วันอาทิตย์, มิถุนายน 08, 2568

กัมพูชามีไม้เด็ดอะไรในทางกฎหมาย ทำไมถึงจะกลับไปศาลโลก


Phil Saengkrai
4 hours ago
·
อาจารย์พวงทองตั้งคำถามว่ากัมพูชามีไม้เด็ดอะไรในทางกฎหมาย ทำไมถึงจะกลับไปศาลโลก

เป็นการตั้งประเด็นที่ตรงเป๊ะ และเป็นคำถามที่ผมคิดมาตลอดสัปดาห์

ลองคิดง่ายๆ ในเชิงยุทธศาสตร์ กัมพูชาท้าไทยไปศาลโลก ถ้าเขาไม่ประเมินแล้วว่ามีโอกาส "ชนะ" อยู่บ้าง เขาก็คงไม่กล้าทำ หากข้อต่อสู้ของไทยน่าจะชนะขาดลอยแน่ๆ ไทยก็แค่ตอบตกลงจะไปศาล ไปเพื่อให้กัมพูชาแพ้แบบขาดลอย ซึ่งก็คงไม่ดีต่อรัฐบาลกัมพูชาหรือให้นายกฮุน มาเน็ต ไม่ใช่แค่ความนิยมจะลด แต่กระแสในประเทศอาจจะตีกลับด้วยซ้ำ

หรือตัวเลขของพื้นที่พิพาทที่กัมพูชาจะไปฟ้องศาลก็ดูเหมือนคิดวางแผนมาอย่างดี คือ 3 ปราสาท บวก พื้นที่ช่องบก ชวนให้คิดว่า กัมพูชาอาจจะประเมินแล้วว่า อย่างน้อยที่สุด เขาน่าจะชนะ 2 ใน 4 หรือ 1 ใน 4 ซึ่งแค่นี้ก็สมประโยชน์แล้ว นำไปสร้างผลทางการเมืองภายในประเทศ สร้างความนิยมต่อได้แล้ว

ผมจึงสันนิษฐานว่ากัมพุชาวางแผนทางกฎหมายมาอย่างดีและยาวนาน อาจจะมีการปรึกษาทนายต่างประเทศที่เชี่ยวชาญการฟ้องคดีในศาลโลกด้วย ซึ่งอาจจะเป็นทีมทนายชุดเดิมที่เขาให้คำปรึกษาในคดีพระวิหาร มีอาจารย์ชาวฝรั่งเศส ทนายชาวอังกฤษ และทนายชาวอเมริกัน เพราะคุ้นเคยกับหลักฐานอยู่แล้ว ผมลองไปค้นข้อมูลพบว่า รัฐมนตรีคนหนึ่งของกัมพูชาในคณะรัฐมนตรีเคยทำปริญญาเอกกฎหมายระหว่างประเทศกับอาจารย์ชาวฝรั่งเศสในทีม (Sorel) และพบว่า หลังคดีพระวิหาร ได้มีการพระราชทานเครื่องราชฯ ให้ทนายชาวอเมริกัน (Bundy) ซึ่งปัจจุบันอยู่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งทั้งสองท่านนี้ มีประสบการณ์ในการฟ้องคดีในศาลระดับระหว่างประเทศมาอย่างยาวนาน

หากจะถามว่ากัมพูชามีไม้เด็ดอะไร คำตอบในวันนี้ ไม่ง่ายเลย
เพราะในคดีเกี่ยวกับดินแดนหรือเขตแดนในศาลโลก ปัจจัยชี้ขาดแพ้ชนะมักจะอยู่ที่พยานหลักฐานเป็นสำคัญ แม้จะมีสนธิสัญญาที่ปักปันเขตแดนไว้แล้ว ก็จะต้องตีความ ซึ่งก็ต้องอาศัยพยานหลักฐานตั้งแต่ชั้นการยกร่าง เอกสารต่างๆ ขณะที่ลงนาม เรื่อยมาจนถึงทางปฏิบัติของรัฐภาคีที่เกิดขึ้นหลังจากสนธิสัญญาเริ่มมีผลใช้บังคับ เหล่านี้ต้องนำมาเป็นเครื่องมือตีความทั้งสิ้น เพื่อโน้มน้าวให้ศาลเชื่อว่าการตีความนั้นถูกต้องเหมาะสม ในการตัดสินคดีของศาลโลก ศาลมีแนวโน้มที่จะเปรียบเทียบว่าข้อต่อสู้หรือพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์หรือจำเลยมีน้ำหนักมากกว่ากัน และพิจารณาเป็นกรณีๆ ดังนั้น ใครหาหลักฐานได้มากกว่า คุณภาพดีกว่า สามารถเข้าถึงเอกสารโบราณ จดหมายเหตุได้มากกว่า ก็มีโอกาส "ชนะ" คดีมากกว่า

อาจารย์กฎหมายระหว่างประเทศของผม ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานศาลโลก ก็อธิบายไว้แบบนี้ในตำราภาษาญี่ปุ่นปี 2023 (ในภาพ) หากคดีไปสู่ศาลในช่วงนี้ ศาลก็อาจจะใช้แนวทางนี้ในการวินิจฉัย (บทบาทของประธานศาลในกระบวนพิจารณาและการทำคำพิพากษา เดี๋ยวจะเล่าในครั้งหน้า)

ดังนั้น ตราบใดที่กัมพูชายังไม่ยื่นฟ้องจริงๆ เราไม่อาจรู้เลยว่าเขาไปได้หลักฐานเด็ดอะไรมา

แต่สิ่งที่พูดได้แน่ๆ คือ นักการเมืองระดับสูงของไทยอาจจะต้องระมัดระวังเรื่องการพูดเกี่ยวกับเขตแดนไทยกัมพูชามากยิ่งขึ้น ต้องไม่พูดอะไรในทำนองที่จะทำให้ไทยเสียเปรียบในทางกฎหมาย เพราะคำพูดต่อสาธารณะก็ดี คำพูดกับทางกัมพูชาโดยตรงก็ดี อาจจะมีผลผูกพันประเทศไทย หรืออาจจะถูกนำไปใช้ต่อได้ ต้องระวังไม่ให้คำพูดเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานเด็ดของฝ่ายกัมพูชา
 
Phil Saengkrai
โพสต์ของอาจารย์พวงทอง https://www.facebook.com/share/p/1GA5PXpRqW/

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10165100840204989&set=a.143967509988