความประหลาดใจได้ดีไปกว่าญี่ปุ่น ทำไมคุณไม่บอกผมเกี่ยวกับเพิร์ลฮาร์เบอร์ล่ะ โอเคไหม?"
ปฏิกิริยาทันที
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ: ผู้สังเกตการณ์สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในท่าทีของเธอ รอยยิ้มของเธอ "หายไป" และเธอเบิกตาโตด้วยความตกใจ แม้ว่าเธอจะยังคงรักษามารยาททางการทูตและต่อมาได้ยกย่องศักยภาพของทรัมป์ในการบรรลุสันติภาพ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบโต้คำพูดเสียดสีนั้น
แวดวงการทูต: นักวิจารณ์เรียกคำพูดนี้ว่า "ความผิดพลาดทางการทูตที่เลวร้ายที่สุดของอเมริกาในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นหลังสงคราม" การอ้างถึงเรื่องนี้ถือว่ามีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่เน้นสันติภาพและบทบาทที่ละเอียดอ่อนของญี่ปุ่นในวิกฤตการณ์ตะวันออกกลางในปัจจุบัน
ท่าทีของทำเนียบขาว: เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์อธิบายว่าคำพูดดังกล่าวเป็น "เรื่องตลก" และเน้นย้ำว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการหารือเชิงนโยบายอย่างเป็นทางการใดๆ ยังไม่มีการออกคำขอโทษหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