
.....
"กิมหงวน" เป็นไทยแท้หรือไม่?
"ถึงกูจะชื่อกิมหงวนแต่กูจะเป็นไทยให้แท้ยิ่งกว่าคนไทยเสียอีก" (ultra-Thai-ism)
...ประเด็นสุดท้ายถูกจุดขึ้นในวงเหล้ายาปลาปิ้ง ได้แก่ปัญหา "ความเป็นจีน" ของกิมหงวนไทยแท้นั้นเอง แน่นอนนี่เรากำลังพูดถึงตัวละครในนิยายที่ผู้ประพันธ์นฤมิตรขึ้นจากจินตนาการให้เป็น "จีน"
ปมเงื่อนจึงอยู่ที่ว่า ผู้ประพันธ์ใช้กลเม็ดเด็ดพรายอย่างไรในการแต่งเติมตัวละครตัวนี้ให้มีความสมจีน (Chinese - effects) จริงจังขึ้นมาในสายตาผู้อ่าน
กลเม็ดแรกก็คงจะได้แก่ชื่อ "กิมหงวน ไทยแท้" ของเขา
ผมบังเอิญจำได้ว่าแรกเริ่มเดิมที คุณป. อินทรปาลิต ไม่ได้ตั้งชื่อสกุลหมอนี้ว่าอย่างนี้ กลับไปเปิดอ่าน "ป. อิทรปาลิต ชีวิตของคนขายฝัน" ของคุณเริงไชย พุทธาโร เช็กดูที่หน้า 109 ก็พบว่าชื่อสกุลเดิมของเขาคือ "สงวน ไทยเทียม" มาเปลี่ยนใหม่เป็น "กิมหงวน ไทยแท้" ทีหลัง
ทั้งสองชื่อสกุลล้วนเป็นยี่ห้อฟ้องบอกความเป็นจีนด้วยกลเม็ดตั้งชื่อสกุลให้มีนัยขัดกันเอง กล่าวคือ อันแรกชื่อ "สงวน" เหมือนคนไทยแต่ดันเป็น "ไทยเทียม" ส่วนอันหลังชื่อ "กิมหงวน" แบบคนจีนแต่ดันอ้างว่าเป็นคน "ไทยแท้" เสียฉิบ
ทว่าแง่มุมลุ่มลึกของชื่อสกุลทั้งสองมีความต่างระดับกันอยู่
"สงวน ไทยเทียม" แจ้งความคนอ่านให้รู้เท่าทันคนจีนที่พยายามพรางตัวตบตา (phony & deceit) ให้สมไทยด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็นไทย ส่วน "กิมหงวน ไทยแท้" มีนัยลึกกว่าเพราะมันฟ้องถึงความรู้สึกผิดและปมด้อย (guiltiness & inferiority complex ) ที่ดันเกิดมาเป็นจีนภายในจิตใจเนื่องคนผู้นั้นซึมซับรับเอา (internalized) คติชาตินิยมไทยคับแคบที่ดูถูกเชื้อชาติอื่นที่ไม่ไช่ไทย รวมทั้งเชื้อชาติจีนของตัวเองเข้าไปเต็มคราบเสียแล้วจึงตั้งสกุล "ไทยแท้" ไว้ชดเชยความรู้สึกผิดและปมด้อยที่มากับชื่อ "กิมหงวน" ของตน
เข้าทำนอง "ถึงกูจะชื่อกิมหงวนแต่กูจะเป็นไทยให้แท้ยิ่งกว่าคนไทยเสียอีก" (ultra-Thai-ism)
พูดอีกอย่างได้ว่า ชื่อ "สงวน ไทยเทียม" บ่งบอกความพยายามสร้างเอกลักษณ์ปลอม (false identity) ส่วนชื่อ "กิมหงวน ไทยแท้" กลับส่อให้เห็นถึงวิกฤตเอกลักษณ์ (crisis of identity ) ในตัวเจ้าของชื่อทีเดียว
