
https://thestatestimes.com/post/2025052309
ไทยกำลังเป็น 'รัฐล้มเหลว' หรือเพียงแค่ 'รัฐกระดาษ'? บทวิเคราะห์จากผู้เขียน Why Nations Fail
(23 พ.ค. 68) ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ท่ามกลางความไม่แน่นอน Moody’s ปรับมุมมองเครดิตไทยเป็น 'เชิงลบ' ส่วน IMF ลดคาดการณ์ GDP ปี 2025 เหลือเพียง 1.8% ขณะที่ภาคสังคมยังตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพของกลไกรัฐและการบังคับใช้กฎหมาย
ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับ BBC Thai ศ.เจมส์ เอ. โรบินสัน นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Why Nations Fail ชี้ว่า ไทยยังคงมี 'สถาบันแบบแสวงหาประโยชน์' (extractive institutions) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะบทบาทของกองทัพที่ยังไม่ถอนตัวจากการเมืองอย่างแท้จริง
ศ.เจมส์ เอ. โรบินสัน เปรียบเทียบประเทศไทยกับ 'รัฐกระดาษ' (Paper Leviathan) ซึ่งแม้จะมีโครงสร้างและกฎหมายครบถ้วน แต่กลับไร้ประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ยาก สถานะนี้พบในประเทศอย่างอาร์เจนตินา ซึ่งรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกับไทย แต่ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรคอร์รัปชันและระบบอุปถัมภ์ได้
อย่างไรก็ดี เขาชี้ว่าไทยยังไม่หลุดออกจาก 'ระเบียงแคบ' หรือเส้นทางที่รัฐและสังคมสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ หากสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ขัดขวางความครอบคลุมและความโปร่งใส ไทยยังมีโอกาสพัฒนาได้ในระยะยาว
สิ่งที่สำคัญที่สุดในมุมมองของเขาคือ การกล้าถามถึงบทบาทของสถาบันต่าง ๆ ในสังคม และเปิดเวทีให้สาธารณชนมีส่วนร่วมในการนิยามอนาคตของประเทศ
ที่มา : https://www.bbc.com/thai/articles/cq85vll0pzyo
.....
"นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล มองไทยเข้าข่ายเป็น "รัฐกระดาษ" (Paper State)"
ศ. เจมส์ เอ. โรบินสัน (James A. Robinson) นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2024 และผู้เขียนร่วมหนังสือ Why Nations Fail ได้ให้สัมภาษณ์และแสดงทัศนะเกี่ยวกับประเทศไทย โดยมีประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือการที่ไทยเข้าข่ายเป็น "รัฐกระดาษ" (Paper State) ดังนี้ครับ:
ความหมายของ "รัฐกระดาษ":
ตามนิยามของโรบินสัน รัฐกระดาษคือรัฐที่มีโครงสร้างองค์กร หน่วยงาน กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ดูดีและครบถ้วนบนแผ่นกระดาษ แต่ในความเป็นจริงกลับ ไม่มีอำนาจหรือประสิทธิภาพในการบังคับใช้ ให้เกิดผลได้จริง หรือขาดความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรและบริการสาธารณะแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง
สถานะของไทยในสายตาโรบินสัน:
เขามองว่าไทยยังไม่ใช่ "รัฐล้มเหลว" (Failed State) แต่กำลังติดหล่มและมีลักษณะของรัฐกระดาษ เนื่องจากมีการสร้างระบบสถาบันที่ดูทันสมัยแต่โครงสร้างอำนาจภายในยังถูกผูกขาดโดยกลุ่มชนชั้นนำ (Extractive Institutions) ซึ่งเน้นการดึงทรัพยากรเข้าสู่กลุ่มตนเองมากกว่าการสร้างโอกาสให้คนส่วนใหญ่
สาเหตุหลักที่ถูกหยิบยก:
การแทรกแซงของการเมืองและกองทัพ: เขาเปรียบเทียบไทยกับเกาหลีใต้ โดยชี้ว่าเกาหลีใต้ก้าวข้ามไปสู่ความมั่งคั่งได้เพราะสามารถแยกกองทัพออกจากการเมืองและสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงได้สำเร็จ ในขณะที่ไทยยังวนเวียนอยู่กับความขัดแย้งเชิงโครงสร้างนี้
การขาดสถาบันที่เปิดกว้าง (Inclusive Institutions):
การขาดสถาบันที่เปิดกว้าง (Inclusive Institutions):
รัฐไทยขาดกติกาที่เอื้อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรมหรือลงทุนเพราะกลัวการถูกเอาเปรียบจากกลุ่มอำนาจ
ทัศนะนี้ถูกนำมาเผยแพร่และถกเถียงอย่างมากผ่านสื่อต่างๆ เช่น บทสัมภาษณ์ใน บีบีซีไทย และรายการวิเคราะห์ใน The Standard เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการปฏิรูปสถาบันทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างจริงจัง
รายการ KEY MESSAGES ของช่อง The Standard

