วันพุธ, มีนาคม 11, 2569

ดรามาศาลเตี้ย ! กรณี ทำร้ายร่างกาย #ชายกะเหรี่ยง อ้าง #เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย เป็นตัวอย่างของความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ดูเหมือนคนต่างชาติพันธุ์ในประเทศไทยยังคงเป็นเหยื่อความเกลียดชัง ยังถูกมองเป็นอื่น


Angkhana Neelapaijit
10 hours ago
·
กรณี ทำร้ายร่างกาย #ชายกะเหรี่ยง โดยอ้าง #เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย เป็นตัวอย่างของความเกลียดชังทางเชื้อชาติ ซึ่งนำไปสู่การก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ที่ปรากฏมากขึ้นทุกวันนี้ โดยการกระทำที่เกิดขึ้นผู้กระทำไม่สนใจต่อกฎหมายบ้านเมือง และเหมือนจะใช้ข้ออ้างในการ #การปกป้องชาติ หรือ #ปกป้องคนไทย เป็นความชอบธรรมในการทำร้ายคนต่างชาติพันธุ์โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ในหลายประเทศที่มีศาลสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะศาลสิทธิมนุษยชนสหภาพยุโรป มีการพิจารณาคดีและลงโทษบุคคลที่สร้างความเกลียดชังทางเชื้อชาติ และก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังหลายคดี โดยศาลยึดหลักการสำคัญในการเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ศาลจะไม่ให้คุ้มครองคำพูดที่ ปลุกปั่นความเกลียดชังหรือความรุนแรง ทั้งนี้ศาลเห็นว่ารัฐมีหน้าที่ป้องกัน racism และ hate crimes ในส่วนประเทศไทย แม้จะมี พรบ. คุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ดูเหมือนคนต่างชาติพันธุ์ในประเทศไทยยังคงเป็นเหยื่อความเกลียดชัง ยังถูกมองเป็นอื่น ที่ไม่ใช่คนไทย เรื่องนี้รัฐบาลไทย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมถึงการป้องกันการสร้างความเกลียดชังในสื่อ online ด้วย
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10165783715758268&set=a.10151021282338268
.....


Lanner
9 hours ago
·
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เมื่อคืนวันที่ 9 มีนาคม 2569 หลัง เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน สมาชิกกลุ่ม ‘ไทยไม่ทน’ โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะเข้าไปพูดคุยและทำร้ายร่างกายต่อชายชาติพันธุ์กะเหรี่ยงรายหนึ่ง บริเวณหน้าร้านบาร์โฮสแห่งหนึ่ง ในพื้นที่พัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากพนักงานชาวไทยในพื้นที่อ้างว่าถูกชายชาติพันธุ์กะเหรี่ยงซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานตบหน้า จึงร้องเรียนไปยังกลุ่มดังกล่าว ก่อนที่เฮียตี๋และทีมงานจะลงพื้นที่เรียกมาพูดคุย ซึ่งในคลิปแรกชายคนดังกล่าวได้ขอโทษและรับปากว่าจะยุติปัญหา

ต่อมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความในกลุ่ม ‘คนเมืองกาญจน์ 2 (สำรองคนเมืองกาญจน์2รีเทิร์น)’ โดยระบุว่า ชายที่ปรากฏในคลิปเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี และเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง พร้อมระบุว่าเจ้าตัวเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องทำงานเลี้ยงดูแม่และส่งน้องเรียน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นนักเลง

อย่างไรก็ตาม เฮียตี๋ระบุว่าในวันถัดมาชายคนเดิมยังมีปัญหากับพนักงานในร้านอีก จึงพาทีมงานไปที่ร้านเพื่อ ‘ตักเตือน’ ก่อนจะเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย โดยภายหลังเจ้าตัวโพสต์คลิปชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับว่าได้ตบชายคนดังกล่าว 2 ครั้ง โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อ ‘ปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย’ และกล่าวว่า “บางครั้งถ้าไม่ถึงขั้นศาลเตี้ยบ้าง เขาก็คงไม่เข็ดหลาบ” คำพูดดังกล่าวได้จุดกระแสถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงและทัศนคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์

