หอประขุม ทบ. สุดเหงา!
— Deep Blue Sea (@WassanaNanuam) July 19, 2026
“ผบ.ทบ.‘ยอมรับ‘หอประชุมทบ.3,400 ล้าน ถ.พระราม9 ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะขนาดใหญ่มาก ห้องใหญ่ จุคนเกือบ3,000 คน สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2566 
นานๆทบ.ใช้ครั้ง ใช้จัดประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และจัดกิจกรรมต่างๆแต่ไม่ค่อยใช้บ่อย เพราะค่าดำรงสภาพสูง… pic.twitter.com/Gk2AV8JW3y
https://x.com/WassanaNanuam/status/2078901628472836375
“ผบ.ทบ.‘ยอมรับ‘หอประชุมทบ.3,400 ล้าน ถ.พระราม9 ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะขนาดใหญ่มาก ห้องใหญ่ จุคนเกือบ3,000 คน สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2566
นานๆทบ.ใช้ครั้ง ใช้จัดประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และจัดกิจกรรมต่างๆแต่ไม่ค่อยใช้บ่อย เพราะค่าดำรงสภาพสูง
สร้างในยุคคสช. ใช้เวลา6 ปี
ตอนนี้ กำลัง หารือกรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์และกระทรวงการคลัง  เปิดให้ หน่วยงานอื่น มาใช้ และมีค่าใช้จ่าย ค่าดูแล นำเงินรายได้เข้าแผ่นดิน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 2570
ทั้งนี้ ในยุค คสช. เดิมนั้น ทบ.ต้องการสร้างเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติ หวังจะรับงานประชุมใหญ่จากต่างประเทศการจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการขนาดใหญ่ และมีพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ที่ต้องการนำไม้มีค่าที่เป็นของกลางและถูกยึดจนพ้นคดีแล้วแทนที่จะเอาไปเผาทิ้งให้นำมาสร้างเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ 
ราชการไทยชอบก่อสร้างอะไรเกินความจำเป็น ที่ต้องเอาภาษีเสียทั้งค่าก่อสร้างแพงๆ และค่า maintanance
— Ingrid (@IngridFromSpace) July 20, 2026
- หอประชุมทบ.ความจุ 3,000 คน (3,400 ล้านบาท)
- ปปช. สร้าง sport complex ที่มีสระนำ้โอลิมปิก (777 ล้านบาท)
- ตึกสตง.ที่ถล่ม มีทั้งห้องประชุม 2,000 คน โรงภาพยนต์ 200 ที่นั่ง ห้องอาบน้ำ… https://t.co/5xmLzLXStn
Ingrid
@IngridFromSpace
·10h
ราชการไทยชอบก่อสร้างอะไรเกินความจำเป็น ที่ต้องเอาภาษีเสียทั้งค่าก่อสร้างแพงๆ และค่า maintanance
- หอประชุมทบ.ความจุ 3,000 คน (3,400 ล้านบาท)
- ปปช. สร้าง sport complex ที่มีสระนำ้โอลิมปิก (777 ล้านบาท)
- ตึกสตง.ที่ถล่ม มีทั้งห้องประชุม 2,000 คน โรงภาพยนต์ 200 ที่นั่ง ห้องอาบน้ำ ฯลฯ
แต่ล่ะอย่างไม่ได้มีความจำเป็นเลย
.....