สรุป ความเน่าของรัฐไทยตามนี้

1. James Robinson (เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์) : ไทยเข้าข่าย "รัฐกระดาษ"
คือมีโครงสร้างกฎหมายและหน่วยงานที่ดูดี แค่บนกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติกลับไร้ประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

2. กระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน
ยกตัวอย่างคดี "บอส อยู่วิทยา", "ป้าบัวผัน" และกรณี "ชั้น 14 รพ.ตำรวจ" ที่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในตำรวจและกระบวนการยุติธรรม

3. สินบนใบอนุญาตก่อสร้างเพียบ
การจะสร้างบ้านหรือตึกในไทยมักต้องจ่าย "เงินใต้โต๊ะ" เพื่อให้ใบอนุญาตผ่านสะดวก ตั้งแต่หลักหมื่นสำหรับบ้านเดี่ยว ไปจนถึงหลักล้านสำหรับคอนโดมิเนียม

4. ทุจริตนมโรงเรียน:
ปัญหาคุณภาพนม (นมผสมน้ำ/นมผง) และการทุจริต "นักเรียนผี" (เบิกงบเกินจำนวนเด็กจริง) รวมถึงปัญหาการจัดการโควต้านมที่ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน

5. แอปพลิเคชันภาครัฐ:
รัฐไทยมีแอปฯ กว่า 2,700 แอปฯ ใช้งบประมาณมหาศาล (บางแอปฯ ราคาสูงถึง 60 กว่าล้านบาท) แต่ส่วนใหญ่เป็น "แอปฯ ร้าง" ที่ใช้งานไม่ได้จริง หรือซ้ำซ้อนกันเอง

6. อนุสาวรีย์ตึกร้าง:

สรุป ความเน่าของรัฐไทยตามนี้
1. James Robinson (เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์) : ไทยเข้าข่าย "รัฐกระดาษ" คือมีโครงสร้างกฎหมายและหน่วยงานที่ดูดี แค่บนกระดาษ แต่ในทางปฏิบัติกลับไร้ประสิทธิภาพและเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

2. กระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน ยกตัวอย่างคดี "บอส อยู่วิทยา", "ป้าบัวผัน" และกรณี "ชั้น 14 รพ.ตำรวจ" ที่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในตำรวจและกระบวนการยุติธรรม

3. สินบนใบอนุญาตก่อสร้างเพียบ การจะสร้างบ้านหรือตึกในไทยมักต้องจ่าย "เงินใต้โต๊ะ" เพื่อให้ใบอนุญาตผ่านสะดวก ตั้งแต่หลักหมื่นสำหรับบ้านเดี่ยว ไปจนถึงหลักล้านสำหรับคอนโดมิเนียม

4. ทุจริตนมโรงเรียน: ปัญหาคุณภาพนม (นมผสมน้ำ/นมผง) และการทุจริต "นักเรียนผี" (เบิกงบเกินจำนวนเด็กจริง) รวมถึงปัญหาการจัดการโควต้านมที่ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน

5. แอปพลิเคชันภาครัฐ: รัฐไทยมีแอปฯ กว่า 2,700 แอปฯ ใช้งบประมาณมหาศาล (บางแอปฯ ราคาสูงถึง 60 กว่าล้านบาท) แต่ส่วนใหญ่เป็น "แอปฯ ร้าง" ที่ใช้งานไม่ได้จริง หรือซ้ำซ้อนกันเอง

6. อนุสาวรีย์ตึกร้าง:โครงการก่อสร้างของรัฐจำนวนมากที่สร้างไม่เสร็จ หรือสร้างเสร็จแล้วถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ (เช่น ตึก กสทช., พิพิธภัณฑ์หอยสังข์) สูญเสียงบประมาณนับแสนล้านบาท


สรุปคือ การคอร์รัปชันในไทยเป็นเรื่องฉาวโฉ่ ต่างชาติเค้ารู้กันดี
และเป็นต้นทุนแฝงที่ทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศ และทำให้เราขาดเสน่ห์ที่จะดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามา

..,

ไปดูคลิปเต็มได้ที่ youtube.com/watch?v=Api-Fi…
https://www.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala/posts/1454120772751848


สรุปคือ การคอร์รัปชันในไทยเป็นเรื่องฉาวโฉ่ ต่างชาติเค้ารู้กันดี และเป็นต้นทุนแฝงที่ทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศ และทำให้เราขาดเสน่ห์ที่จะดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้ามา


..,
ไปดูคลิปเต็มได้ที่ youtube.com/watch?v=Api-Fi… https://www.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala/posts/1454120772751848