ผมสันนิษฐานว่าประสบการณ์ทางจิตใจและวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ คนจีนในไทยจำนวนมากประสบพบเจอกันถ้วนทั่วหน้าในยุครัฐนิยมของจอมพลแปลก ทำให้พวกเขาต้องปรับตัวปรับเอกลักษณ์ใหม่ไม่ว่าจะด้วยจำใจหรือสมัครใจก็ตามเช่น
มีอดีตอภิมหานายธนาคาร - นักการเมืองท่านหนึ่ง [หมายเหตุของคุณเริงไชย - ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ หรือ โค้วตงหมง] ซึ่งเดิมมีชื่อแซ่เป็นจีน และกำลังก้าวหน้าไปในอาชีพสอนหนังสือโรงเรียนจีน แต่มาเผชิญกับแรงกดดันรัฐนิยมเข้า ทำให้ท่านตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวสามอย่างคือ
1. เปลี่ยนชื่อแซ่จีนเป็นชื่อสกุลไทย
2. เปลี่ยนงานจากสอนหนังสือจีนเป็นรับราชการ
3. เข้าเรียนเอาปริญญาที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
จะเรียกทั้งสามอย่างนี้ว่าเป็นสามกระบวนท่าทำให้เป็นไทยหรือสมไทยแห่งยุคก็ว่าได้
ไม่ต้องพูดถึงความพยายามอย่างฉุนเฉียวที่จะอธิบายความหมายไทยแท้ของชื่อที่ฟังเหมือนจีนของตัวโดยผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินยุคใกล้
ยังมีอีกท่านหนึ่ง ศึกษาค้นคว้าโฆษณาเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีไทย จนกลายเป็นนักอุดมการณ์เอกแห่งลัทธิชาตินิยมไทยแบบต่อต้านจีน โดยที่เบื้องหลังราชทินนามของท่านนั้น ท่านมีชื่อตัวเดิมเป็นจีนและมีนามสกุลเป็นไทย เป็นต้น [หมายเหตุของคุณเริงไชย - หลวงวิจิตรวาทการ]
แต่เอาเข้าจริงๆ "กิมหงวน" มีความสมจีนแค่ไหน?
นอกจากชื่อแล้ว ป. อินทรปาลิต สร้าง "ความสมจีน" ให้กิมหงวนด้วยการสร้างเตี่ย "กิมเบ๊" และอาแปะ "เจ้าสัวกิมไซ" ให้เขา ให้ทั้งสองค้าขายร่ำรวยแต่ "พูกไทยไม่ชัก" ให้กิมหงวนเกิดสำเพ็ง เรียนโรงเรียนซินหมิน ถนนบำรุงเมือง หน้าโรงเลี้ยงเด็กเล็ก (ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนจีนดีที่สุดของเมืองไทยก่อนสงครามโลก มีศิษย์เก่าเช่นคุณประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์, คุณบุญชู โรจนเสถียร เป็นต้น ) และอัสสัมชัญ คอลเลจ อ่านเขียนและพูดภาษาจีนได้ มีประสบการณ์ตลาดการค้าที่ฮ่องกง สิงคโปร์ ปีนัง ก่อนจะมาเป็นผู้จัดการห้างศิวิลัยซ์พานิชแถวพาหุรัดซึ่งเตี่ยตั้งให้ ฯลฯ
อย่างไรก็ตามที หากเราพินิจดูอุปนิสัยสันดานของกิมหงวนตามที่ ป. อินทรปาลิต ปั้นแล้วก็ต้องบอกว่ามันไม่สมจีนสมเจ๊กสักเท่าไหร่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง "เขี่ยมเสียบ" หรือความประหยัดมัธยัสถ์ กับ "เกี่ยเห่า" หรือความกตัญญูกตเวที
