iLaw
9 hours ago
·
ภาคประชาสังคมชำแหละเลือกตั้ง '69: คะแนนปรับลด-บัตรเขย่ง คำสั่งย้ายมหาดไทยโยงพรรคสีน้ำเงิน
27 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมพูลแมน จี สีลม มูลนิธิวีวอทช์จัดงานแถลงผลร่วม “ข้อค้นพบหลังการเลือกตั้งโดยเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม” เพื่อนำเสนอข้อค้นพบสำคัญหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ร่วมแถลง คือ พงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการวีวอทช์ กุลธิดา สามะพุทธิ จากโคแฟค (CoFact Thailand) ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และณัชปกร นามเมือง เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) นรเศรษฐ์ นาหนองตูม จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และกัลยกร สุนทรพฤกษ์ จากไอลอว์ และมีฐปณีย์ เอียดศรีไชย จาก The Reporters ดำเนินรายการ
คะแนนปรับลดถี่-คะแนนปริศนาโผล่ 24 ชั่วโมงของการรายงานคะแนนใน ECT Report
กัลยกร สุนทรพฤกษ์ Creative Data Analyst จากไอลอว์นำเสนอข้อมูลที่วิเคราะห์จากการบันทึกความเปลี่ยนแปลงของคะแนนระหว่างการรายงานผลผ่านเว็บไซต์ ECT Report ตั้งแต่มีคะแนนชุดแรกเข้าระบบ จนถึงการหยุดรายงานคะแนน โดยกัลยกรระบุว่า คะแนนที่รายงานเข้ามาไม่สม่ำเสมอ โดยคะแนนชุดแรกรายงานเข้ามาเวลา 16:48 น. ก่อนปิดคูหา และคะแนนชุดต่อมารายงานเข้ามาในเวลาประมาณ 17:15 น. ก่อนจะมีช่วงหยุดรายงานคะแนน 2 ครั้ง
หลังจากนั้น มีการหยุดรายงานคะแนน 55 นาที ก่อนจะกลับมารายงานคะแนนเป็นเวลา 10 นาที และหยุดรายงานคะแนนอีกครั้งเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 46 นาที และมีคะแนนไหลเข้าชุดใหญ่จำนวนประมาณ 17 ล้านคะแนน
นอกจากคะแนนที่ไหลเข้ามาเป็นชุดใหญ่แล้ว กัลยกรยังกล่าวว่า หลังจากช่วงหยุดรายงานคะแนนครั้งที่ 2 มีคะแนนปริศนาเข้ามาเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ใน 49 เขตเลือกตั้ง รวมประมาณ 89,000 คะแนน และหายไป โดยคะแนนดังกล่าวเข้ามาในลักษณะกระจายจังหวัด ไม่กระจุกตัวที่ภาคใดเป็นพิเศษ ทั้งยังพบว่ามีการปรับลดคะแนนตั้งแต่เวลาประมาณ 22:30 น. ถึง 08:00 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยช่วงที่ปรับลดคะแนนมากที่สุดอยู่ที่ 23:30-23:43 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยส่วนมากเป็นคะแนนของผู้สมัครจากพรรคประชาชน โดยมีสัดส่วนต่างกันไปในแต่ละพรรค โดยหลังจากคะแนนปรับลดแล้ว มีผู้สมัครพลิกชนะ 24 เขตเลือกตั้ง
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์เสริมว่า ทั้งหมดนี้ ยืนยันได้ว่า การรายงานคะแนนช่วง 8-9 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่คะแนนที่เข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เป็นคะแนนที่มีการ “จัดการ” ก่อนจะไปสู่การรับรู้ของประชาชน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 และได้รับการแก้ไขเบื้องต้นในปี 2566 แต่ก็ยังคงมีปัญหา
ทำไมต้องเป็น “สีน้ำเงิน”: วิเคราะห์ความเชื่อมโยงคำสั่งโยกย้ายมหาดไทย กับกกต. เขต
ณัชปกร นามเมือง และภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล จาก CALL กล่าวถึงการศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างคำสั่งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย โดยเริ่มจากเขตของพรรคภูมิใจไทย โดยนฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนายอำเภอเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่รักษาการ คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้ต้องเริ่มต้นการศึกษาจากเขตที่ผู้ชนะเป็นพรรคภูมิใจไทย โดยประกอบกับตารางคะแนนที่ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย ใช้เทคโนโลยี OCR อ่านคะแนน และพล็อตกราฟให้เห็นความผิดปกติของการเลือกตั้ง โดยพบว่า การกระจายตัวเลขเป็นไปโดยไม่สม่ำเสมอ และมีผู้สมัครที่มีคะแนนโดดออกจากเส้นที่ควรจะเป็นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขความเป็นไปได้ทางสถิติ พบว่า มีเพืยงเขตของพรรคภูมิใจไทย ต่ำกว่าค่านัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 เท่านั้น จึงอนุมานได้ว่าบัตรเขย่งที่เกิดกับพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ
ภัสราวลีระบุต่อไปว่า เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ร่วมกับคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอก่อนการเลือกตั้ง พบว่า มีคำสั่งแต่งตั้ง ผอ. กกต. เขต และกกต. เขต 8 คำสั่ง ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ ได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ที่มีที่มาจากข้าราชการในท้องที่นั้นๆ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดิมแล้ว ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผอ. กกต. เขต และกกต. ประจำเขตมากถึง 5 หน้า แต่การแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2568 ได้รวบรัดรายละเอียดดังกล่าวเหลือเพียง 5 ข้อ เท่านั้น
โดยเมื่อวิเคราะห์จำนวนเขตที่ กกต. ประจำเขตมีรายชื่อในคำสั่งโยกย้ายทั้งสิ้น 152 เขต พบว่า มี กกต. เขตที่มีชื่อในคำสั่งย้ายและพรรคภูมิใจไทยชนะ 68 เขตเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 44.7 และโดยมีจำนวน กกต. เขตอยู่ในคำสั่งดังกล่าว และอยู่ในเขตที่พรรคภูมิใจไทยชนะ 85 จากจำนวน กกต. เขตในคำสั่งโยกย้าย 191 คน คิดเป็นร้อยละ 44.5
และหากพิจารณารายชื่อ กกต. เขตที่ภูมิใจไทยชนะกับคำสั่งโยกย้ายที่พบรายชื่อกกต. สูงสุด (คือ คำสั่ง กกต. ที่ 3660/2568) มีจำนวนรายชื่อ กกต. เขตที่ภูมิใจไทยชนะ และมีรายชื่อในคำสั่งดังกล่าว 57 จาก 111 คน คิดเป็นร้อยละ 51.4 กระจายตัวอยู่ใน 49 จาก 133 เขต คิดเป็นร้อยละ 36.9%
ภัสราวลียกตัวอย่างจังหวัดชลบุรี ที่พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง 5 จาก 7 เขต และมีเขตไฮไลต์คือ เขตเลือกตั้ง 1 อาจพุ่งเป้าไปที่ ผอ. กกต. เขต แต่หากพิจารณารายชื่อกกต. ประจำเขต เช่น วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี เป็นที่ทราบว่าเป็นคนสนิทของสุชาติ ชมกลิ่น ผู้ชนะในเขตนี้ หรือ สุพิขฌาย์ ปิยะพุทธิชัย เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็น สว. เสียงข้างมากในวุฒิสภา และยังมี กกต. เขต 3 เขตเลือกตั้ง มีชื่อในคำสั่งโยกย้ายของกระทรวงมหาดไทย
โดยในจำนวน 68 เขตที่มีรายชื่อ กกต. ได้รับการโยกย้าย และพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งนั้น ณัชปกร นามเมือง ได้ศึกษาความผิดปกติของตัวเลขจำนวนบัตรเขย่ง โดยมี 10 เขตที่พบความผิดปกติสำคัญ จากการเปรียบเทียบคะแนนและจำนวนบัตรเขย่งเปรียบเทียบกัน ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพบว่า ข้อมูลในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่เลือกผู้สมัครใดปรับเปลี่ยนขึ้นลงเฉพาะเขต และมีความเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เฉพาะบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดลพบุรี ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 มีส่วนต่างจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ 34,023 บัตร และผลต่างระหว่างพรรคผู้ชนะอันดับ 1 และ 2 อยู่ที่ 32,567 คะแนน เป็นต้น แต่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่เลือกผู้สมัครใดเพิ่มขึ้นจากเดิม จึงอาจอนุมานได้ว่า ตัวเลขที่เปลี่ยนไปสามารถเปลี่ยนผู้ชนะการเลือกตั้งได้ด้วย
เมื่อพิจารณาต่อไปว่า มีผู้ใดที่มีอำนาจสามารถเปลี่ยนแปลงคะแนนได้ ก็พบว่า ศูนย์รวมคะแนนระดับอำเภอ (คือ อนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต) มีอำนาจตรวจสอบและยืนยันข้อมูลได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้มาจากข้าราชการมหาดไทย ที่ได้รับคำสั่งจาก กกต. ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนี้ จึงอาจอนุมานได้ว่ามีการแก้ไขคะแนนจากขั้นตอนดังกล่าว ณัชปกรจึงฝากคำถามว่า เราจะสามารถ “เชื่อ” คะแนนที่รายงานออกมาได้หรือไม่ และต่อให้มีการ “โกง” เกิดขึ้นจริง ก็อาจทำอะไรไม่ได้ เพราะผู้ที่ตรวจสอบ กกต. ก็คือ กกต. เอง
·