ทำไม ราชการไทยชอบก่อสร้างอะไรเกินความจำเป็น
ปัญหาการก่อสร้าง “ใหญ่เกินจำเป็น” หรือ “เกินความจริง” ในระบบราชการไทย (ตั้งแต่เสาไฟกินนรี อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ไปจนถึงลานอเนกประสงค์ที่ไม่ได้ใช้งาน) ไม่ได้เกิดจากความสะเพร่าส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก โครงสร้างระบบ แรงจูงใจทางกฎหมาย และวัฒนธรรมองค์กร ที่บีบหรือเอื้อให้เกิดสิ่งนี้
เหตุผลสำคัญสามารถสรุปออกมาได้ 5 มิติหลัก ดังนี้
1. ติดดักกลไกงบประมาณ: "ใช้ไม่หมด ปีหน้าโดนตัด"
การจัดงบแบบใช้วันต่อวัน (Use-it-or-lose-it): ถ้างบประมาณปีนี้ใช้ไม่หมด เงินส่วนที่เหลือต้องส่งคืนคลัง และที่สำคัญคือ ปีถัดไปจะถูกสำนักงบประมาณตัดลดงบ ในหมวดนั้นๆ เพราะมองว่าไม่มีความจำเป็น
ค่านิยมการปั้นงบเผื่อตัด: หน่วยงานจึงต้องตั้งงบก่อสร้างไว้สูงๆ หรือหาโครงการลงเพื่อใช้เงินให้หมดตามกรอบงบประมาณ มากกว่าจะมองเรื่องความคุ้มค่าจริง
2. โครงสร้างงบประมาณเน้น "สร้างใหม่" มากกว่า "ดูแลของเดิม"
งบลงทุน (CAPEX) ของ่ายกว่างบบำรุงรักษา (OPEX): การขอเงินตั้งโครงการก่อสร้างใหม่ หรือขยายอาคารสถานที่ มักได้รับการอนุมัติง่ายกว่าการขอบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างเดิม
เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่คือ ไม่มีงบดูแลรักษาต่อเนื่อง ทำให้สิ่งก่อสร้างจำนวนมากถูกทิ้งร้าง ทั้งที่ตอนสร้างใช้วัสดุหรูหราเกินความจำเป็น
3. ผลประโยชน์แอบแฝงและการทุจริต (Rent-Seeking Behavior)
ส่วนต่างเงินทอน: โครงการสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ วัสดุสเปกสูง หรือมีรูปแบบพิสดาร สร้างมูลค่าโครงการได้สูง ซึ่งหมายถึง "ส่วนต่าง/ค่าหัวคิว" ที่มากขึ้นตามไปด้วย
ล็อคสเปกง่ายกว่า: การใส่รายละเอียดยิบย่อยหรือใช้นวัตกรรมเฉพาะทางที่เกินความจำเป็น ทำให้การเขียน TOR สามารถล็อคสเปกเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาเฉพาะรายได้ง่ายขึ้น
4. ตัวชี้วัดผลงาน (KPI) เน้น "ของที่มองเห็นได้"
สร้างเสร็จ = มีผลงาน: สิ่งก่อสร้าง รูปปั้น หรืออาคาร เป็นผลงานเชิงกายภาพที่ถ่ายรูปทำ PR หรือนำไปใช้อ้างอิงหาเสียงได้ทันที ต่างจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ การปรับปรุงกฎระเบียบ หรือการพัฒนาคน ซึ่งเป็นนามธรรมและวัดผลยาก
วัดความสำเร็จจาก "ยอดเบิกจ่าย": KPI หลักของส่วนราชการส่วนใหญ่ถูกวัดที่ อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณ (Disbursement Rate) ไม่ได้วัดที่ผลกระทบจริงต่อชีวิตประชาชน (Impact) ทำให้เน้นเบิกเงินให้ไวผ่านโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
5. วัฒนธรรม "สร้างอาณาจักร" และการวางแผนจากบนลงล่าง (Top-Down)
ขนาดสิ่งก่อสร้าง = บารมีและตำแหน่ง: ขนาดของสำนักงานหรือสิ่งก่อสร้างถูกใช้สะท้อนถึงเกียรติยศ อำนาจ และบารมีของหัวหน้าหน่วยงาน และมักถูกนำไปใช้เป็นเหตุผลขยายอัตรากำลังพลเพื่อยกระดับตำแหน่งผู้บริหาร
ขาดการรับฟังประชาชน: โครงการจำนวนมากไม่ได้เกิดจากความต้องการของพื้นที่ (Demand-driven) แต่เกิดจากผู้มีอำนาจจากส่วนกลางกำหนดลงมา (Supply-driven) เพื่อให้เข้าเงื่อนไขการใช้เงินงบประมาณ
สรุป: ราชการไทยก่อสร้างเกินความจำเป็นเพราะ "การสร้างของใหญ่และแพง" ตอบโจทย์ทั้งการใช้งบให้หมด การสร้างผลงานเชิงภาพลักษณ์ และการแสวงหาผลประโยชน์ ในขณะที่ระบบไม่ได้ลงโทษการสร้างสิ่งก่อสร้างที่ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร