
จับตาศาลปกครองนัดตัดสินคดีฟ้อง กกต. ปมเว็บล่ม-ลงทะเบียนออกเสียงประชามติไม่ทัน พรุ่งนี้ (3 ก.พ.) และความคืบหน้าคดีอื่น ๆ
2 กุมภาพันธ์ 2026
บีบีซีไทย
วันพรุ่งนี้ (3 ก.พ.) ศาลปกครองนัดฟังคำพิพากษากรณีอาจารย์จาก ม.ธรรมศาสตร์ ยื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกรวม 2 คน หลังประชาชนกว่า 800,000 คน คนที่ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่ไม่สามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้ทัน เพราะ กกต. กำหนดเวลากระชั้นและเกิดเหตุระบบล่ม
การเลือกตั้งล่วงหน้าได้สิ้นสุดลงแล้ววานนี้ (1 ก.พ.) โดยประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังคูหาเพื่อออกคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่พวกเขายังต้องไปเข้าคูหาอีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ด้วย เพื่อออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งไม่มีการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงล่วงหน้า แต่สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขต
มีรายงานปัญหาเพิ่มขึ้นด้วยจากการเลือกตั้งล่วงหน้า ตั้งแต่การที่เจ้าหน้าที่เขียนรหัสจังหวัดผิด ทำให้ประชาชนกังวลว่าบัตรเลือกตั้งจะไปถึงเขตเลือกตั้งจริงของพวกเขาหรือไม่ ไปจนถึงชื่อของผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคประชาชน (ปชน.) หายไปในบางจังหวัด
แม้ กกต. จะออกมาชี้แจง-ยอมรับแล้วในบางประเด็น แต่ก็ยังถูกประชาชนบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการทำงานไปจนถึงมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นด้วย
กกต. ถูกฟ้องจากประเด็นใดบ้าง
- ประเด็นการเปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขตกระชั้น-ระบบล่ม
โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา อาจารย์ ดร. อุษณีย์ ปฐพีศรีกิจส เลิศรัตนานนท์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ ม.ธรรมศาตร์ ที่ระบุว่าตนเป็น 1 ใน 800,000 คนที่ไม่สามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้ทันเนื่องจากกำหนดเวลาที่กระชั้น และระบบเว็บไซต์ที่ล่ม ได้ดำเนินการยื่นฟ้องกกต. ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กกต. เปิดให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพิ่มเติม
โดยได้มอบอำนาจให้นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉายเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดี และศาลปกครองกลางได้นัดฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ (3 ก.พ.) เวลา 13.30 น.

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง จัดเตรียมเอกสาร บัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ประจำหน่วยเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่เลือกตั้ง เมื่อ 31 ม.ค. 2569
- ประเด็นผังการเลือกตั้งพ่วงประชามติซับซ้อน
ทนายความรายนี้ยกข้อกฎหมายว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้คนไทยมีหน้าที่ออกเสียงเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โดยกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายประชามติมีบทกำหนดตัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี สำหรับผู้ที่ไม่ไปออกเสียง รัฐจึงมีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่พลเมือง
"กฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ รัฐก็ต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่วิธีที่ กกต. กำหนดไม่ใช่การอำนวยความสะดวกแต่เป็นการสร้างภาระ" นายธนูกล่าว เมื่อ 15 ม.ค.
ทนายความรายนี้ระบุด้วยว่า ตนได้มีคำร้องขอให้ศาลทุเลาการบังคับใช้ระเบียบ กกต. ส่วนแผนผังการจัดหน่วยเลือกตั้งพร้อมประชามติไว้ก่อนเป็นการฉุกเฉิน เพื่อให้ทันต่อการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. นี้
- ประเด็นข่มขู่ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน - QR Code ผิดพลาด - ชื่อผู้สมัครหาย
นอกจากนี้เธอยังแจ้งความตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 เหตุจัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่องผิดพลาดด้วย จากกรณีติดคิวอาร์โค้ดชื่อผู้สมัคร สส. ผิดปี
ขณะเดียวกัน นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพ เขต 3 พรรค ปชน. ก็ระบุในโพสต์บนเฟซบุ๊กเช่นกันว่า ได้มอบอำนาจให้ทีมงานเข้าแจ้งความ กกต. หลังเมื่อวานพบชื่อผู้สมัคร สส. ของพรรค ปชน. หายไปในหลายหน่วยเลือกตั้ง และมีการแจ้งข้อมูลผู้มาใช้สิทธิว่า นายจรยุทธ ถูกตัดสิทธิลงเลือกตั้งแล้ว
"การแจ้งความครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวผม แต่เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำงานอย่างสุจริตและรอบคอบ" เขาอธิบาย