ทั้งสองข้อแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติ และคุณธรรมของจีนอพยพในเมืองไทย ซึ่งพร่ำอบรมบ่มสอนและประพฤติเป็นแบบอย่าง ให้ลูกจีนหลานจีนในครัวเรือนตั้งแต่อ้อนแต่ออก หลายคนนึกถึงตำนานที่ร่ำลือเล่าขานกันมาประเภทเสื่อผืนหมอนใบ, กินข้าวต้มแกล้มกรวดคั่วเกลือ, นิทานยี่จับสี่ห่าว ( ยี่สิบยอดกตัญญู) ได้ Lynn Pan นักเขียนสตรีชาวอังกฤษเชื้อสายจีนกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "Sons of the Yellow Emperor : The Story of the Overseas Chinese" (1990) อันโด่งดังของเธอว่า
"ถ้าเอาธรรมเนียมโลกตะวันตกเป็นบรรทัดฐาน ก็ต้องถือว่าการทุ่มเทอุทิศตัวให้กับพ่อแม่ของชาวจีนนั้นสาหัสสากรรจ์เกินขนาดถึงขั้นเพี้ยน แต่สำหรับธรรมเนียมจีน ความกตัญญูกตเวทีการเคารพยำเกรงพ่อแม่เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ การบูชาเซ่นสรวงดวงวิญญาณของ ท่านเมื่อท่านสิ้นไปแล้ว ต้องถือว่าเป็นหัวใจแบบแผนสังคมจีนเลยทีเดียว ...( หน้า 10)
"การคอยดูแลพ่อแม่เมื่อแก่เฒ่า แสดงความเสียใจไว้อาลัยท่านอย่างถูกธรรมเนียมเมื่อสิ้นชีวิตลง เซ่นสรวงไหว้ศาลบรรพบุรุษ เยี่ยมเคารพสุสานตระกลูตามพิธี เหล่านี้ถือเป็นหน้าที่หลักต่อพ่อแม่ของคนเรา " (หน้า 21 )
หรือเอาใกล้ๆ ตัว ดู "ลอดลายมังกร" เป็นตัวอย่างขนาดเถ้าแก่อาเหลียง สือพาณิชย์ ร่ำรวยอื้อจือเหลียงอย่างงั้นยังกินอยู่แต่งตัวเขี่ยมเสียบ เรียบๆ ง่ายๆ ตลอดชีวิตและชาญชัยหลานคนโปรดที่ว่าร้ายแสนร้ายเลวสุดเลว ก็ยังยอมมอบตัวให้ตำรวจเพื่อจะได้มาอยู่กับก๋งตอนสิ้นใจ
สำหรับเสี่ยหงวนน่ะหรือ? ฟุ่มเฟือยก็เท่านั้น ใช้เงินทิ้งๆ ขว้างๆ เหมือนเศษกระดาษกล่าวเฉพาะใน " เกิดสำเพ็ง" ก็ยอมแถมเงินเป็นแสนๆ ให้คนซื้อเพื่อ "ขาย" หนังสือ ส่วนความกตัญญูกตเวที - ไม่มีเสียล่ะ ตามอัตชีวประวัติของเสี่ย กะอีแค่ขัดใจที่เตี่ยไม่ยอมให้แต่งงานกับนวลละออ และแอบยุให้เลิกกันต่อมา เขาก็ถึงแก่อาฆาตมาดร้ายจะเอาตะไกรขาเดียวบ้าง ปืนพกบ้างไปฆ่าแกงเตี่ยเยี่ยงทรพี (หน้า 36 - 40)
ดูแล้วก็ไม่เหมือนเจ๊กเหมือนจีนตรงไหน
แต่หลักฐานชี้ขาดที่ทำให้ผมฟันธงลงไปว่ากิมหงวนเป็นจีนปลอมก็คือชื่อ " กิมหงวน" " กิมเบ๊" "กิมไซ" ที่ป. อินทรปาลิต ตั้งให้นั่นเอง
