
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
18 hours ago
·
“ราษฎรยังคงตรากตรำทำงานหนัก ประเทศพัฒนาได้ด้วยหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจของสามัญชน” จดหมายของเก็ท โสภณ เนื่องในวันแรงงานสากล
.
.
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 “เก็ท” โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เขียนจดหมายเนื่องในโอกาสวันแรงงานสากล (1 พ.ค.) ในหัวข้อ “ภวังค์ของคนต่ำต้อย” โดยได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากกลไกการปลูกฝังความเชื่อในภาพยนตร์เรื่อง Inception มาสะท้อนภาพการจัดตั้งมายาคติอันสลับซับซ้อนที่กลุ่มชนชั้นปกครองใช้เพื่อทำให้ประชาชนติดอยู่ในความฝันที่ถูกสร้างขึ้น
.
นอกจากนี้ เก็ทยังอธิบายถึง ‘ความฝันหลายชั้น’ ว่าชั้นแรก ๆ มักจะเริ่มจากการที่ผู้นำสถาปนาตัวเองเป็นเจ้า และเทวดา โดยอาศัยโครงสร้างความเชื่อทางศาสนา และเริ่มสร้างเครือข่ายอำนาจผ่านทางสายโลหิต จนทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าตนเองต่ำต้อย และอ่อนแอ
.
ท้ายของจดหมายฉบับนี้ ยังเน้นย้ำว่าประชาชนสามารถปกครองตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีศูนย์รวมใจจากเทวดาคนไหน พร้อมทั้งพูดถึงวันสำคัญต่าง ๆ ในเดือน พ.ค. ที่เกี่ยวข้องกับการตื่นรู้และการต่อสู้ของประชาชน
—-----------------------------------------------------------
.
”ภวังค์ของคนต่ำต้อย“
หากใครเคยดูหนังเรื่อง “Inception” ของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ (Christopher Nolan) ก็คงนึกภาพการจัดตั้งทางความเชื่อออก ในหนังเรื่องนี้การจัดตั้งความเชื่อได้ต้องเข้าไปในความฝันที่อยู่ในความฝัน ที่อยู่ในความฝันลึกลงไปหลายชั้น เงื่อนไขคือ ห้ามให้ผู้ถูกจัดตั้งรู้ว่าตนกำลังถูกปลูกฝังความเชื่อเข้าไป ไม่เช่นนั้นการจัดตั้งความเชื่อจะล้มเหลว ดูเป็นเรื่องราวที่เกินจริง แต่เราแน่ใจได้อย่างไรว่าขณะนี้เราอยู่กับความจริง ไม่ได้ฝันอยู่ ขณะที่คุณอ่านจดหมายฉบับนี้คุณตื่นอยู่หรือเปล่า?
เรื่องราวในความฝันของภาพยนตร์เรื่องนี้ จะดำเนินไปโดยเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าเราหลับอยู่ จนกระทั่งตระหนักว่าสิ่งที่เผชิญในภวังค์นั้นขัดกับความจริงที่เป็นอยู่ จังหวะที่เราจะตระหนักรู้นั้น คือจังหวะที่เรารู้ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่
.
เรื่องราวที่ผมจะเล่าต่อจากนี้ คือตัวอย่างหนึ่งของการจัดตั้งความเชื่อที่ ‘ผู้จัดตั้ง’ คือ กลุ่มชนชั้นหนึ่ง ส่วน ‘ผู้ถูกจัดตั้ง’ คือ ประชาชนในประเทศของเขาเอง กระบวนการจัดตั้งความเชื่อดังกล่าวถูกก่อการอย่างสลับซับซ้อน และผ่านการบ่มเพาะมานานหลายร้อยปี ในหนังเรื่องนั้นของโนแลน การจัดตั้งให้คน ๆ เดียวว่ายากแล้ว แต่นี่คือการจัดตั้งให้แก่คนจำนวนมากจากรุ่นสู่รุ่น
.
ฝันชั้นที่ 1 เริ่มตั้งแต่สมัยโบราณที่มีคนหมู่คณะหนึ่งสามารถรวมชุมชนเป็นปึกแผ่นได้ ผู้นำของหมู่คณะนี้ได้สถาปนาตนเป็นเจ้าของชุมชน แต่การจะเป็นอภิสิทธิ์ชนที่สถาพร ต้องมีบารมีให้คนในชุมชนศรัทธา เขาจึงได้นำเรื่องราวทางศาสนาและความเชื่อมาผูกร้อยกันเป็นเรื่องราวว่า การมาอยู่เหนือคนในชุมชนได้นั้นเป็นเพราะบุญญาธิการ เขาคือเทวดาเดินดิน ผู้นำคนนี้มีชั้นเชิงการปกครอง หากเขายกตนเป็นเทวดาองค์เดียว คนอาจเข้าใจผิดว่าเขาเป็นลัทธิหรือศาสดา เขาจึงมอบอำนาจให้แก่หมู่คณะของตนด้วย
.
ฝันชั้นที่ 2 หมู่ผู้ครองอำนาจ ได้สร้างโครงข่ายอำนาจอันสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีการสร้างพิธีกรรมและความเชื่อแฝงไว้ในวิถีชีวิตของประชาชน เขาถึงกับรักษาสายโลหิตของพวกตัวเองไว้เพื่อการเซฟโซนกันเองในเครือญาติ โดยมองว่าเลือดของเขาสูงส่งกว่าสามัญชน ในระหว่างที่เวลาผ่านการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำก็มีเรื่อยมา พร้อมกับการสร้างเรื่องราวให้ผู้นำแต่ละคนดูมีความชอบธรรมในการปกครอง
.
ฝันชั้นที่ 3 เป็นฝันของคนรุ่นหลัง คนรุ่นถัดมาได้รับรู้เรื่องราวความฝันชั้นที่ 1 และ 2 จากประวัติศาสตร์ที่คณะผู้นำตั้งขึ้นและจากคำบอกกล่าวของคนรุ่นก่อน เมื่อความรุ่งเรืองของวิทยาศาสตร์มาถึง การอ้างความเชื่ออย่างเดียวเริ่มไม่พอ ผู้นำและองคาพยพจึงได้อ้างบุญคุณของบรรพบุรุษตน และยังอ้างต่อว่าจะสานต่อปณิธานของผู้เป็นพ่อแม่และปู่ย่าตายายทวดของพวกเขา
.
และเมื่อพูดถึงฝันชั้นที่ 4, 5, 6 และลึกลงไปอีก ยิ่งเวลาผ่านไปการจัดตั้งมายาคติยิ่งซับซ้อนขึ้นอีก พูดกันตามตรง การเรียบเรียงของผมอาจมีบางส่วนที่เล่ารายละเอียดตกหล่นด้วยซ้ำ เมื่อเวลาผ่านไปโครงสร้างที่เจ้าของชุมชนวางไว้จะยิ่งเข้มแข็งขึ้น หากใครคนไหนเห็นต่าง ก็มีท่าทีตื่นจากภวังค์และพยายามปลุกผู้คนให้ตื่น เขาผู้นั้นจะถูกปราบปราม ถูกพันธนาการด้วยเงื่อนไขที่ทำให้เมื่อตื่นแล้วก็ต้องอยู่อย่างเงียบ ๆ
.
แน่นอนว่าอำนาจนั้นเย้ายวนใจ คนจำนวนไม่น้อยจึงเผลอไผลขายความเป็นมนุษย์ของตน เอาหัวไปคลุกละอองฝุ่นใต้เท้าเจ้านาย โดยหวังว่าบารมีของสมมติเทพจะติดศีรษะมาบ้าง นับวันอภิสิทธิ์ชนยิ่งขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้านแล้วปาเศษเงินที่เขาปล้นไปจากเรามาให้พวกเรา แล้วกล่าวชมตัวเองว่าเป็นคนดีมีเมตตา
.
ยิ่งเวลาผ่านไปมายาคติยิ่งฝังรากลึก ปวงประชาในประเทศนั้นก็จะเชื่อว่าตนเป็นเพียงคนตัวเล็กตัวน้อยอ่อนแอ เกินกำลังกว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าประชาชนไม่อาจยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่มีสถาบันของสมมติเทพคอยพยุงไว้
โทมัส เพน (Thomas Paine) กล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง ‘สามัญสำนึก (common sense)’ ว่าการปกครองโดยสืบทอดอำนาจจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกเป็นทอด ๆ นั้นมีปัญหา เพราะเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น พ่อทำมาดีไม่ได้หมายความว่าลูกจะทำได้ดีต่อไปด้วย
.
จากกรณีตัวอย่างที่ผมเล่า ประชาชนในประเทศสมมตินั้น ควรยุติมายาคติด้วยความจริง มนุษย์ปุถุชนจะเป็นเทวดาได้อย่างไร ในเมื่อเขาก็เกิดและตายไม่ต่างจากเรา สายโลหิตของเขาสูงมาจากไหน ในเมื่อกรีดเลือดออกมาก็เป็นสีแดงไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป
อาจจริงอยู่ที่บรรพบุรุษของเขารวมบ้าน ปกปักเมืองให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง และบรรพบุรุษของประชาชนไม่ได้เข้าร่วมในภารกิจนั้น หรือตลอดกาลเวลาที่ผ่านมา ราษฎรยังคงตรากตรำทำงานหนัก ประเทศพัฒนาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย แรงใจของสามัญชน ในขณะที่ปัจจุบันอภิสิทธิ์ชนนอนกินเฉยชาอย่างฟุ่มเฟือยในวันที่ผู้คนทุกข์ยากก็เห็นจะมีแต่พวกพวกเขาที่ใช้ชีวิตปกติสุข
.
หากประชาชนหันหน้าเข้าหาความจริงก็จะพบว่า ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา คนที่ขับเคลื่อนประเทศสร้างชาตินั้น ไม่ได้มีเพียงผู้มีอำนาจเพียงหยิบมือ แต่คือประชาชน
.
เมื่อเข้าใจโครงสร้างลำดับเหตุไปถึงผลได้ เราก็จะพบว่าประเทศนี้ ประชาชนปกครองตนเองได้โดยไม่ต้องยืมมือของเทวดาชั้นฟ้าที่ไหนมาเป็นศูนย์รวมใจ เมื่อตื่นจากภวังค์แล้วประชาชนในประเทศนั้นก็คงตอบได้ว่าควรรักษาสถานะ วรรณะ ชนชั้น เช่นนี้ไว้ชั่วกาลหรือ
.
ที่ผมพูดมาประเทศนั้นคงไม่เหมือนประเทศไทยสักเท่าไหร่ เพราะบ้านเมืองเราเจริญแล้ว จริงไหม?
.
สำหรับการเขียนจดหมายฉบับนี้ ขอขอบคุณแรงบันดาลใจจาก คริสโตเฟอร์ โนแลนด์, โทมัส เพน, กุหลาบ สายประดิษฐ์ ประชาชนทุกคนที่ตื่นรู้ และต่อสู้ให้สังคมหลุดพ้นจากภวังค์ เดือนพฤษภาคมนี้มีวันสำคัญอันเป็นหมุดหมายให้ใช้สำหรับปลุกผู้คนให้ตื่นจากความหลงเชื่อว่าตนเองนั้นต้อยต่ำ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงาน
วันที่ 5 พฤษภาคม วันเสียชีวิตของจิตร ภูมิศักดิ์
วันที่ 14 พฤษภาคม ครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของคุณเนติพร
วันที่ 18 พฤษภาคม วันรำลึกเหตุการณ์ที่กวางจูประเทศเกาหลีใต้
วันที่ 19 พฤษภาคม ครบรอบวันรำลึกการสังหารหมู่คนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์
และวันที่ 31 พฤษภาคม วันเสียชีวิตของครูครอง จันดาวงศ์ ผู้ประกาศกล้องอย่างกล้าหาญในวินาทีสุดท้ายของชีวิตว่า “ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ”
.
ขอจบจดหมายฉบับนี้ด้วยการสวัสดี และสุขสันต์วันแรงงานนะครับ
โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง
https://www.facebook.com/photo?fbid=1377027740934359&set=a.656922399611567