วันอาทิตย์, ตุลาคม 26, 2568

นักกิจกรรมเชียงใหม่จัด Run2Free ‘วิ่งเพื่อเสรีภาพ’ ร้องหยุดจองจำผู้เห็นต่าง ไม่ลืมเพื่อนในเรือนจำ

https://www.facebook.com/lanner2022/posts/843762751741803

Lanner
9 hours ago
·
นักกิจกรรมเชียงใหม่จัด Run2Free ‘วิ่งเพื่อเสรีภาพ’ ร้องหยุดจองจำผู้เห็นต่าง ไม่ลืมเพื่อนในเรือนจำ
​
25 ตุลาคม 2568 กลุ่มเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม ‘วิ่งเพื่อเสรีภาพ X ยืนหยุดขัง Run2Free’ และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
​
ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 56 คน ที่ยังไม่ได้รับอิสรภาพ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กิจกรรม ‘Run2Free’ เกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนตุลาคม เดือนที่สังคมไทยยังต้องทบทวนความหมายของคำว่า ‘เสรีภาพ’ ใหม่อยู่เสมอ
​
กิจกรรมเริ่มต้นที่ ลานควายยิ้ม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสิ้นสุดที่ อ่างแก้ว โดยผู้เข้าร่วมพร้อมใจกันสวมเสื้อสีดำตาม Dress Code ‘All Black’ เพื่อสื่อถึงการไว้อาลัยต่อเสรีภาพที่ถูกพรากไป โดยเริ่มรวมตัวตั้งแต่เวลา 16.00 น. ก่อนเริ่มวิ่งจริงในเวลา 17.00 น.
​
สุปรียา โฉมเรือง หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวถึงมุมมองต่อประเด็น นิรโทษกรรมว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมควรมีการผ่อนผันและผ่อนเบาความเข้มงวดในบางเรื่อง อาจยังไม่ถึงขั้นยกเลิกทั้งหมด แต่ควรมีการผ่อนปรนได้แล้ว
​
“คิดว่าน่าจะมีการผ่อนผัน ผ่อนเบาบ้างนะคะ มันถึงเวลาที่ควรจะผ่อนคลายได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้มงวดเหมือนเดิม ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้คำว่ายกเลิกได้ไหม แต่คิดว่าควรมีการผ่อนปรนได้แล้ว”
​
ส่วนในประเด็น กฎหมายมาตรา 112 เธอได้ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดกฎหมายดังกล่าวจึงมักถูกนำมาใช้กับความคิดเห็นของประชาชนและการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้สังคมจะตั้งคำถามเรื่องนี้บ่อยครั้ง กลับยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนออกมาจนถึงปัจจุบัน
​
ด้าน คุณอัพ หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม มองว่า กฎหมายนิรโทษกรรมควรครอบคลุมถึงนักโทษมาตรา 112 เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและทำให้หลายคนไม่ได้รับความยุติธรรม พร้อมย้ำว่าควรครอบคลุมนักโทษทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ต้องคดีทางการเมือง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริง
​
“คิดว่าการนิรโทษกรรมควรครอบคลุมนักโทษมาตรา 112 ด้วย เพราะกฎหมายนี้ถูกใช้กลั่นแกล้งทางการเมือง และทำให้หลายคนไม่ได้รับความยุติธรรม”
​
ตลอดเส้นทางผู้เข้าร่วมต่างส่งเสียง ‘วิ่งเพื่อเสรีภาพ’ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและการปล่อยตัวเพื่อนที่ยังถูกคุมขัง ก่อนปิดท้ายด้วยการ ยืนสงบนิ่ง เพื่อรำลึกถึงผู้สูญหายและผู้ที่ยังถูกคุมขังจากเหตุผลทางการเมือง
​
ในช่วงท้าย ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้อ่านแถลงการณ์ โดยกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติคว่ำ มาตรา 3 ของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งว่าด้วยการนิรโทษเยาวชนในคดีมาตรา 112 ทำให้ไม่มีการนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองในคดีดังกล่าวแม้แต่รายเดียว
​
แถลงการณ์ระบุว่า พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่กำลังจะออกมานี้จึง “นิรโทษเฉพาะผู้กระทำผิดที่อยู่ฝั่งอำนาจ” ขณะที่ประชาชนที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ต่อมา ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันตะโกนเสียงดัง “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ ยกเลิก 112” ก่อนจะร่วมกันอ่านรายชื่อผู้ต้องขังคดีการเมืองทั้ง 56 คน เพื่อส่งสารถึงสังคมว่า การเรียกร้องเสรีภาพไม่ควรถูกลงโทษ
​
อ่านในรูปแบบเว็บไซต์ที่

https://www.lannernews.com/25102568-01/