เพราะถึงแม้ชื่อทั้งสามจะฟังคล้องจองเหมือนเป็นญาติเกี่ยวดองกันดี แต่ความจริงตามธรรมเนียมจีนนั้นเวลาเปลี่ยนชื่อแซ่เป็นไทยเขาจะเปลี่ยนเอาแซ่จีนไปเป็นนามสกุลไทย ส่วนชื่อตัวก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไทยด้วย หรือมิฉะนั้นก็คงเดิมเป็นจีนไว้ เช่น
เดิมแซ่ "แต้" ชื่อตัวว่า "โต๊ะฮง" ก็เปลี่ยนแซ่ "แต้" เป็นนามสกุล "เตชะพีระ"กลายเป็น "โต๊ะฮง เตชะพีระ" ทำนองเดียวกับ "กิมเหลียง วัฒนปฤดา" ซึ่งเป็นชื่อเดิมของหลวงวิจิตรวาทการ
จนกว่าจะเปลี่ยนชื่อตัวจาก " โต๊ะฮง" มาเป็น " เกษียร" แล้วนั่นแหละถึงจะได้ชื่อสกุลไทยสมบูรณ์ว่า " เกษียร เตชะพีระ"
นั่นหมายความว่าในกรณีเสี่ยหงวนนี้ ตามเหตุผลข้างต้น " กิมหงวน" ย่อมต้องเป็นชื่อตัวส่วนแซ่ถูกเปลี่ยนไปเป็นนามสกุล "ไทยแท้" แล้ว
เท่าที่ทราบไม่ปรากฏชัดว่าแซ่จีนเดิมของเสี่ยหงวนคืออะไร แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร บุคคลผู้นี้ก็ไม่ใช่แซ่ "กิม" ชื่อตัวว่า "หงวน"เด็ดขาด
เมื่อ "กิม" ไม่ใช่แซ่และ "กิมหงวน"ทั้งสองคำเป็นตัว ก็สันนิษฐานต่อได้ว่า " กิมเบ๊" และ"กิมไซ" ก็ย่อมเป็นชื่อตัวของเตี่ยกับแปะของกิมหงวนเช่นกัน
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ผิดธรรมเนียมจีนอีกนั่นแหละ
เพราะปกติการตั้งชื่อตัวให้คล้องจองกันโดยมีอักษรตัวหน้าเป็นคำเดียวกัน ชาวจีนจะทำเฉพาะลูกหลานผู้ชายรุ่นเดียวกันเท่านั้น ไม่ทำข้ามรุ่นเด็ดขาด รุ่นใหม่ก็นึกอักษรตัวใหม่นำไปจะได้ไม่ปนรุ่นจำสับกัน ยกเว้นลูกสาวซึ่งจะมีชื่อแหวกรุ่นออกไปต่างหากไม่ต้องคล้องจอง เช่น
รุ่นพ่อชื่อตัวว่า "เง็กชิว" "เง็กซ้ง"
รุ่นลูกชื่อตัวว่า "โต๊ะฮง" "โต๊ะอุ้ย" "โต๊ะเฮ้า" แต่ลูกสาวชื่อ "หลี่กุง" เป็นต้น
ถึงขั้นนี้ การที่ ป. อิทรปาลิต ให้รุ่นพ่อชื่อตัว "กิมเบ๊" "กิมไซ" แล้วยังมาให้รุ่นลูกชื่อตัวว่า "กิมหงวน" อีกจึงไม่สมจีนอย่างฉกาจฉกรรจ์
สรุปได้ว่าถึงแม้กิมหงวนจะอ่านเขียนพูดภาษาจีนได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจีนแท้ เพราะคนที่อ่านเขียนพูดภาษาจีนได้คล่อง แต่ไม่มีเชื้อจีนเลยก็มีถมไป เช่น คุณสุพจน์ แจ้งเร็ว เป็นต้น
ต่อคำถามว่า " กิมหงวนใช่ไทยแท้หรือไม่?" จึงต้องตอบว่าน่าจะใช่ เพราะเขาไม่ใช่จีน
ส่วนที่คันหัวใจใคร่รู้ต่อก็คือเมื่อกิมหงวนใช่ไทยแท้แล้ว คุณสุจิตต์ล่ะ ใช่วงษ์เทศหรือเปล่า ?
