@prachatai_tiktok การเมืองบ้านใหญ่ 2569 (2) : ระบบอุปถัมภ์คัมแบ็ก ฟังกันต่อ 'การเมืองบ้านใหญ่ 2569' กับ รศ.ดร.เวียงรัตน์ เนติโพธิ์ หลังจากบทสัมภาษณ์ตอนที่แล้ว เวียงรัตน์ชวนมองพลวัตของบ้านใหญ่ที่เปลี่ยนไปหลังการรัฐประหารสองครั้ง (49, 57) ซึ่งทำให้การเมืองเชิงนโยบายอ่อนแอ การพึ่งพิงความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์จึงมั่นคงกว่า เพราะการเมืองไม่มีเสถียรภาพ บทสัมภาษณ์นี้ เวียงรัตน์ชวนทำความเข้าใจว่า 'ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์' ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องของธุรกิจ ความผูกพัน หรือการใช้ความรุนแรง แต่หมายถึงการที่นักการเมืองเข้าใจกลไกรัฐ ประสานงานกับระบบราชการได้ ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้วก็จะทำให้ทำงานได้เร็ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปควบคุมระบบราชการเพียงอย่างเดียว “ถ้าเกิดคุณเข้าใจกลไกรัฐ คุณจะแสวงหาความร่วมมือได้” ทว่ายุคพลเอกประยุทธ์ที่กินเวลาเกือบสิบปี เปลี่ยนแปลงระเบียบทำงานมากมาย ทำให้ข้าราชการมีอำนาจมากขึ้น ระบบราชการกลายเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นใครที่คุมระบบราชการได้ จึงชนะได้ นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยไม่อาจสรุปสั้น ๆ ได้ด้วยคำว่า 'ซื้อเสียง' เพราะรูปแบบของการ ‘ใช้เงินทำพื้นที่’ ก็มีความซับซ้อนขึ้น ไม่ใช่แค่เดินเคาะให้เงินตามบ้านแล้วจะได้มาซึ่งชัยชนะในแต่ละเขต และคำถามทิ้งท้ายที่ประชาไทชวนคุยว่า "การเมืองเชิงนโยบายยังมีที่ยืนไหมในบริบทการเมืองไทยเช่นนี้?"
♬ เสียงต้นฉบับ - ประชาไท Prachatai.com
prachatai
@prachatai
การเมืองบ้านใหญ่ 2569 (2) : ระบบอุปถัมภ์คัมแบ็ก
ฟังกันต่อ 'การเมืองบ้านใหญ่ 2569' กับ รศ.ดร.เวียงรัตน์ เนติโพธิ์ หลังจากบทสัมภาษณ์ตอนที่แล้ว เวียงรัตน์ชวนมองพลวัตของบ้านใหญ่ที่เปลี่ยนไปหลังการรัฐประหารสองครั้ง (49, 57) ซึ่งทำให้การเมืองเชิงนโยบายอ่อนแอ การพึ่งพิงความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์จึงมั่นคงกว่า เพราะการเมืองไม่มีเสถียรภาพ
บทสัมภาษณ์นี้ เวียงรัตน์ชวนทำความเข้าใจว่า 'ความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์' ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเรื่องของธุรกิจ ความผูกพัน หรือการใช้ความรุนแรง แต่หมายถึงการที่นักการเมืองเข้าใจกลไกรัฐ ประสานงานกับระบบราชการได้ ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้วก็จะทำให้ทำงานได้เร็ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปควบคุมระบบราชการเพียงอย่างเดียว
“ถ้าเกิดคุณเข้าใจกลไกรัฐ คุณจะแสวงหาความร่วมมือได้”
ทว่ายุคพลเอกประยุทธ์ที่กินเวลาเกือบสิบปี เปลี่ยนแปลงระเบียบทำงานมากมาย ทำให้ข้าราชการมีอำนาจมากขึ้น ระบบราชการกลายเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นใครที่คุมระบบราชการได้ จึงชนะได้
นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยไม่อาจสรุปสั้น ๆ ได้ด้วยคำว่า 'ซื้อเสียง' เพราะรูปแบบของการ ‘ใช้เงินทำพื้นที่’ ก็มีความซับซ้อนขึ้น ไม่ใช่แค่เดินเคาะให้เงินตามบ้านแล้วจะได้มาซึ่งชัยชนะในแต่ละเขต
และคำถามทิ้งท้ายที่ประชาไทชวนคุยว่า "การเมืองเชิงนโยบายยังมีที่ยืนไหมในบริบทการเมืองไทยเช่นนี้?" สามารถติดตามบทสัมภาษณ์ตอนที่แล้ว “การเมืองบ้านใหญ่ 2569 (1) : อิงแอบระบบราชการ ผลพวง 2 รัฐประหาร” ได้ที่ลิงก์: