“ใช้เงินหลักพันล้านมา ‘ให้ของขวัญ’ ประชาชน...อนาคตของประเทศน่ากังวลครับ” คอมเม้นต์ของประชากรไซเบอร์ผู้หนึ่ง ต่อการที่รัฐบาล ‘หนูพุก’ จะควักงบประมาณแผ่นดินซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก ให้ชมฟรีกันทั้งประเทศ
เบื้องหน้า ใครว่ารัฐบาลใจดี ที่อุตส่าห์เอาใจแฟนบอล ก็ว่าไป แต่เบื้องหลัง “นี่รัฐบาลถังแตก ไม่มีงบเหลือแล้ว เร่งรีบออก พ.ร.ก.กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้าน บอกว่าเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รัฐบาลไม่มีเงินเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน เลยต้องกู้ด่วน”
ถ้อยความของ Napath Narangsiya บนหน้า ‘เอ็กซ์’ บอกถึงจิตภาพ หรือ mentality ของคนในชาตินี้ได้หรือไม่ ว่าเห็นแก่ประโยชน์สุขซึ่งหน้าเล็กๆ น้อยๆ ไม่มองไกล ในเมื่อเงิน ๑,๓๐๐ ล้านบาทที่จะเอามาใช้ ปลายทางมาจากกระเป๋าของพ่อแม่พี่น้องทั้งนั้น
คณะรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติ ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปจัดการซื้อลิขสิทธิ์ “ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน” คนในรัฐบาลอุบไว้ก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้ ถ้าถาม ศิริกัญญา ตันสกุล พรรคประชาชน
เธอว่าเป็นจะจะ เมื่อสี่ปีที่แล้ว แหล่งเงินมาจากหลายส่วน “ส่วนหนึ่งมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงฯ (กทปส.) ประมาณครึ่งหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งมาจากกองทุนกีฬา (กกท.)” โดยมีเอกชนร่วมลงขันด้วย แต่ก็เกิดข้อครหา
คือ กองทุนวิจัยฯ กทปส.นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนในกลุ่มเปราะบาง เช่นคนพิการในรูปแบบต่างๆ สามารถเข้าถึงการสื่อสารสำหรับมหาชนได้มากขึ้น ง่ายขึ้น จึงไม่ใช่ขอบข่ายในการถ่ายทอดสดบอลโลก สำหรับคนทั้งประเทศ
“ส่วนกองทุนพัฒนากีฬา คนอาจจะยังตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วควรจะเอามาใช้ในการพัฒนากีฬาในประเทศมากกว่าการเอาไปซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่” คุณไหมว่า “รอบนี้มีบริบทที่แตกต่างออกไป” ประการแรกเกี่ยวกับกฏ ‘Must Have’
“ที่ระเบียบของ กสทช. ที่ระบุว่าจะต้องมีรายการกีฬาใดบ้างที่ต้องมีการถ่ายทอดสดฟรีให้กับประชาชนได้ดู และเอาฟุตบอลโลกออกไปแล้ว” ส่วนเรื่องแรงจูงใจของเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม คุณไหมบอกครั้งที่แล้วยังมีคดีความกันอยู่เลย
“เรื่องระหว่าง True กับ กสทช. ที่เมื่อได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดไปแล้ว กลับไม่ได้มีการปฏิบัติตามกฎ ‘Must Carry’ คือทำให้ไม่สามารถดูได้ผ่านทุกๆ ช่องทาง ทุกแพลตฟอร์ม บางกล่องก็เกิดปรากฏการณ์จอดำ” อันนี้เป็นปกติของ ‘ทุนนิยม’
รองหัวหน้าพรรค ปชน.บอก “คนที่ใส่เงิน เขาก็มีแรงจูงใจที่จะแสวงหาผลกำไรจากการที่ได้ลงทุนไปแล้วทั้งนั้น” เรื่องของเรื่องถ้ารัฐจะทำเองโดยใช้เงินของประชาชน ก็ต้องใช้เงิน “อย่างโปร่งใส ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วก็นำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่า”
(https://www.matichon.co.th/politics/news_5715354, https://www.facebook.com/krobkruakao3/posts/Thi6YkJ6t2r และ https://x.com/UUUPPP11/status/2054191115864277477)
