
Phuket Times ภูเก็ตไทม์
17 hours ago
·
#ภูเก็ต-คนไทยอึ้ง! เจอประโยค อ้างเขตอธิปไตยต่างชาติ หลัง มท.2 สั่งปูพรมตรวจล้างบางนอมินี โดยล่าสุด วานนี้ 26 ก.ค.69 จนท.บุกตรวจอีกครั้ง ชาบัด เฮ้าส์ (โบสถ์ยิว) ที่ป่าตอง หลังกันมิให้คนไทย และผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าไปอย่างเด็ดขาด โดยก่อนหน้านี้ "มท.2 และจนท.ทำการลงตรวจ ได้มีคนยิวภายในชาบัด เดินเข้ามาเผชิญหน้า เอ่ยปากถามด้วยคำถามรุนแรงว่า "ไม่รู้หรืออย่างไรว่าที่นี่คือพื้นที่ของอิสราเอล" ด้าน มท.2 ได้ตอกกลับทันควัน อย่างเด็ดขาดว่า "ที่นี่คือประเทศไทย ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ไม่มีใครมีสิทธิ์มาอ้างอธิปไตยเหนือดินแดน"
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1381502870767218&set=a.589620983288748
Deputy interior minister says 'This is Thailand' after alleged 'Israeli territory' remark at Phuket Chabad House
— Thai Enquirer (@ThaiEnquirer) July 27, 2026
Deputy Interior Minister Phonphir Suwannachawi said he responded "This is Thailand" after a Jewish man at the Patong Chabad House allegedly told officials the… pic.twitter.com/CqchUVEhHP
https://x.com/ThaiEnquirer/status/2081718148735320225
Thai Enquirer
@ThaiEnquirer
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า "ที่นี่คือประเทศไทย" หลังมีรายงานคำกล่าวอ้างว่าเป็น "ดินแดนของอิสราเอล" ที่ศูนย์ Chabad House ในภูเก็ต
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าตนได้ตอบกลับไปว่า "ที่นี่คือประเทศไทย" หลังจากที่มีชายชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่ศูนย์ Chabad House ย่านป่าตอง กล่าวกับเจ้าหน้าที่ในทำนองว่าสถานที่ดังกล่าวเป็น "ดินแดนของอิสราเอล" ระหว่างการเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ศูนย์ Chabad House แห่งนี้ ซึ่งบริหารงานโดยรับไบ Sholom Dovber Glitzenstein ภายใต้มูลนิธิ Chabad of Thailand Foundation เคยถูกตรวจสอบมาก่อนหน้านี้สืบเนื่องจากข้อร้องเรียนของภาคธุรกิจในท้องถิ่นและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่เชื่อมโยงสถานที่ดังกล่าวเข้ากับเครือข่ายธุรกิจของอิสราเอล ทั้งนี้ ทางการได้ย้ำอยู่เสมอว่าศูนย์ดังกล่าวสามารถดำเนินกิจกรรมทางศาสนาได้อย่างอิสระ แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยและไม่สามารถใช้เป็นสถานที่เพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมายได้
การเข้าตรวจสอบล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อกวาดล้างปัญหาการถือหุ้นแทน (นอมินี) การประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย และโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต โดยในเวลาต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้ขยายขอบเขตการตรวจสอบไปยังธุรกิจต่างๆ ทั่วภูเก็ตจำนวน 361 แห่ง ซึ่งรวมถึงโรงแรม วิลล่าหรู ร้านอาหาร และบริษัทนำเที่ยว ที่ต้องสงสัยว่ามีการอำพรางความเป็นเจ้าของโดยชาวต่างชาติผ่านนอมินีชาวไทย หรือมีการดำเนินกิจการโดยผิดกฎหมาย