ภาคประชาสังคมชำแหละเลือกตั้ง '69: คะแนนปรับลด-บัตรเขย่ง คำสั่งย้ายมหาดไทยโยงพรรคสีน้ำเงิน
27 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมพูลแมน จี สีลม มูลนิธิวีวอทช์จัดงานแถลงผลร่วม “ข้อค้นพบหลังการเลือกตั้งโดยเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม” เพื่อนำเสนอข้อค้นพบสำคัญหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ร่วมแถลง คือ พงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการวีวอทช์ กุลธิดา สามะพุทธิ จากโคแฟค (CoFact Thailand) ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และณัชปกร นามเมือง เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) นรเศรษฐ์ นาหนองตูม จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และกัลยกร สุนทรพฤกษ์ จากไอลอว์ และมีฐปณีย์ เอียดศรีไชย จาก The Reporters ดำเนินรายการ
คะแนนปรับลดถี่-คะแนนปริศนาโผล่ 24 ชั่วโมงของการรายงานคะแนนใน ECT Reportกัลยกร สุนทรพฤกษ์ Creative Data Analyst จากไอลอว์นำเสนอข้อมูลที่วิเคราะห์จากการบันทึกความเปลี่ยนแปลงของคะแนนระหว่างการรายงานผลผ่านเว็บไซต์ ECT Report ตั้งแต่มีคะแนนชุดแรกเข้าระบบ จนถึงการหยุดรายงานคะแนน โดยกัลยกรระบุว่า คะแนนที่รายงานเข้ามาไม่สม่ำเสมอ โดยคะแนนชุดแรกรายงานเข้ามาเวลา 16:48 น. ก่อนปิดคูหา และคะแนนชุดต่อมารายงานเข้ามาในเวลาประมาณ 17:15 น. ก่อนจะมีช่วงหยุดรายงานคะแนน 2 ครั้ง
หลังจากนั้น มีการหยุดรายงานคะแนน 55 นาที ก่อนจะกลับมารายงานคะแนนเป็นเวลา 10 นาที และหยุดรายงานคะแนนอีกครั้งเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 46 นาที และมีคะแนนไหลเข้าชุดใหญ่จำนวนประมาณ 17 ล้านคะแนน
นอกจากคะแนนที่ไหลเข้ามาเป็นชุดใหญ่แล้ว กัลยกรยังกล่าวว่า หลังจากช่วงหยุดรายงานคะแนนครั้งที่ 2 มีคะแนนปริศนาเข้ามาเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ใน 49 เขตเลือกตั้ง รวมประมาณ 89,000 คะแนน และหายไป โดยคะแนนดังกล่าวเข้ามาในลักษณะกระจายจังหวัด ไม่กระจุกตัวที่ภาคใดเป็นพิเศษ ทั้งยังพบว่ามีการปรับลดคะแนนตั้งแต่เวลาประมาณ 22:30 น. ถึง 08:00 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยช่วงที่ปรับลดคะแนนมากที่สุดอยู่ที่ 23:30-23:43 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยส่วนมากเป็นคะแนนของผู้สมัครจากพรรคประชาชน โดยมีสัดส่วนต่างกันไปในแต่ละพรรค โดยหลังจากคะแนนปรับลดแล้ว มีผู้สมัครพลิกชนะ 24 เขตเลือกตั้ง
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์เสริมว่า ทั้งหมดนี้ ยืนยันได้ว่า การรายงานคะแนนช่วง 8-9 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่คะแนนที่เข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ แต่เป็นคะแนนที่มีการ “จัดการ” ก่อนจะไปสู่การรับรู้ของประชาชน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 และได้รับการแก้ไขเบื้องต้นในปี 2566 แต่ก็ยังคงมีปัญหา
ทำไมต้องเป็น “สีน้ำเงิน”: วิเคราะห์ความเชื่อมโยงคำสั่งโยกย้ายมหาดไทย กับกกต. เขตณัชปกร นามเมือง และภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล จาก CALL กล่าวถึงการศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างคำสั่งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย โดยเริ่มจากเขตของพรรคภูมิใจไทย โดยนฤมล ทับจุมพล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีนายอำเภอเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่รักษาการ คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้ต้องเริ่มต้นการศึกษาจากเขตที่ผู้ชนะเป็นพรรคภูมิใจไทย โดยประกอบกับตารางคะแนนที่ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย ใช้เทคโนโลยี OCR อ่านคะแนน และพล็อตกราฟให้เห็นความผิดปกติของการเลือกตั้ง โดยพบว่า การกระจายตัวเลขเป็นไปโดยไม่สม่ำเสมอ และมีผู้สมัครที่มีคะแนนโดดออกจากเส้นที่ควรจะเป็นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขความเป็นไปได้ทางสถิติ พบว่า มีเพืยงเขตของพรรคภูมิใจไทย ต่ำกว่าค่านัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 เท่านั้น จึงอนุมานได้ว่าบัตรเขย่งที่เกิดกับพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ
ภัสราวลีระบุต่อไปว่า เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ร่วมกับคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอก่อนการเลือกตั้ง พบว่า มีคำสั่งแต่งตั้ง ผอ. กกต. เขต และกกต. เขต 8 คำสั่ง ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ ได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ที่มีที่มาจากข้าราชการในท้องที่นั้นๆ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดิมแล้ว ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผอ. กกต. เขต และกกต. ประจำเขตมากถึง 5 หน้า แต่การแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2568 ได้รวบรัดรายละเอียดดังกล่าวเหลือเพียง 5 ข้อ เท่านั้น
โดยเมื่อวิเคราะห์จำนวนเขตที่ กกต. ประจำเขตมีรายชื่อในคำสั่งโยกย้ายทั้งสิ้น 152 เขต พบว่า มี กกต. เขตที่มีชื่อในคำสั่งย้ายและพรรคภูมิใจไทยชนะ 68 เขตเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 44.7 และโดยมีจำนวน กกต. เขตอยู่ในคำสั่งดังกล่าว และอยู่ในเขตที่พรรคภูมิใจไทยชนะ 85 จากจำนวน กกต. เขตในคำสั่งโยกย้าย 191 คน คิดเป็นร้อยละ 44.5
และหากพิจารณารายชื่อ กกต. เขตที่ภูมิใจไทยชนะกับคำสั่งโยกย้ายที่พบรายชื่อกกต. สูงสุด (คือ คำสั่ง กกต. ที่ 3660/2568) มีจำนวนรายชื่อ กกต. เขตที่ภูมิใจไทยชนะ และมีรายชื่อในคำสั่งดังกล่าว 57 จาก 111 คน คิดเป็นร้อยละ 51.4 กระจายตัวอยู่ใน 49 จาก 133 เขต คิดเป็นร้อยละ 36.9%
ภัสราวลียกตัวอย่างจังหวัดชลบุรี ที่พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง 5 จาก 7 เขต และมีเขตไฮไลต์คือ เขตเลือกตั้ง 1 อาจพุ่งเป้าไปที่ ผอ. กกต. เขต แต่หากพิจารณารายชื่อกกต. ประจำเขต เช่น วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี เป็นที่ทราบว่าเป็นคนสนิทของสุชาติ ชมกลิ่น ผู้ชนะในเขตนี้ หรือ สุพิขฌาย์ ปิยะพุทธิชัย เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็น สว. เสียงข้างมากในวุฒิสภา และยังมี กกต. เขต 3 เขตเลือกตั้ง มีชื่อในคำสั่งโยกย้ายของกระทรวงมหาดไทย
โดยในจำนวน 68 เขตที่มีรายชื่อ กกต. ได้รับการโยกย้าย และพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งนั้น ณัชปกร นามเมือง ได้ศึกษาความผิดปกติของตัวเลขจำนวนบัตรเขย่ง โดยมี 10 เขตที่พบความผิดปกติสำคัญ จากการเปรียบเทียบคะแนนและจำนวนบัตรเขย่งเปรียบเทียบกัน ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพบว่า ข้อมูลในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่เลือกผู้สมัครใดปรับเปลี่ยนขึ้นลงเฉพาะเขต และมีความเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เฉพาะบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดลพบุรี ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 มีส่วนต่างจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ 34,023 บัตร และผลต่างระหว่างพรรคผู้ชนะอันดับ 1 และ 2 อยู่ที่ 32,567 คะแนน เป็นต้น แต่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 บัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่เลือกผู้สมัครใดเพิ่มขึ้นจากเดิม จึงอาจอนุมานได้ว่า ตัวเลขที่เปลี่ยนไปสามารถเปลี่ยนผู้ชนะการเลือกตั้งได้ด้วย
เมื่อพิจารณาต่อไปว่า มีผู้ใดที่มีอำนาจสามารถเปลี่ยนแปลงคะแนนได้ ก็พบว่า ศูนย์รวมคะแนนระดับอำเภอ (คือ อนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต) มีอำนาจตรวจสอบและยืนยันข้อมูลได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้มาจากข้าราชการมหาดไทย ที่ได้รับคำสั่งจาก กกต. ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนี้ จึงอาจอนุมานได้ว่ามีการแก้ไขคะแนนจากขั้นตอนดังกล่าว ณัชปกรจึงฝากคำถามว่า เราจะสามารถ “เชื่อ” คะแนนที่รายงานออกมาได้หรือไม่ และต่อให้มีการ “โกง” เกิดขึ้นจริง ก็อาจทำอะไรไม่ได้ เพราะผู้ที่ตรวจสอบ กกต. ก็คือ กกต. เอง
Puangthong Pawakapan