ท่ามกลางความตื่นตระหนกต่อการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในไทย ผู้เชี่ยวชาญการขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติรายหนึ่ง ปริวิตกถึงการที่สหรัฐส่งกำลังทหารเข้ายึดเกาะค้าร์กในช่องแคบฮอร์มุซ ว่าจะทำให้ปลายท่อของบ่อน้ำมันแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกถูกปิดตาย
ภาณุรัช ดำรงไทย วิศวกรที่มีชื่อเสียงในด้านการขุดเจาะน้ำมันดิบ ปัจจุบันเป็นประธานนโยบายพลังงานของพรรคไทยก้าวใหม่ซึ่งมี สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าและผู้ก่อตั้ง เขียนถึงสถานการณ์โจมตียึดครองเกาะค้าร์กโดยสหรัฐว่าคือ ‘ฝันร้าย’
“นี่คือ 1 ใน 6 จุดยุทธศาสตร์ที่หากล่มสลาย โลกจะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง...หลายคนมองว่าเกาะ Kharg เป็นแค่ท่าเรือส่งออก แต่ในทางวิศวกรรมปิโตรเลียม มันคือ "ปลายก๊อก" ของโครงข่ายใต้ดินที่มหึมาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
• น้ำมันดิบมหาศาลถูกสูบขึ้นมาจากแหล่ง Ahvaz, Marun และ Gachsaran ซึ่งอยู่ลึกใต้ดินหลายพันเมตร
• ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ (Degassing
Stations) และสถานีเพิ่มแรงดัน (Pumping Stations) นับร้อยจุด
•
ไหลผ่านท่อส่งน้ำมันข้ามน้ำข้ามทะเลมารวมกันที่เกาะเล็กๆ ขนาดเพียง 20 ตร.กม.
แห่งนี้ เมื่อเกาะถูกยึดระบบ Upstream จะถูกปิดตาย”
แม้นว่าถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรั้มพ์อ้างว่า การโจมตีได้ทำลายเป้าหมายทางทหารอย่างราบคาบ แต่ไม่ได้แตะต้องระบบโครงสร้างของอุตสาหกรรมน้ำมันแต่อย่างใด “ด้วยเหตุผลของการรู้ผิดชอบชั่วดี” ทรั้มพ์กล่าวด้วยความสามหาว
“แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญเรื่องบ่อน้ำมันของไทย เขาอธิบายว่า “หากอเมริกายึดเกาะได้ หรือมีการโจมตีจนเรือลูกค้า (โดยเฉพาะจีน) ไม่สามารถเข้ามารับน้ำมันได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ‘Consequence’ ที่รุนแรงระดับลูกโซ่:
1. Storage Overflow: คลังเก็บน้ำมันบนเกาะที่มีความจุกว่า 30 ล้านบาร์เรลจะเต็มภายในไม่กี่วัน
เมื่อส่งออกไม่ได้ น้ำมันจะ ‘ล้นท่อ’
2. The Forced Shut-in: เมื่อปลายทางเต็ม ฝั่งต้นทาง (Upstream) ต้องรีบ
"สั่งปิดหลุม" ทันที ซึ่งนี่คือความยุ่งยากระดับนรกของวิศวกร!
การปิดหลุมผลิต (Well Shut-in) ไม่ใช่การบิดวาล์วหน้าบ้าน
แต่มันคือการคุมแรงดันมหาศาลใต้ชั้นหิน หากปิดไม่ดีหรือปิดกะทันหันเกินไป
แรงดันจะตีกลับจนอุปกรณ์พัง หรือร้ายที่สุดคือ ‘Formation Damage’ (ชั้นหินกักเก็บอุดตันถาวร)
3. The Invisible Damage: การยึดเกาะทำได้ในวันเดียว แต่การ ‘ไล่ปิดระบบผลิต’ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายท่อใช้เวลาเป็นสัปดาห์
และทุกวินาทีที่ล่าช้าคือความเสี่ยงที่ระบบท่อจะระเบิดจากแรงดันสะสม!”
เหตุผลสำคัญที่เขาชี้ชัดเช่นนั้นก็คือ “อเมริกาอาจยึดเกาะได้ แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้ไปคือ ‘ซากปรักหักพัง’ ของเทอร์มินัล เพราะเกาะ Kharg เล็กเกินกว่าจะเลี่ยงการทำลายสถานีปั๊มและคลังน้ำมันได้” ดังนั้น “เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลหายไปจากสมการ” ผลกระทบต่อโลกก็ตามมา
“จีนและลูกค้ารายใหญ่จะเริ่ม ‘แย่งชิง’ น้ำมันดิบเกรดใกล้เคียงจากทุกที่ในโลก (Supply Shock) ราคาน้ำมันจะพุ่งเป็นจรวด เพราะทุกคนรู้ดีว่า ‘การกู้ระบบผลิตน้ำมันคืนมา’ ไม่ได้เร็วเหมือนการสร้างตึก”
(https://www.facebook.com/panurach.dumrongthai.58/posts/qHzPZmGV และ https://www.aol.com/articles/trump-faces-220858598.html?guccounter=1)