(เนื้อหาส่วนหนึ่งจาก)
https://www.samgler.org/archives/sampeng.htm
.jpeg)
ผมบังเอิญจำได้ว่าแรกเริ่มเดิมที คุณป. อินทรปาลิต ไม่ได้ตั้งชื่อสกุลหมอนี้ว่าอย่างนี้ กลับไปเปิดอ่าน "ป. อิทรปาลิต ชีวิตของคนขายฝัน" ของคุณเริงไชย พุทธาโร เช็กดูที่หน้า 109 ก็พบว่าชื่อสกุลเดิมของเขาคือ "สงวน ไทยเทียม" มาเปลี่ยนใหม่เป็น "กิมหงวน ไทยแท้" ทีหลัง
ทั้งสองชื่อสกุลล้วนเป็นยี่ห้อฟ้องบอกความเป็นจีนด้วยกลเม็ดตั้งชื่อสกุลให้มีนัยขัดกันเอง กล่าวคือ อันแรกชื่อ "สงวน" เหมือนคนไทยแต่ดันเป็น "ไทยเทียม" ส่วนอันหลังชื่อ "กิมหงวน" แบบคนจีนแต่ดันอ้างว่าเป็นคน "ไทยแท้" เสียฉิบ
ทว่าแง่มุมลุ่มลึกของชื่อสกุลทั้งสองมีความต่างระดับกันอยู่
"สงวน ไทยเทียม" แจ้งความคนอ่านให้รู้เท่าทันคนจีนที่พยายามพรางตัวตบตา (phony & deceit) ให้สมไทยด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็นไทย ส่วน "กิมหงวน ไทยแท้" มีนัยลึกกว่าเพราะมันฟ้องถึงความรู้สึกผิดและปมด้อย (guiltiness & inferiority complex ) ที่ดันเกิดมาเป็นจีนภายในจิตใจเนื่องคนผู้นั้นซึมซับรับเอา (internalized) คติชาตินิยมไทยคับแคบที่ดูถูกเชื้อชาติอื่นที่ไม่ไช่ไทย รวมทั้งเชื้อชาติจีนของตัวเองเข้าไปเต็มคราบเสียแล้วจึงตั้งสกุล "ไทยแท้" ไว้ชดเชยความรู้สึกผิดและปมด้อยที่มากับชื่อ "กิมหงวน" ของตน
เข้าทำนอง "ถึงกูจะชื่อกิมหงวนแต่กูจะเป็นไทยให้แท้ยิ่งกว่าคนไทยเสียอีก" (ultra-Thai-ism)
พูดอีกอย่างได้ว่า ชื่อ "สงวน ไทยเทียม" บ่งบอกความพยายามสร้างเอกลักษณ์ปลอม (false identity) ส่วนชื่อ "กิมหงวน ไทยแท้" กลับส่อให้เห็นถึงวิกฤตเอกลักษณ์ (crisis of identity ) ในตัวเจ้าของชื่อทีเดียว
ผมสันนิษฐานว่าประสบการณ์ทางจิตใจและวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ คนจีนในไทยจำนวนมากประสบพบเจอกันถ้วนทั่วหน้าในยุครัฐนิยมของจอมพลแปลก ทำให้พวกเขาต้องปรับตัวปรับเอกลักษณ์ใหม่ไม่ว่าจะด้วยจำใจหรือสมัครใจก็ตามเช่น
มีอดีตอภิมหานายธนาคาร - นักการเมืองท่านหนึ่ง [หมายเหตุของคุณเริงไชย - ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ หรือ โค้วตงหมง] ซึ่งเดิมมีชื่อแซ่เป็นจีน และกำลังก้าวหน้าไปในอาชีพสอนหนังสือโรงเรียนจีน แต่มาเผชิญกับแรงกดดันรัฐนิยมเข้า ทำให้ท่านตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวสามอย่างคือ
