วันอาทิตย์, มิถุนายน 08, 2568

มารู้จักประวัติศาสตร์ ‘ช็อกมินต์’ อีกมุม ‘ช็อกมินต์’ ประวัติศาสตร์ของอาหารที่ถ้าไม่รักก็เกลียดเลย ไม่มีตรงกลาง


BrandThink
May 24, 2023
·
THE ATTENTION: เพราะ ‘ช็อกมินต์’ ไม่มีตรงกลาง ประวัติศาสตร์ของอาหารที่ถ้าไม่รักก็เกลียดเลย
.
[อยากรู้แต่ไม่มีเวลา อ่านแค่ตรงนี้พอ]
.
บางคนบอกว่ารสชาติ ‘ช็อกโกแลตมินต์’ มันเหมือนกับ ‘ยาสีฟัน’ แต่บางคนก็บอกว่านี่คือการผสมผสานที่เข้ากันอย่างสดชื่นหอมหวาน ทำให้ข้อถกเถียงเรื่อง ‘ช็อกมินต์’ เป็นประเด็นหนึ่งที่สามารถแบ่งคนออกเป็น 2 ฝั่งได้อย่างชัดเจน คือถ้าไม่รักหรือชอบ ก็จะเกลียดไปเลย แต่ที่แน่ๆ ต้นกำเนิดของรสชาติแบบช็อกมินต์มีความเป็นมายาวนานกว่าที่หลายคนคิด
-----------------------------------
.
นักประวัติศาสตร์บันทึกว่าช็อกโกแลตมีความเป็นมาอันยาวนาน และมีความสำคัญต่ออารยธรรมที่รุ่งเรืองในอดีต หรือพูดให้ตรงกว่านั้นคือมีการนำผลโกโก้ไปทำเป็นเครื่องดื่มประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของชนเผ่ามายาและจักรวรรดิแอซเท็กในยุคโบราณ และชาวยุโรปก็นำโกโก้มาทำเครื่องดื่มร้อนตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ก่อนจะพัฒนามาเป็นช็อกโกแลตในรูปแบบ ‘ของหวาน’ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นลูกอม เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม ค็อกเทลในงานปาร์ตี้ รวมถึงช็อกโกแลตแบบแท่งทั่วๆ ไปซึ่งคนจำนวนมากโปรดปราน
.
เรียกได้ว่าช็อกโกแลตถูกนำไปผสมกับอาหาร ผลไม้ และเครื่องเทศหลายอย่างจนเกิดเป็นรสชาติแปลกใหม่ไม่รู้กี่แบบ เช่น ช็อกโกแลตกล้วย ช็อกโกแลตส้ม ช็อกโกแลตเนยถั่ว ช็อกโกแลตวิสกี้ ช็อกโกแลตเกลือคาราเมล ช็อกโกแลตอบเชย ไปจนถึงช็อกโกแลตชีส
.
แต่พอ ‘ช็อกโกแลต’ ถูกนำไปผสมกับ ‘มินต์’ กลับกลายเป็นข้อถกเถียงที่ทำให้คนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจนจนน่าประหลาดใจ
.
ยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกา ทุกๆ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ในแต่ละปีถูกยกให้เป็นวันช็อกโกแลตมินต์ (National Chocolate Mint Day) ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับช็อกมินต์เกิดขึ้น และสิ่งที่ตามมาเป็นประจำก็คือ การมีคนถกเถียงกันว่าทำไมรสชาติแบบช็อกมินต์ถึงเป็นที่ชื่นชอบ และคนที่ชอบช็อกมินต์ก็มักจะอดไม่ได้ที่จะต้องออกมาปกป้องของโปรดของตัวเอง
.
ประเด็น ‘ชอบหรือไม่ชอบช็อกมินต์’ ก็เคยทำให้คนออสเตรเลียถกเถียงกันจนแบ่งเป็น 2 ฝั่งเหมือนกัน โดยสื่อด้านอาหาร Taste สำรวจความเห็นของคนอ่านในปี 2021 โดยแบ่งเป็นทีมรักช็อกมินต์ซึ่งติดแฮชแท็ก #TeamMintChocolate และทีมเกลียดช็อกมินต์ซึ่งติดแฮชแท็ก #TeamMintChocoHate โดยผลสรุปออกมาว่าคนที่รักและคนที่เกลียดช็อกมินต์นั้นมีจำนวนใกล้เคียงกันเลยทีเดียว แต่ไม่มีคนออกตัวว่ารู้สึก ‘เฉยๆ’ หรือ ‘กินได้แต่ไม่ชอบ’
.
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารคาดเดาว่าการที่คนบางกลุ่ม ‘รัก’ ช็อกมินต์ แต่อีกกลุ่มถึงขั้น ‘เกลียด’ อาจจะเป็นเพราะร่างกายของแต่ละคนมีต่อมรับรสและกลิ่นที่มีความไวไม่เท่ากัน บางคนที่ต่อมรับรสและกลิ่นไวเป็นพิเศษจึงอาจจะรู้สึกว่ากลิ่นมินต์หรือรสชาติของมินต์ที่มีความขื่นแฝงอยู่นั้น ‘เด่นชัด’ เกินไป
.
อีกประเด็นที่มีคนตอบเยอะว่าทำไมถึงไม่ชอบของกินรสช็อกมินต์ ก็คือมีความรู้สึกว่าเวลากินช็อกมินต์จะเหมือนกับกำลังกิน ‘ยาสีฟัน’ ซึ่งถ้าไปดูประวัติศาสตร์จริงๆ ก็เข้าใจได้ เพราะถึงแม้ว่าการผสมมินต์ลงในเครื่องดื่มโกโก้จะทำกันมานานแล้วในครัวเรือนตั้งแต่ราวๆ ศตวรรษที่ 16 แต่การผลิตไอศกรีมช็อกมินต์ออกมาวางจำหน่ายจริงๆ เพิ่งจะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ เมื่อปี 1973 นี่เอง
.
เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์การผลิต ‘ยาสีฟันผสมมินต์’ ออกมาตีตลาด จะเห็นได้ว่ายาสีฟันที่มีรสและกลิ่นมินต์ถูกผลิตมาขายกันนานกว่านั้นมาก ตั้งแต่ปลายๆ ยุค 1890s ซึ่งก็รวมถึงน้ำยาบ้วนปากกลิ่นมินต์ด้วย เพราะมินต์มีสรรพคุณที่ทำให้รู้สึกเย็นสดชื่น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่ในประเทศฝั่งตะวันตกจะมีความทรงจำในการผูกโยงมินต์เข้ากับยาสีฟันโดยอัตโนมัติ
.
ทางฝั่งเอเชียก็เถียงกันหนักไม่แพ้ฝั่งตะวันตก ยกตัวอย่างช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแส ‘ช็อกมินต์’ เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะซีรีส์ฮิตอย่าง ‘Tale of the Nine Taled’ ซึ่งนักแสดงชายชื่อดัง ‘อีดงอุก’ (Lee Dong Wook) รับบทเป็น ‘เทพจิ้งจอกเก้าหาง’ ที่ชอบกินไอศกรีมช็อกโกแลตมินต์ หลังจากนั้นบริษัทขนมและเครื่องดื่มในเกาหลีใต้ก็ออกผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างที่เป็นรสช็อกมินต์ออกมา ทั้งเวเฟอร์ช็อกมินต์ เหล้าโซจูกลิ่นช็อกมินต์ และที่ฮือฮาสุดก็คือ ‘ไก่ทอดราดซอสช็อกมินต์’
.
พอกระแสช็อกมินต์แรงขึ้นก็เลยมีคนไปตั้งกระทู้ถกเถียงในฟอรัมออนไลน์เกาหลีใต้ โดยบางคนบอกว่าไอศกรีมรสช็อกมินต์ว่า ‘แย่’ อยู่แล้ว ยังจะมีของกินรสช็อกมินต์อื่นๆ ออกมาอีก ฝั่งคนที่ชอบช็อกมินต์ก็ออกมาแย้งว่ารสชาตินี้มันก็อร่อยดี ทำไมจะต้องตั้งแง่และต่อต้านด้วย จนสื่ออย่าง Korea JoongAng Daily รายงานเชิงขำๆ ว่านี่คือปรากฏการณ์ที่ทำให้คนเกาหลีแตกแยกได้จริงๆ เพราะถ้าใครไม่รักช็อกมินต์ก็มักจะเกลียดไปเลย
.
และถ้าไปถามนักการตลาดอย่าง ‘โชยอนมี’ ซึ่งทำงานให้กับ Orion บริษัทขนมรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ก็มีข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า คนที่ตอบรับต่อผลิตภัณฑ์ช็อกมินต์มากที่สุดน่าจะเป็นคน Gen Y และ Gen Z เพราะการโฆษณาในสื่อออนไลน์ที่เจาะกลุ่มคนเหล่านี้มีผลกระตุ้นยอดขายผลิตภัณฑ์ช็อกมินต์อย่างมีนัยสำคัญ โดยดูจากยอดขายสินค้าในช่วง 3 สัปดาห์ที่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 2022 สามารถทำรายได้ให้กับบริษัทมากถึง 1,200 ล้านวอน หรือประมาณ 1.1 ล้านดอลลาร์
.
ส่วนคนดังๆ ที่อยู่ฝั่ง ‘รักช็อกมินต์’ ในเกาหลีใต้ ก็เช่น อีดงอุก และไอยู (IU) ไอดอลมากความสามารถ ขณะที่คนดังซึ่งอยู่ฝั่ง ‘ไม่เอาช็อกมินต์’ เท่าที่มีให้เห็นในข่าวคือ RM หรือ ‘คิมนัมจุน’ แห่งวงบอยแบนด์ BTS ส่วนฝั่งไทยก็มี ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่มีคอนเทนต์พูดถึงช็อกมินต์กลายเป็นไวรัลหลายชิ้น และมีคนไปซื้อเครื่องดื่มช็อกมินต์ตามจนยอดขายพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
.
อ้างอิง: Hotel Chocolat. Where did mint chocolate come from?. https://bit.ly/45ixUpv
Korea JoongAng Daily. Haters gonna hate, but mint chocolate wins no matter what. https://tinyurl.com/ytcev4ja
Taste. So… apparently mint chocolate can be just as polarising as CORIANDER. https://tinyurl.com/7ks9c3uw
VoxCreative. A Brief History of Mint, from Air Freshener to Breath Freshener. https://tinyurl.com/bddfwwhn

https://www.facebook.com/photo/?fbid=3651659738492885&set=a.1787288278263383