วันจันทร์, มกราคม 05, 2569

ถ้าประเทศไทยไม่มีส้ม! แล้วจะหันไปด่าใครดี ? (วนลูปไปด่าแม้ว ?!?)


Sonny Chatwiriyachai

otnredoSpsf3095u0h5cg8f3m7uaimagag6u3uiic1t7g5a1hh0aa1i14lcm ·

ถ้าประเทศไทยไม่มีส้ม! แล้วจะหันไปด่าใครดี?

ถ้าประเทศไทยไม่เคยมีพรรคส้ม การก่นด่าในแบบที่เป็นอยู่ต่อนักการเมืองรุ่นใหม่จะหมดไปไหม

ไม่เลย

การด่า การบ่น จะยังอยุ่ดี เพราะแฟนตาซี หรือจุดยืนทางอุดมการณ์ของคนชั้นกลางก็คือ “นักการเมืองเลว” ส่วนฉันเป็นคนดี ที่ทำมาหากิน เป็นสุจริตชน

พรรคส้ม (หรือใครก็ตามที่มาแทนส้ม) เข้ามาเปลี่ยนตรงนี้ เพราะมาโขมย ความสุขลับ ๆ ที่ได้แอบมีแฟนตาซีของ “ความเป็นคนดี” ไปจากฉัน! เพราะสิ่งหนึ่งที่พรรคส้มนำเสนอก็คือ คนทุกคนมีส่วนในการเมือง การบริหารประเทศได้ และการไม่เลือกอะไรเลย ก็คือการเพิกเฉย หรือมีส่วนทำให้บ้านเมืองของเราต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งอันนี้หนักนะ เพราะเหมือนด่าจุดยืนที่คนชั้นกลางเคยมีอยู่ตลอดมาด้วยคำว่า "การเมืองสกปรก ฉันเป็นกลางทางการเมือง" การมีอยู่ของส้มทำให้จุดยืนนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

คนหลายคนอาจจะพูดว่าฉันเป็นคนดี (โดยเฉพาะคนชั้นกลาง) แต่ลึก ๆ แล้วความกล้าหาญทางจริยธรรมยังไม่มากพอที่จะเผชิญกับ The Real หรือยอมรับว่าตัวฉันเองคือตัวที่ทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายอย่างที่เป็นอยู่ และตัวฉันเองนั้นเป็นอุปสรรคของการที่ประเทศจะเปลี่ยนไปสู่อะไรที่ดีกว่า

ที่โหนสถาบันกษัตริย์ ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะเป็นสัญญะของความดี (ที่คิดว่าตัวเองมี แต่จริง ๆ มีหรือเปล่าก็ไม่รู้) ดังนั้น ในกรณีนี้ สถาบันฯ ไม่ได้เกี่ยวโดยตรง แต่เผอิญไปตรงกับกระบวนการทำงานภายในทางจิตวิทยาของคนเหล่านี้จึงถูกเอามาโหน เอามาใช้งาน และอะไร หรือใครก็ตามที่ทำตัวตรงข้ามกับสถาบันฯ ล่ะ ? ก็หาที่ไหนไม่ได้ก็เอาพรรคส้มนี่แหละวะ เพราะมีนโยบายหมิ่นเหม่ที่สุด

คนจึงไม่ได้ด่าส้ม เพราะส้มจะล้มเจ้า แต่ส้มไปกระทบตัวตน กระทบแฟนตาซีลึก ๆ ของความรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น ขาวสะอาด เป็นกลาง เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ส้มกลับบอกว่าคุณไม่ได้ขาวสะอาด พวกคนอย่างเราที่เพิกเฉยนี่แหละคือคนที่ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ส่งเสริมให้ระบบเลวร้ายมันดำเนินต่อไป

อันนี้แหละที่เข้าไปกระทบส่วนลึกของจิตใต้สำนึกของ “คนดี” ทั้งหลาย ทำให้รับไม่ได้ เพราะมันไปดีสรัปท์ความเป็นตัวตนของคน ๆ นั้น ทุก ๆ อย่างที่เชื่อ ทุก ๆ อย่างที่ยึดถือ อยู่มาวันหนึ่งส้มมาสั่นคลอนทำให้ความเชื่อเหล่านั้นอาจจะไม่ถูกต้อง (นี่ไม่ได้บอกว่าส้มมองถูกนะ) ส้มจึงกลายเป็นตัวบ่อนทำลายที่ต้องถูกกำจัด เพราะไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ The Real ของตัวเอง (ใครนึกไม่ออก นึกถึงคุณหมอ หรือนักวิชาการ ที่ออกมากลายไปเป็นนางแบก นายแบก ทั้ง ๆ ชีวิตส่วนตัวเป็นคนเสียสละทำงานอย่างสุจริต นั่นแหละตัวตนเขาถูกกระทบอย่างหนัก อย่าไปโกรธเขาเลย)

ดังนั้น ไม่มีประโยชน์ที่ส้มจะออกมาอธิบายใด ๆ ว่าไม่ได้ล้มเจ้า จะออกมาให้ข้อเท็จจริงอย่างไร เพราะไม่มีใครจะออกจากอุดมการณ์ของตัวเองได้ (แม้แต่คนที่เชื่อในส้ม) คำอธิบายทุกคำจะถูกมองผ่านเลนส์ของ “คนดี” และทุกคำที่พูดออกมาจะไม่ได้ถูกฟัง แต่เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า “นั่นไง เห็นมั๊ยพวกมันออกมาตลบแตลง แก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ นี่แหละส้นดานส้ม!” และทุกครั้งที่ส้มผิดพลาด เขาจะรู้สึกสะใจเท่าทวีคุณ​ "ไหนบอกเลือกส้ม ไม่มีเทา!" ดังนั้น พรรคส้มจึงเป็นเหมือนเจนเนอเรเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของความสุขและพลังในการดำเนินชีวิตให้กับคนเหล่านี้

คนที่สงสัยว่าทำไมคนไทยจึงอยู่กับอะไรที่ย้อนแย้งทางความคิด ไม่มีเหตุผลได้ จงเข้าใจใหม่นะว่ามันไม่ใช่เรื่องเหตุผล แต่เป็นเรื่อง “ความหฤหรรษ์” ความสะอารมณ์ (enjoyment) ซึ่งหล่อเลี้ยงชีวิตของเขาให้ดำเนินไปได้ ส้ม จึงเป็นหมุดหมายแห่งการโจมตี ตราบใดที่มันยังสร้างความสนุกใจให้พวกเขาได้

https://www.facebook.com/photo?fbid=10162249846817843&set=a.45524142842