1. เปลี่ยนชื่อแซ่จีนเป็นชื่อสกุลไทย
2. เปลี่ยนงานจากสอนหนังสือจีนเป็นรับราชการ
3. เข้าเรียนเอาปริญญาที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
จะเรียกทั้งสามอย่างนี้ว่าเป็นสามกระบวนท่าทำให้เป็นไทยหรือสมไทยแห่งยุคก็ว่าได้
ไม่ต้องพูดถึงความพยายามอย่างฉุนเฉียวที่จะอธิบายความหมายไทยแท้ของชื่อที่ฟังเหมือนจีนของตัวโดยผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินยุคใกล้
ยังมีอีกท่านหนึ่ง ศึกษาค้นคว้าโฆษณาเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีไทย จนกลายเป็นนักอุดมการณ์เอกแห่งลัทธิชาตินิยมไทยแบบต่อต้านจีน โดยที่เบื้องหลังราชทินนามของท่านนั้น ท่านมีชื่อตัวเดิมเป็นจีนและมีนามสกุลเป็นไทย เป็นต้น [หมายเหตุของคุณเริงไชย - หลวงวิจิตรวาทการ]
แต่เอาเข้าจริงๆ "กิมหงวน" มีความสมจีนแค่ไหน?
นอกจากชื่อแล้ว ป. อินทรปาลิต สร้าง "ความสมจีน" ให้กิมหงวนด้วยการสร้างเตี่ย "กิมเบ๊" และอาแปะ "เจ้าสัวกิมไซ" ให้เขา ให้ทั้งสองค้าขายร่ำรวยแต่ "พูกไทยไม่ชัก" ให้กิมหงวนเกิดสำเพ็ง เรียนโรงเรียนซินหมิน ถนนบำรุงเมือง หน้าโรงเลี้ยงเด็กเล็ก (ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนจีนดีที่สุดของเมืองไทยก่อนสงครามโลก มีศิษย์เก่าเช่นคุณประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์, คุณบุญชู โรจนเสถียร เป็นต้น ) และอัสสัมชัญ คอลเลจ อ่านเขียนและพูดภาษาจีนได้ มีประสบการณ์ตลาดการค้าที่ฮ่องกง สิงคโปร์ ปีนัง ก่อนจะมาเป็นผู้จัดการห้างศิวิลัยซ์พานิชแถวพาหุรัดซึ่งเตี่ยตั้งให้ ฯลฯ
อย่างไรก็ตามที หากเราพินิจดูอุปนิสัยสันดานของกิมหงวนตามที่ ป. อินทรปาลิต ปั้นแล้วก็ต้องบอกว่ามันไม่สมจีนสมเจ๊กสักเท่าไหร่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง "เขี่ยมเสียบ" หรือความประหยัดมัธยัสถ์ กับ "เกี่ยเห่า" หรือความกตัญญูกตเวที