ด้าน สุนารี วารีขจรผล คอนเทนต์ครีเอเตอร์ช่อง Sunaree travel alone ช่องสื่อออนไลน์ที่นำเสนอแง่มุมที่หลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ สะท้อนมุมมองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมองว่า การเหมารวมว่าคนชาติพันธุ์ไม่ใช่คนไทยจะสามารถปฏิบัติยังไงก็ได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเป็นการแบ่งแยกทางสังคม พร้อมระบุว่าหากมีผู้กระทำผิดจริง ควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งตัดสินหรือลงโทษกันเอง

“ถ้าคนคนนั้นทำผิดจริง ก็ควรให้กฎหมายเป็นผู้กำหนดบทลงโทษ เพราะทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ถูกทำร้ายต่างก็เป็นคนคนหนึ่งในประเทศไทยเหมือนกัน เราไม่ได้สูงกว่าใคร และก็ไม่ได้ต่ำกว่าใคร”

เธอยังตั้งข้อสังเกตว่า แนวคิดเรื่อง ‘คนไทยแท้’ อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ คนในสังคมไทยล้วนมีที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ไม่ได้มีไทยแท้หนึ่งเดียว

นอกจากนี้ ยังมองว่าในช่วงหลังมีกระแสที่ปลุกอคติเรื่องเชื้อชาติขึ้นมา ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการสื่อสารและความเข้าใจในสังคมที่ยังไม่เพียงพอ รวมถึงการให้คุณค่ากับความแตกต่างทางชาติพันธุ์อย่างไม่เท่าเทียม มีการแบ่งแยกความเป็นคนออกจากกัน ทำให้บางกลุ่มลดทอนคุณค่าของผู้อื่นเพื่อยกระดับตัวเอง

ทั้งนี้ สุนารีมองว่า สังคมไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ผ่านนโยบาย กฎหมาย และการสื่อสารของสื่อกระแสหลัก เพื่อย้ำว่ากลุ่มชาติพันธุ์ก็เป็นประชากรส่วนหนึ่งของประเทศไทยเช่นเดียวกัน

“กลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจ และเพิ่งถูกนับรวมเป็นประชากรของรัฐสมัยใหม่ในภายหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ใช่คนไทย หรือถูกทำให้ไม่มีตัวตน”

อ่านในรูปแบบเว็บไซต์ที่ https://www.lannernews.com/10032569-01/

https://www.facebook.com/photo/?fbid=950470457737698&set=a.133395686111850
.....

Pipob Udomittipong
14 hours ago
·
กรณี “เฮียตี๋" คนดังในโซเชียล รุมทำร้าย #หนุ่มกะเหรี่ยง เลือดไหลกลบปาก ชัดเจนว่า ถ้าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อาจถือเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ และมีกฎหมายเพิ่มโทษความสัดส่วนที่เหมาะสม แต่บ้านเราน่าจะยังไม่มีกม.แบบนี้ และควรมี
ใน #อังกฤษ การทำร้ายแบบนี้เรียกว่า “Racially aggravated assault” เป็นความผิดที่ผู้กระทำมุ่งแสดงความเกลียดชังต่อกลุ่มเชื้อชาติของเหยื่อ ไม่ว่าจะเพราะคิดไปเองว่าเขาแป็นกลุ่มชาติพันธุ์นั้น หรือเพราะเหยื่อเป็นชนกลุ่มน้อยจริงก็ตาม
อังกฤษมีกม.เพิ่มโทษกับความผิดกรณีที่มีแรงจูงใจด้านเชื้อชาติมานานแล้ว อย่างน้อยตั้งแต่ปี 2541 โดยศาลมีอำนาจพิจารณาเพิ่มโทษมากกว่าปรกติได้ เช่น เพิ่มโทษขึ้นไปอีก 5-7 ปีจากโทษสูงสุดในข้อหาทำร้ายร่างกาย
ส่วนใน #อเมริกา การทำความผิดอาญาที่มีแรงจูงใจด้านเชื้อชาติ เขาเรียกว่า “hate crime” และมีบทลงโทษที่เพิ่มขึ้นทั้งในกฎหมายระดับรัฐบาลกลางและระดับรัฐ ซึ่งถ้าทำให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกาย อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือถ้าส่งผลให้เสียชีวิต อาจได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต

Atukkit Sawangsuk
12 hours ago
·
นี่ขู่จะฟ้องคนลงคลิปลงข่าวด้วย
คนกะเหนี่ยงตรงนั้นคือคนไทย เขาอยู่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายก่อนบรรพบุรุษตี๋หมวยอพยพมาเสียอีก
แต่ตี๋หมวยได้สัญชาติง่ายกว่า แล้วก็คิดว่าตัวเองสืบสายพระนเรศวร