รวมปัญหาจัดการเลือกตั้งของ กกต. พร้อมคำชี้แจง
ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าจะเริ่มขึ้น กกต. ก็ถูกวิจารณ์ถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไปพ่วงการออกเสียงประชามติอยู่ในบางประเด็นแล้ว จนถึงวันที่ 1 ก.พ. ที่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า/นอกเขตก็เกิดเสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้น โดยรวมแล้วมีประเด็นและคำชี้แจงอย่างไรบ้าง
- เปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขต 3 วัน ห้วงวันหยุดปีใหม่และเกิดเหตุระบบล่ม
แม้ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568" เปิดช่องให้ กกต. สามารถขยายเวลาลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้ แต่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ปฏิเสธไม่ทำเช่นนี้
โดยเขาให้เหตุผลว่า กกต. มีงานธุรการที่ต้องทำอีกมาก มีแผนงานที่ต้องทำจนกว่าจะไปถึงวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติแล้ว นั่นทำให้ไอลอว์แสดงความกังวลว่าจะมีผู้ลงทะเบียนออกเสียงประมตินอกเขตไม่ทันเป็นจำนวนมาก
โดย ณ วันที่ 5 ม.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดลงทะเบียน มีผู้มีสิทธิลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร รวม 2,410,425 คน ขณะที่ผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตอยู่ที่ 1,598,056 คน
เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขพบว่ามีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขตและนอกราชอาณาจักร แต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเกิน 800,000 คน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สวมเสื้อที่แสดงลักษณะการทำสัญลักษณ์บัตรเลือกตั้งที่จะถือว่าเป็นบัตรเสีย ขณะตรวจความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งกลาง เมื่อ 31 ม.ค. 2569
- ลงเสียงประชามติล่วงหน้าไม่ได้
ก่อนหน้านี้ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่ากฎหมายไม่ได้มีการระบุถึงการออกเสียงประชามติล่วงหน้าไว้ และเกรงว่า หากมีการจัดทำประชามติด้วยแนวทางที่ไม่ได้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายจะเสี่ยงทำให้การออกเสียงเป็นโมฆะ
ออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ไม่ได้
นอกจากนี้อาจมีผู้ตกหล่นในการออกเสียงประชามติเพิ่มเติม เนื่องจากจะไม่มีการออกเสียงประชามติทางไปรษณียบัตรภายในประเทศไทย
ทาง กกต. ชี้แจงว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะเงื่อนไขตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ระบุว่าการออกเสียงประชามติให้กระทำโดยใช้บัตรออกเสียง หรือออกเสียงโดยวิธีอื่น "โดยวีธีการนั้นสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
โดย กกต. ระบุว่าการออกเสียงทางไปรษณีย์อาจไม่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ เพราะผู้มีสิทธิออกเสียงอาจถูกชักนำ บังคับ หรืออาจมีการออกเสียงลงคะแนนแทนกันได้
- ผังคูหาซับซ้อน โหวตเตอร์ต้องเดินเข้า-ออกคูหาสองรอบ
- เจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้ง กรอกรหัสจังหวัดผิด
โดย เลขาฯ กกต. ชี้แจงว่าประชาชน "ไม่ต้องกังวล" เพราะก่อน กปน. มอบบัตรเลือกตั้งให้ทางไปรษณีย์ จะตรวจสอบจำนวนคนมาใช้สิทธิ จำนวนบัตร การจ่าหน้าอีกครั้ง
- ปัญหาชื่อผู้สมัคร สส. ไม่ครบถ้วน – ผิดปี
แต่ มีรายงานพบว่า มีคิวอาร์โค้ด (QR code) ที่แปะไว้ที่กระดานที่เขตบางบอนก็มีความผิดพลาด โดยลิงก์ไปยังข้อมูลผู้สมัครเลือกตั้งปี 2566 แทน
ด้าน เลขาฯ กกต. ชี้แจงว่าเป็นความตั้งใจของ กทม. ที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล แต่ "เมื่อมีการทักท้วงก็แก้ไข ก็ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย" นายแสวงกล่าว
การติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร
กรมการกงสุลเปิดตัว "ห้องติดตามการเลือกตั้ง และออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร" ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก
นายวราโรจน์ เองสมบุญ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เปิดเบื้องหลังการทำงานติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ในงานเปิดตัว "ห้องติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร" ที่ อาคารที่ทำการกรมการกงสุล วันนี้
โดยในงานมีการเผยโฉม "working sheet" ที่ใช้ร่วมกันระหว่างสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค. 2568
ในตาราง working sheet เต็มไปด้วยขั้นตอนการดำเนินงานหรือภารกิจมากมาย ตั้งแต่ที่มีการประกาศการยุบสภา ประกาศวันเลือกตั้ง ไปจนถึงการวางแผนงานส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทย
นอกจากนี้ ยังมีหน้าการทำงานเพื่อนำบัตรเลือกตั้งและออกเสียงประชามติกลับมายังประเทศไทยเพื่อให้ทันนับคะแนน โดยมีระบบการติดตามแบ่งออกเป็น 13 ระยะ ตั้งแต่ที่บัตรเลือกตั้งออกเดินทางจากไทยไปประเทศปลายทางและการส่งกลับมา
อย่างไรก็ตาม นายวราโจน์ บอกด้วยว่า ระบบการจัดการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาใหม่ แต่เป็นระบบที่ถูกใช้เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 แต่มีการพัฒนาขึ้น
เขาเสริมว่า สิ่งที่ต่างออกไปครั้งนี้ คือ การมีประชามติที่ถูกจัดควบคู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการนับคะแนนในต่างประเทศ ภายใน 48 ชม. หลังมีการปิดการลงคะแนนและออกเสียง ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนในต่างชาติสามารถติดตามได้เช่นกัน
ด้าน นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยด้วยว่ากรมการกงสุลได้พัฒนาระบบ Overseas Voting Monitoring System (OVMS) เพื่อใช้ติดตามการขนส่งบัตรเลือกตั้งรวม 95 แห่งทั่วโลกแบบเรียลไทม์
อธิบดีกรมการกงสุล อธิบายว่าการขนส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทยต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ก.พ. นี้ เพื่อคัดแยกและจัดส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เป็นต้นไป โดยปัจจุบันยังไม่พบอุปสรรคใด ๆ ที่จะทำให้การขนส่งล่าช้า หรือส่งมาไม่ทันกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
"เราดูแล้วว่าน่าจะแยกได้ทัน ดำเนินการได้ทัน เราก็พร้อมที่จะรับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบัตรทุกบัตรที่ประชาชนไทยในต่างประเทศได้ลงคะแนนจะถูกนำไปนับที่เขตเลือกตั้ง" นายมังกรกล่าว
เขาเผยด้วยว่าประชาชนไทยในต่างประเทศตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้ง โดยในปี 2569 มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 คน เพิ่มขึ้น 21.10% เมื่อเทียบกับปี 2566 และเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรมีจำนวน 95,666 คน
https://www.bbc.com/thai/articles/cje18424e9jo
นายวราโรจน์ เองสมบุญ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เปิดเบื้องหลังการทำงานติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ในงานเปิดตัว "ห้องติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร" ที่ อาคารที่ทำการกรมการกงสุล วันนี้
โดยในงานมีการเผยโฉม "working sheet" ที่ใช้ร่วมกันระหว่างสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค. 2568
ในตาราง working sheet เต็มไปด้วยขั้นตอนการดำเนินงานหรือภารกิจมากมาย ตั้งแต่ที่มีการประกาศการยุบสภา ประกาศวันเลือกตั้ง ไปจนถึงการวางแผนงานส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทย
นอกจากนี้ ยังมีหน้าการทำงานเพื่อนำบัตรเลือกตั้งและออกเสียงประชามติกลับมายังประเทศไทยเพื่อให้ทันนับคะแนน โดยมีระบบการติดตามแบ่งออกเป็น 13 ระยะ ตั้งแต่ที่บัตรเลือกตั้งออกเดินทางจากไทยไปประเทศปลายทางและการส่งกลับมา
อย่างไรก็ตาม นายวราโจน์ บอกด้วยว่า ระบบการจัดการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาใหม่ แต่เป็นระบบที่ถูกใช้เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 แต่มีการพัฒนาขึ้น
เขาเสริมว่า สิ่งที่ต่างออกไปครั้งนี้ คือ การมีประชามติที่ถูกจัดควบคู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการนับคะแนนในต่างประเทศ ภายใน 48 ชม. หลังมีการปิดการลงคะแนนและออกเสียง ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนในต่างชาติสามารถติดตามได้เช่นกัน
ด้าน นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยด้วยว่ากรมการกงสุลได้พัฒนาระบบ Overseas Voting Monitoring System (OVMS) เพื่อใช้ติดตามการขนส่งบัตรเลือกตั้งรวม 95 แห่งทั่วโลกแบบเรียลไทม์
อธิบดีกรมการกงสุล อธิบายว่าการขนส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทยต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ก.พ. นี้ เพื่อคัดแยกและจัดส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เป็นต้นไป โดยปัจจุบันยังไม่พบอุปสรรคใด ๆ ที่จะทำให้การขนส่งล่าช้า หรือส่งมาไม่ทันกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
"เราดูแล้วว่าน่าจะแยกได้ทัน ดำเนินการได้ทัน เราก็พร้อมที่จะรับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบัตรทุกบัตรที่ประชาชนไทยในต่างประเทศได้ลงคะแนนจะถูกนำไปนับที่เขตเลือกตั้ง" นายมังกรกล่าว
เขาเผยด้วยว่าประชาชนไทยในต่างประเทศตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้ง โดยในปี 2569 มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 คน เพิ่มขึ้น 21.10% เมื่อเทียบกับปี 2566 และเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรมีจำนวน 95,666 คน
https://www.bbc.com/thai/articles/cje18424e9jo