ทั้งสองข้อแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติ และคุณธรรมของจีนอพยพในเมืองไทย ซึ่งพร่ำอบรมบ่มสอนและประพฤติเป็นแบบอย่าง ให้ลูกจีนหลานจีนในครัวเรือนตั้งแต่อ้อนแต่ออก หลายคนนึกถึงตำนานที่ร่ำลือเล่าขานกันมาประเภทเสื่อผืนหมอนใบ, กินข้าวต้มแกล้มกรวดคั่วเกลือ, นิทานยี่จับสี่ห่าว ( ยี่สิบยอดกตัญญู) ได้ Lynn Pan นักเขียนสตรีชาวอังกฤษเชื้อสายจีนกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ "Sons of the Yellow Emperor : The Story of the Overseas Chinese" (1990) อันโด่งดังของเธอว่า
"ถ้าเอาธรรมเนียมโลกตะวันตกเป็นบรรทัดฐาน ก็ต้องถือว่าการทุ่มเทอุทิศตัวให้กับพ่อแม่ของชาวจีนนั้นสาหัสสากรรจ์เกินขนาดถึงขั้นเพี้ยน แต่สำหรับธรรมเนียมจีน ความกตัญญูกตเวทีการเคารพยำเกรงพ่อแม่เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ การบูชาเซ่นสรวงดวงวิญญาณของ ท่านเมื่อท่านสิ้นไปแล้ว ต้องถือว่าเป็นหัวใจแบบแผนสังคมจีนเลยทีเดียว ...( หน้า 10)
"การคอยดูแลพ่อแม่เมื่อแก่เฒ่า แสดงความเสียใจไว้อาลัยท่านอย่างถูกธรรมเนียมเมื่อสิ้นชีวิตลง เซ่นสรวงไหว้ศาลบรรพบุรุษ เยี่ยมเคารพสุสานตระกลูตามพิธี เหล่านี้ถือเป็นหน้าที่หลักต่อพ่อแม่ของคนเรา " (หน้า 21 )
หรือเอาใกล้ๆ ตัว ดู "ลอดลายมังกร" เป็นตัวอย่างขนาดเถ้าแก่อาเหลียง สือพาณิชย์ ร่ำรวยอื้อจือเหลียงอย่างงั้นยังกินอยู่แต่งตัวเขี่ยมเสียบ เรียบๆ ง่ายๆ ตลอดชีวิตและชาญชัยหลานคนโปรดที่ว่าร้ายแสนร้ายเลวสุดเลว ก็ยังยอมมอบตัวให้ตำรวจเพื่อจะได้มาอยู่กับก๋งตอนสิ้นใจ
สำหรับเสี่ยหงวนน่ะหรือ? ฟุ่มเฟือยก็เท่านั้น ใช้เงินทิ้งๆ ขว้างๆ เหมือนเศษกระดาษกล่าวเฉพาะใน " เกิดสำเพ็ง" ก็ยอมแถมเงินเป็นแสนๆ ให้คนซื้อเพื่อ "ขาย" หนังสือ ส่วนความกตัญญูกตเวที - ไม่มีเสียล่ะ ตามอัตชีวประวัติของเสี่ย กะอีแค่ขัดใจที่เตี่ยไม่ยอมให้แต่งงานกับนวลละออ และแอบยุให้เลิกกันต่อมา เขาก็ถึงแก่อาฆาตมาดร้ายจะเอาตะไกรขาเดียวบ้าง ปืนพกบ้างไปฆ่าแกงเตี่ยเยี่ยงทรพี (หน้า 36 - 40)
ดูแล้วก็ไม่เหมือนเจ๊กเหมือนจีนตรงไหน
แต่หลักฐานชี้ขาดที่ทำให้ผมฟันธงลงไปว่ากิมหงวนเป็นจีนปลอมก็คือชื่อ " กิมหงวน" " กิมเบ๊" "กิมไซ" ที่ป. อินทรปาลิต ตั้งให้นั่นเอง
เพราะถึงแม้ชื่อทั้งสามจะฟังคล้องจองเหมือนเป็นญาติเกี่ยวดองกันดี แต่ความจริงตามธรรมเนียมจีนนั้นเวลาเปลี่ยนชื่อแซ่เป็นไทยเขาจะเปลี่ยนเอาแซ่จีนไปเป็นนามสกุลไทย ส่วนชื่อตัวก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไทยด้วย หรือมิฉะนั้นก็คงเดิมเป็นจีนไว้ เช่น
เดิมแซ่ "แต้" ชื่อตัวว่า "โต๊ะฮง" ก็เปลี่ยนแซ่ "แต้" เป็นนามสกุล "เตชะพีระ"กลายเป็น "โต๊ะฮง เตชะพีระ" ทำนองเดียวกับ "กิมเหลียง วัฒนปฤดา" ซึ่งเป็นชื่อเดิมของหลวงวิจิตรวาทการ
จนกว่าจะเปลี่ยนชื่อตัวจาก " โต๊ะฮง" มาเป็น " เกษียร" แล้วนั่นแหละถึงจะได้ชื่อสกุลไทยสมบูรณ์ว่า " เกษียร เตชะพีระ"
นั่นหมายความว่าในกรณีเสี่ยหงวนนี้ ตามเหตุผลข้างต้น " กิมหงวน" ย่อมต้องเป็นชื่อตัวส่วนแซ่ถูกเปลี่ยนไปเป็นนามสกุล "ไทยแท้" แล้ว
เท่าที่ทราบไม่ปรากฏชัดว่าแซ่จีนเดิมของเสี่ยหงวนคืออะไร แต่ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไร บุคคลผู้นี้ก็ไม่ใช่แซ่ "กิม" ชื่อตัวว่า "หงวน"เด็ดขาด
เมื่อ "กิม" ไม่ใช่แซ่และ "กิมหงวน"ทั้งสองคำเป็นตัว ก็สันนิษฐานต่อได้ว่า " กิมเบ๊" และ"กิมไซ" ก็ย่อมเป็นชื่อตัวของเตี่ยกับแปะของกิมหงวนเช่นกัน
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ผิดธรรมเนียมจีนอีกนั่นแหละ
เพราะปกติการตั้งชื่อตัวให้คล้องจองกันโดยมีอักษรตัวหน้าเป็นคำเดียวกัน ชาวจีนจะทำเฉพาะลูกหลานผู้ชายรุ่นเดียวกันเท่านั้น ไม่ทำข้ามรุ่นเด็ดขาด รุ่นใหม่ก็นึกอักษรตัวใหม่นำไปจะได้ไม่ปนรุ่นจำสับกัน ยกเว้นลูกสาวซึ่งจะมีชื่อแหวกรุ่นออกไปต่างหากไม่ต้องคล้องจอง เช่น
รุ่นพ่อชื่อตัวว่า "เง็กชิว" "เง็กซ้ง"
รุ่นลูกชื่อตัวว่า "โต๊ะฮง" "โต๊ะอุ้ย" "โต๊ะเฮ้า" แต่ลูกสาวชื่อ "หลี่กุง" เป็นต้น
ถึงขั้นนี้ การที่ ป. อิทรปาลิต ให้รุ่นพ่อชื่อตัว "กิมเบ๊" "กิมไซ" แล้วยังมาให้รุ่นลูกชื่อตัวว่า "กิมหงวน" อีกจึงไม่สมจีนอย่างฉกาจฉกรรจ์
สรุปได้ว่าถึงแม้กิมหงวนจะอ่านเขียนพูดภาษาจีนได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจีนแท้ เพราะคนที่อ่านเขียนพูดภาษาจีนได้คล่อง แต่ไม่มีเชื้อจีนเลยก็มีถมไป เช่น คุณสุพจน์ แจ้งเร็ว เป็นต้น
ต่อคำถามว่า " กิมหงวนใช่ไทยแท้หรือไม่?" จึงต้องตอบว่าน่าจะใช่ เพราะเขาไม่ใช่จีน
ส่วนที่คันหัวใจใคร่รู้ต่อก็คือเมื่อกิมหงวนใช่ไทยแท้แล้ว คุณสุจิตต์ล่ะ ใช่วงษ์เทศหรือเปล่า ?
(เนื้อหาส่วนหนึ่งจาก)
https://www.samgler.org/archives/sampeng.htm
.jpeg)